เนชั่นทีวี

ข่าว

ย้อนไทม์ไลน์ คดี "เปรมชัย เสือดำ" เจ้าสัวเมืองไทย

17 ต.ค. 2566

ย้อนไทม์ไลน์ คดี "เปรมชัย เสือดำ" เจ้าสัวเมืองไทย

ย้อนรอยคดี "เปรมชัย เสือดำ" เจ้าสัวเมืองไทยน้ัน จุดเริ่มต้นมาจาก กลุ่มเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ออกตรวจในเขตป่า บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี กระทั่งไปพบกลุ่มนายเปรมชัย พร้อมซากสัตว์ป่า

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 นายวิเชียร ชินวงษ์ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ หัวหน้าหน่วยลาดตระเวณ นำเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ออกตรวจในเขตป่า บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี กระทั่งไปพบกลุ่มชาย 3 คน หญิง 1 คน กำลังตั้งแคมป์อยู่ในเขตป่า ทั้งๆที่จุดนั้นไม่อนุญาตให้ทำการค้างแรม

จึงทำการตักเตือนว่าจุดนี้ห้ามค้างแรม เพราะเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า แต่มีชายชื่อ "เปรมชัย กรรณสูต" พยายามต่อรองกับเจ้าหน้าที่ เพื่อขอพักค้างแรมในจุดเดิม ระหว่างนั้นมีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ในบริเวณใกล้เคียง เจ้าหน้าที่ฯ จึงไปตรวจสอบพบกับ นายธานี ทุมมาศ หนึ่งในพรรคพวกของนายเปรมชัย กำลังยิงกระรอกอยู่ 

ทำให้เจ้าหน้าที่ฯ เริ่มขยายผลจากจุดที่ยิงกระรอก กระทั่งไปพบซากเครื่องในสัตว์ป่าถูกชำแหละแบบสดๆ ร้อนๆ และเป็นสัตว์คุ้มครองหลายประเภท เช่น ไก่ฟ้าหลังเทา และเก้ง เป็นต้น

เมื่อถูกจับได้ ทำให้กลุ่มผู้ติดตาม นายเปรมชัย เริ่มมีการพูดคุยขอเจรจา เพราะนายใหญ่มีตำแหน่งใหญ่โตในบริษัทยักษ์ใหญ่บริษัทหนึ่งของประเทศไทย แต่นายวิเชียร ยืนยันจะดำเนินคดีตามกฏหมายเท่านั้น

ต่อมาวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 จึงมีการส่งเจ้าหน้าที่ฯมาตรวจสอบพื้นที่เพิ่มอีก และพบซากเสือดำถูกชำแหละ ซึ่งเสือดำเป็นหนึ่งในสัตว์ป่าคุ้มครองของประเทศไทย นอกจากนี้ยังนำเนื้อเสือดำมาประกอบอาหารกันสดๆ กลางป่า

เจ้าหน้าที่ฯตรวจค้นในรถของกลุ่มนายเปรมชัย พบปืนไรเฟิล และปืนลูกซองแล้ว ยังพบเครื่องครัว มีด 6 เล่ม เกลือใช้หมัก 4 ถุง หม้อ กระทะ และเครื่องแกง 

ต่อมาวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำกำลังตำรวจ เข้าตรวจค้นบ้านของนายเปรมชัยในซอยศูนย์วิจัย 3 พบปืน 43 กระบอก กระสุนมากกว่า 1 พันนัด และค้นพบงาช้างแอฟริกาขนาด 1 เมตร จำนวน 2 คู่ และมีการตรวจสอบว่ามีปืนกระบอกใดที่ไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ เช่นเดียวกับงาช้างที่นำเข้าอย่างผิดกฎหมายหรือเปล่า

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 นายวิเชียร ชิณวงษ์ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ ทำหน้าที่หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก เข้าแจ้งความตำรวจ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ดำเนินคดีกับ นายเปรมชัย ข้อหา จะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด แก่เจ้าพนักงานเพื่อจูงใจให้กระทำการไม่กระทำการ หรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ 

