เนชั่นทีวี

ข่าว

แม่ร้องสื่อ ลูก 8 ขวบ ถูกอาเขย จับฝังดินทั้งเป็น อ้างหลานแกล้งลูก จึงสั่งสอน

31 ส.ค. 2566

แม่ร้องสื่อ ลูก 8 ขวบ ถูกอาเขย จับฝังดินทั้งเป็น อ้างหลานแกล้งลูก จึงสั่งสอน

จะเชื่อดีไหม! แม่ร้องสื่อ ลูก 8 ขวบ ถูกอาเขยลงโทษสุดโหด จับฝังดินทั้งเป็น อ้างหลานแกล้งลูก จึงสั่งสอน โชคดีเพื่อนบ้านมาช่วยไว้ได้ทัน ตร. แจ้งข้อหาหนัก "พยายามฆ่า"

31 สิงหาคม 2566 เป็น "เรื่องราวสุดสะเทือนขวัญ" ที่ผู้คนในโซเชียลพากันกังขา เกี่ยวกับวิธีการลงโทษเด็ก หรือมีเจตนาต้องการ ทำให้เสียชีวิตกันแน่ เมื่อมีชาวเน็ตรายหนึ่ง โพสต์ขอความช่วยเหลือจากเพจชื่อดัง ระบุว่า

“ขอความช่วยเหลือค่ะ มีใครแนะนำได้บ้าง คดีไม่คืบหน้ามา 3 - 4 วัน เหตุการณ์เกิด 26 ส.ค. ลูกหนูโดนถมทั้งเป็น คดียังไม่คืบหน้า คนร้ายลอยนวล หลักฐานพยานบุคคลครบ ได้สอบปากคำแล้ว แต่ยังไม่มีอะไรคืบหน้า หนูอยากให้คนร้าย ได้ชดใช้กรรม ผู้ใหญ่บอกให้รอ หนูรอไม่ไหว แล้วคดียังไม่ไปไหน ขอให้ลูกหนู ได้รับความยุติธรรม เอาคนร้ายเข้าคุกให้ได้ จิตใจทำด้วยอะไร เด็กไม่รู้เรื่อง หลานตัวเองแท้ ๆ ไม่ยอมแน่นอน เหี้ยม..เกิน มนุษย์ #เอาเรื่องไห้ถึงที่สุด”

ภายหลัง ชาวเน็ตจำนวนมาก ได้เข้าไปแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ขณะที่ย่าของเด็ก ที่ประสบเหตุ ได้แจ้งความดำเนินคดีกับ นายวรุฒ มงคลรัตน์ หรือ นายโอ๊ก อายุ 32 ปี ลูกเขย ผู้ก่อเหตุ ในข้อกล่าวหา "พยายามฆ่า" แล้ว 
แม่ร้องสื่อ ลูก 8 ขวบ ถูกอาเขย จับฝังดินทั้งเป็น อ้างหลานแกล้งลูก จึงสั่งสอน
 

ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบ ที่บ้านหลังเกิดเหตุ ในหมู่บ้าน หนองตายา ต.ท่าช้างคล้อง อ.ผาขาว จ.เลย พบ น.ส.ตันหยง ศรีปทุม อายุ 24 ปี แม่ของเด็ก ที่พาไปดูตรงจุดเกิดเหตุ พบว่า ยังมีกองดิน ที่ผู้ก่อเหตุขุด เพื่อจะทำการฝังกลบ เด็กชายวัย 8 ขวบ กองอยู่

สังเกตขนาดของหลุมพบว่า มีขนาดความยาวประมาณ 1 เมตรครึ่ง และกว้าง 1 เมตร ซึ่งช่วงที่นักข่าวลงพื้นที่ นายอำเภอผาขาว รวมทั้ง พม.จังหวัดเลย ได้ลงพื้นที่มาตรวจสอบด้วยเช่นกัน 

