น.ส.นัญชิดา กล่าวอีกว่า งานศพแม่โรงพยาบาลเอาพวงหรีดไปมอบให้ 1 พวง และช่วยงานมา 1,000 บาท หลังจากเผาศพแม่เสร็จ หมอได้แจ้งกับตนว่า โรงพยาบาลเราเป็นโรงพยาบาลขนาดเล็ก ไม่มีอุปกรณ์เพียงพอในการรักษา จะให้โรงพยาบาลช่วยเยียวยาแบบไหน ยอมรับแปลกใจที่หมอเปลี่ยนคำพูดจากคำว่า เราเอาอยู่ เรารักษาได้ไม่หนัก มาเป็นเครื่องมือไม่เพียงพอ หลังจากตนแจ้งว่า แม่มีหนี้สินหลายแสนบาท
จากนั้นทางโรงพยาบาล ได้ออกมาชี้แจงกับตนว่าแม่มีประกันสังคมควรจะไปเบิกเงินเยียวยาจากประกันสังคม ทางโรงพยาบาลจะช่วยวิ่งด้านเอกสารช่วย ทางโรงพยาบาลไม่มีเงินจะเยียวยาให้ ตนรู้สึกว่าไม่เป็นธรรม และเชื่อว่าแม่เสียชีวิตเพราะความบกพร่องในการบริหารจัดการของโรงพยาบาล หากพาแม่ไปส่งรักษาต่อแล้วแม่เสียชีวิต ตนจะไม่เสียใจ แต่ครั้งนี้พยายามร้องขอ เพราะแม่รู้สึกตัวตลอดเวลา พูดตอบโต้ได้แม่ไม่ควรตายแบบนี้ เชื่อว่าแม่ต้องมีความผิดปกติบางอย่างในช่องท้อง แต่หมอไม่สนใจ รู้สึกสงสารแม่ที่เจ็บปวดทรมาน ยาวนานกว่า 40 ชั่วโมง แต่ไม่มีใครช่วยได้
ระบบประกันสังคมเป็นการออมของแรงงาน เป็นสิทธิ์พึงมีพึงได้ของผู้เอาประกันตน กรณีที่ตนร้องไปนั้น ต้องการให้กระทรวงสาธารณสุขออกมารับผิดชอบกับการบริหารจัดการที่ผิดพลาดมากกว่า เพราะมันเป็นคนละส่วนกัน จะมาผลักภาระให้หน่วยงานอื่นตนว่าไม่ถูกต้อง
ด้าย นายแพทย์ พิเชษฐ พืดขุนทด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ แถลงชี้แจงกรณีดังกล่าว ว่า ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิต เบื้องต้นได้สอบถามข้อมูลจากโรงพยาบาลแคนดง ทราบว่า ญาติได้ร้องขอให้ย้ายจริง แต่จากการวิเคราะห์ของแพทย์แล้วไม่มีอาการหนัก แต่ก็เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้น หลังจากนี้จะกำชับให้โรงพยาบาลทุกแห่งในจังหวัด ตรวจสอบและวิเคราะห์ให้ละเอียดถี่ถ้วน โดยเฉพาะการส่งต่อผู้ป่วยจะต้องทันท่วงที ไม่ให้เกิดกรณีในลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก
สำหรับการเยียวยา เบื้องต้นทราบว่าผู้เสียชีวิตอยู่ในระบบประกันสังคม จึงกำชับให้โรงพยาบาลแคนดง ดูแลเรื่องเอกสารของประกันสังคม เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับการเยียวยาได้อย่างสะดวก ส่วนกรณีอื่น ๆ สาธารณสุขจะประชุมหารืออีกครั้ง