ด้าน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี (สสจ.ชลบุรี) แจ้งประชาชนในเขตพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง และเขตอำเภอเกาะสีชัง จากเหตุน้ำมันดิบรั่วไหลจากเรือบรรทุกน้ำมัน หากมีอาการดังต่อไปนี้
- 1.ผู้ที่มีอาการอาหารเป็นพิษจากอาหารทะเล
- 2.ทางการหายใจ - หายใจติดขัด แสบคอ คอแห้ง แสบจมูก มีน้ำมูกใสไหล มีอาการมึนงง
- 3.กระเด็นเข้าตา - มีการระคายเคืองแสบตา ตาแดง ตาพร่ามั่ว น้ำตาไหล
- 4. สัมผัสทางผิวหนัง - มีอาการระคายเคือง ผิวหนังอักเสบ ผื่นแดง
- 5.หากกลืนเข้าไป - มีการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ถ่ายเหลวเป็นน้ำ
ให้ไปพบแพทย์ทันทีได้ที่โรงพยาบาลตามสิทธิ์การรักษา หรือโรงพยาบาลทั้ง 2 แห่ง ดังนี้
- 1.โรงพยาบาลแหลมฉบัง โทร 038-351010
- 2.โรงพยาบาลเกาะสีชัง โทร 038-216100
สสจ.ชลบุรี ยังระบุด้วยว่า สำหรับอาหารทะเลขณะนี้ยังสามารถรับประทานได้ตามปกติ แต่จะมีการสุ่มตรวจต่อเนื่อง และหากพบสัตว์น้ำตายผิดปกติไม่ควรรับประทาน หรือพบสงสัยปนเปื้อนสามารถแจ้งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี
กรมควบคุมมลพิษ เฝ้าระวังผลกระทบน้ำมันดิบรั่วไหล
ด้าน นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า จากการติดตามเหตุสถานการณ์ กรณีน้ำมันดิบชนิด ARUB Light Crude ของบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) รั่วไหลบริเวณทุ่นรับน้ำมันทางตอนใต้ของเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2566 เวลา 21.00 น. โดยมีปริมาณน้ำมันรั่วไหลประมาณ 45,000-70,000 ลิตร
เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2566 กรมควบคุมมลพิษได้ใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ (OILMAP) คาดการณ์แนวทางการเคลื่อนตัวของคราบน้ำมัน ในเวลา 18.00 น. พบว่าคราบน้ำมันได้เคลื่อนตัวมาทางด้านทิศตะวันออกของเกาะสีชัง บริเวณแหลมหินขาว เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี และมีแนวโน้มว่าหากสภาพอากาศยังมีกระแสคลื่นและกระแสลมค่อนข้างแรง
คาดว่าในวันที่ 5 กันยายน 2566 ในช่วงเวลา 12.00 น. คราบน้ำมันจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ชายฝั่งบริเวณชายหาดบางพระ ลงมาจนถึงอ่าวอุดม จังหวัดชลบุรี เป็นระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร
ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารจัดการเหตุการณ์ขจัดคราบน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสียหายต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในเบื้องต้นกรมควบคุมมลพิษ ได้อนุญาตให้มีการใช้สารเคมีขจัดคราบน้ำมันชนิด Super Dispersant 25 จำนวน 4,500 ลิตร แล้ว
อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการเฝ้าระวัง ติดตาม รวมทั้งลดผลกระทบที่อาจเกิดกับประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว กรมควบคุมมลพิษ จะติดตามและตรวจสอบสถานการณ์เป็นระยะ พร้อมออกสำรวจและการเก็บตัวอย่างน้ำและน้ำมันเพื่อวิเคราะห์และประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อเป็นข้อมูลในการแจ้งเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่องต่อไป