น.ส.ตันหยง เล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 22 ส.ค. ที่ผ่านมา แต่เธอมาทราบเรื่องจากพี่ชาย ที่โทรมาบอกในวันที่ 25 ส.ค. จากนั้นวันที่ 26 ส.ค. เธอจึงได้โทรศัพท์มาสอบถาม ฝั่งของน้องสะใภ้ ที่ดูแลลูกของเธออยู่ ซึ่งผู้ก่อเหตุชื่อว่า นายวรุฒ มงคลรัตน์ หรือ นายโอ๊ก อายุ 32 ปี บอกกับเธอในทำนองว่า “ไปฟังเรื่องมาจากไหน….แต่งเรื่องขึ้นมาหรือเปล่า” นอกจากนี้ นายโอ๊ก มีการด่าทอเธอด้วย 
แม่ร้องสื่อ ลูก 8 ขวบ ถูกอาเขย จับฝังดินทั้งเป็น อ้างหลานแกล้งลูก จึงสั่งสอน

น.ส.ตันหยง กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ เธอได้ฝากลูก ให้อดีตสามีที่เลิกรา เป็นคนดูแล มาเป็นเวลากว่า 3 ปีแล้ว ซึ่งฝั่งอดีตสามี ได้ให้น้องสะใภ้ รับลูกไปดูแลต่อ สำหรับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เธอพยายามซักถาม น้องสะใภ้และนายโอ๊ก อย่างละเอียด  แต่นายโอ๊ก บอกกับเธอแต่เพียงว่า ที่ทำไปมีเจตนาเพียง จะสั่งสอนลูกของเธอเท่านั้น หลังเกิดเหตุ จึงเดินทางมารับลูกไปอยู่ด้วย เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัย 

ส่วนที่หลายคน อาจกล่าวหาเธอว่า “ทำไมไม่มาดูลูกตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุล่ะ” เนื่องจากมีผู้ใหญ่ ที่ไม่สามารถบอกชื่อได้ มาบอกให้เธอปิดข่าว และส่วนตัวอยากให้ตำรวจ ดำเนินการกับผู้ก่อเหตุ ให้ถึงที่สุด  เพราะชีวิตต้องแลกด้วยชีวิต วันนั้นหากเพื่อนบ้านไม่ได้มาเห็น และช่วยเหลือชีวิตลูกของเธอเอาไว้ ลูกอาจจะอาการหนักกว่านี้ก็ได้ 
น.ส.ตันหยง แม่ของเด็ก
 

ขณะที่ นางทองจา ชินรัตน์ อายุ 56 ปี คนเห็นเหตุการณ์ เล่าว่า คืนวันที่ 22 ส.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่ตนกำลังพักผ่อน ได้ยินเสียงน้องเอ (ผู้ประสบเหตุ) ตะโกนว่า พ่อครับผมขอโทษผมยอมแล้ว อย่าทำผมเลย จากนั้นก็ได้ยินเสียงนายโอ๊ก ผู้ก่อเหตุ ตะโกนใส่น้องเอ ว่า มึงนอนลงไปเลย

ตอนนั้นน้องเอ พยายามส่งเสียงร้องขอชีวิต ว่า อย่าทำผมเลย ผมกลัวแล้วพ่อครับ ผมไหว้แล้วครับ สักพักเสียงก็เงียบไป ไม่ถึง 10 นาที ตนรู้สึกผิดสังเกต จึงเดินไปที่บ้านนายโอ๊ก เพื่อถามหาเด็กชายเอว่า 

ซึ่งนายโอ๊ก ก็ตอบกลับมาว่า “อยู่หลังบ้าน” ตนจึงถามกลับไปว่า “เอาเด็กไปไว้หลังบ้านทำไม” โดยนายโอ๊ก อ้างว่า “เอาเด็กไปสั่งสอนเ พราะเด็กชอบแกล้งน้องคนเล็ก” จากนั้นตนจึงเดินตามหาเด็กชายเอ กับเมียผู้ก่อเหตุ และเพื่อนบ้านอีกคน

ในระหว่างที่ออกตามหาเด็กชายเอ ตนได้ถามนายโอ๊ก ผู้ก่อเหตุอีกครั้งว่า เอาเด็กชายเอไปไว้ไหน แต่นายโอ๊ก กลับปฏิเสธว่าไม่รู้ ตนจึงได้ถามย้ำว่า “เอาเด็กไปไว้ไหน” นายโอ๊ก ผู้ก่อเหตุจึงเอ่ยปาก บอกกับตนเองว่า เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าก็เจอเอง ตนก็ถามกับไปว่า ยังไม่ได้ฆ่าเด็กใช่ไหม