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2561 นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมพวก ผู้ต้องหาคดีร่วมกันล่าสัตว์ป่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก เดินทางมายัง กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาคดีติดสินบนเจ้าหน้าที่ 

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2561 พนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.)  นำสำนวนคดีนายเปรมชัยติดสินบนเจ้าพนักงาน ส่งอัยการ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 7 จ.สมุทรสงคราม
 

เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2561 นายพนมฤทธิ์ หอมนิจสกุล อัยการจังหวัดทองผาภูมิ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายเปรมชัยกับพวก ทั้ง 4 คน เป็นจำเลยต่อศาลจังหวัดทองผาภูมิ โดยฟ้องรวม 6 ข้อหา ประกอบ ด้วย 1.ร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.ร่วมกันล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต 3.ร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 4.ร่วมกันมีไว้ครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต 5.ร่วมกันช่วยซ่อนเร้นช่วยพาเอาไปเสียหรือรับไว้ซึ่งซากสัตว์ป่าอันได้มาโดยกระทำความผิดกฎหมาย และ 6.ร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต

ในระหว่างนี้ นายเปรมชัย ได้ให้ทนายความสู้คดีตามกระบวนการกฏหมายต้ังแต่ศาลชั้นต้น

กระทั่งเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2562 ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกนายเปรมชัย 2 ปี 14 เดือน /จำคุกนายยงค์ 2 ปี 17 เดือน /และจำคุกนายธานี 2 ปี 21 เดือน และให้จำเลยที่ 1-4 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช 2 ล้านบาท (มูลค่าความเสียหายเสือดำ) พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 (วันที่เจ้าหน้าที่พบการกระทำผิด) ส่วนนางนที เรียมแสน อายุ 46 ปี แม่ครัว จำเลยที่ 3 ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาจำคุก 1 ปี 8 เดือน และปรับ 40,000 บาท โทษจำคุกรอการลงโทษไว้ 2 ปี โดยคดียุติตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 7 เนื่องจากอัยการโจทก์และจำเลยที่ 3 ไม่ติดใจยื่นฎีกา

ต่อมา เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2564 ศาลจังหวัดทองผาภูมิ ได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา สั่งจำคุกนายเปรมชัย กรรณสูต อดีตประธานบริหารและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) 2 ปี 6 เดือน ชดใช้เงิน 2 ล้านบาท /นายยงค์ โดดเครือ (คนขับรถ) จำเลยที่ 2 จำคุก 2 ปี 9 เดือน /นางนที เรียมแสน (แม่ครัว) จำเลยที่ 3 จำคุก 1 ปี 8 เดือน รอลงอาญา 2 ปี (ไม่ได้ฎีกา) /และนายธานี ทุมมาศ (นายพราน) จำเลยที่ 4 จำคุก 2 ปี 13 เดือน (ต่อมาเสียชีวิตหลังป่วยเป็นโรคมะเร็ง เมื่อกลางเดือน กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา)

ผลคำพิพากษาฎีกา คือ พิพากษายกฟ้องเฉพาะข้อหาร่วมกันรับไว้ซึ่งซากสัตว์ป่าฯ ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าฯ มาตรา 55 เพราะมีกฎหมายใหม่ออกมาให้ยกเลิกกฎหมายเก่า แต่อัตราโทษที่ศาลลงโทษจำคุกจำเลยนั้น ยังคงเท่าเดิม ตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษา คำพิพากษาคดีของศาลฎีกาในวันนี้ คดีถึงที่สุดแล้ว 

จากนั้นเจ้าหน้าน้าที่เรือนจำทองผาภูมินำตัวนายเปรมชัย และพวกในฐานะผู้ต้องโทษคำพิพากษาในคดีร่วมกันล่าเสือดำ ขึ้นรถไปขังที่เรือนจำทองผาภูมิ เพื่อรับโทษจำคุก 2 ปี 14 เดือน และถือเป็นการปิดฉาก "คดีเสือดำ" ที่ นายเปรมชัย กับพวกต่อสู้คดีมานานกว่า 5 ปี