หลังจากนั้น พวกตนได้พยายามเค้นถามนายโอ๊ก จนนายโอ๊กยอมรับว่า ได้เอาเด็กไปฝัง ไว้ที่ข้างโอ่งน้ำหลังบ้าน พอได้ยินแบบนั้น ตนและเพื่อนบ้าน รวมถึงเมียของผู้ก่อเหตุ ก็ได้ช่วยกันใช้มือขุดเด็กขึ้นมา ตอนนั้นเด็กชายเอ เริ่มจะหมดสติแล้ว จึงรีบพาเด็กไปอาบน้ำ ทั้งที่ไม่ได้สติ และระหว่างที่กำลังช่วยเหลือเด็ก  เห็นนายโอ๊ก เดินเข้าไปในบ้าน และเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า ลักษณะคล้ายกับเตรียมจะหลบหนี จึงได้รีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจ ให้มายังที่เกิดเหตุ 
แม่ร้องสื่อ ลูก 8 ขวบ ถูกอาเขย จับฝังดินทั้งเป็น อ้างหลานแกล้งลูก จึงสั่งสอน

วันเดียวกัน สภ.ผาขาว นายวรุฒ มงคลรัตน์ หรือ นายโอ๊ก ผู้ก่อเหตุ เข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา และปฎิเสธว่า ไม่ได้ขุดหลบฝังน้องเอ แต่เอาดินมากลบ บริเวณลำตัวเท่านั้น เนื่องจาก น้องเอ ชอบมารังแกลูกของตน ที่อายุ 1 ขวบ

จากนั้นก็อุ้มไปที่หลังบ้าน และบอกน้องเอว่า "อยู่เงียบ นิ่ง และนอนลง จะทำน้องอีกไหม และทำให้แม่ร้องไห้อีกไหม" น้องเอบอกว่า "ผมไม่ทำแล้วครับ" จากนั้นก็เอาโคลนทาตัวเท่านั้น ไม่ได้มีการขุดหลุม และเอาดินกลบฝังร่างน้องเอแต่อย่างใด
แม่ร้องสื่อ ลูก 8 ขวบ ถูกอาเขย จับฝังดินทั้งเป็น อ้างหลานแกล้งลูก จึงสั่งสอน  

ยืนยันว่าเป็นการสั่งสอนน้องเท่านั้น จนมีชาวบ้านไปแจ้งตำรวจ มาดูที่เกิดเหตุ ก็ไม่มีอะไร ส่วนวันนี้ตนมารับทราบข้อกล่าวหา เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้หลบหนีไปไหน หลังสอบปากคำเสร็จ ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา "พยายามฆ่า" นำตัวไปฝากขังที่ศาล จ.เลย
นายวรุฒ มงคลรัตน์ หรือ นายโอ๊ก ผู้ก่อเหตุ  

ขณะที่ น.ส.ตันหยง แม่ของเด็กชายเอ เดินทางได้ไปที่โรงเรียน ที่ลูกเรียนอยู่ เพื่อรับกลับไปอยู่ที่ จ.ชลบุรี ด้วยกัน แต่ต้องพบว่า ลูกชายจำหน้าแม่ไม่ได้ ทางครูที่โรงเรียน จึงไม่อนุญาตให้รับกลับไป แม้ น.ส.ตันหยง พยายามให้ลูกชาย ดูรูปที่ถ่ายคู่กัน แต่ลูกกลับจำหน้าแม่ไม่ได้ ทำให้ผู้เป็นแม่ถึงกับร้องไห้ 

น.ส.ตันหยง เล่าว่า ปกติจะมาหาลูกอยู่ประจำ ลูกก็จำหน้าแม่ และเข้ามากอด แต่วันนี้ลูกกลับจำหน้าแม่ไม่ได้ ถามอะไรก็ไม่ตอบ คาดว่า สาเหตุมาจากที่ลูกโดนกระทำ จนมีสภาพจิตใจที่เปลี่ยน กลัว ลังเล และวิตกกังวล ไม่พูดจา เปลี่ยนไปคนละคน ต่อไปจะต้องประสาน จนท.บ้านพักเด็ก เพื่อมารับลูก ไปฟื้นฟูจิตใจให้ดีขั้นก่อน ก่อนที่รับตัวไปอยู่ด้วยกันที่ จ.ชลบุรี 
น.ส.ตันหยง มารับลูก แต่ลูกไม่ไปด้วย