สำหรับราคาในการเวนคืน ตามประกาศคณะกรรมการกำหนดราคาตามพระราชกฤษฏีกา กำหนดเขตที่ดิน ซึ่งได้มีการเรียกประชุมชี้แจง ให้ชาวบ้านรับฟังเมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ที่ผ่านมา กำหนดราคาประเมินตามกรมธนารักษ์ไว้ว่า พื้นที่ดินไม่ติดถนนตารางวาละ 200 บาท , พื้นที่ติดถนนตารางวาละ 260 บาท , บางรายติดถนนใหญ่ถนนเส้นเดียวกัน ฝั่งหนึ่งตารางวาละ 1,000 บาท ส่วนอีกฝั่งกันข้ามตารางวาละ 550 บาท
เมื่อนำไปคูณกับดัชนีราคา 4.37 แล้ว ราคาก็ยังต่ำมาก ซึ่งชาวบ้านมองว่า มีความเลื่อมล้ำอย่างเห็นได้ชัด หากชาวบ้านมีที่ดินจำนวน 1 ไร่ คำนวณคือ 400 ตารางวา ตารางวาละ 200 บาท ก็จะเท่ากับไร่ละ 80,000 บาท คูณกับราคาดัชนี 4.37 แล้วก็อยู่ที่ 349,600 บาท เท่านั้น
นายธนพงษ์ สัญวงศ์ กำนัน ต.ควนปริง กล่าวว่า ชาวบ้านต้องการให้มีการปรับราคาค่าที่ดินให้สูงขึ้น เพราะว่าขณะนี้ทางสนามบินได้ให้ค่าเวียนคืน ราคาต่ำกว่าราคาที่ซื้อขายเป็นจริงหลายเท่าตัว ดังนั้นเมื่อชาวบ้านถูกเวนคืนแล้ว ก็ไม่สามารถนำเงินไปซื้อที่ดิน ที่ไหนได้อีกในราคาดังกล่าว
หากภายใน 3 วันไม่มีการดำเนินการใด ๆ ชาวบ้านก็จะมาทวงถามอีก เพราะทางสนามบินกำหนดไว้ว่า จะมีการเซ็นสัญญาเวนตามกำหนดราคาดังกล่าว ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ 14 มิ.ย. 66 ที่ได้มีการประชุมกัน ทำให้ชาวบ้านต่างวิตกกังวล เพราะไม่สามารถนำเงินจำนวนที่ต่ำดังกล่าว ไปซื้อที่ดินอาศัยที่อื่นได้ เพราะราคาที่ดินบางที่ ประเมินตกอยู่ไร่ละ 1 แสนบาท แต่ราคาที่มีการประเมินซื้อจริง ๆ 2.54 - 3.5 ล้านบาท
นางนรินทิพย์ ศรีวิเชียร อายุ 46 ปี ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน กล่าวว่า ชาวบ้านให้ความร่วมมือ ในการก่อสร้างสนามบินมาตลอด เพราะอยากเห็นถึงการพัฒนา แต่ผลในราคาที่มีการประเมินเวนคืนมา กลับไม่ได้เป็นไปตามราคาที่เป็นจริง และไม่เป็นไปตามที่สนามบิน เคยรับปากไว้ว่าจะให้ความเป็นธรรม
ซึ่งราคาที่ประเมินมาของตนหาก 1 ไร่ ก็สามารถนำเงินที่ได้เวนคืนไปซื้อได้แค่ดิน 1 ประตู จึงเป็นห่วงลูกหลานในอนาคตว่า เขาจะมีที่อยู่อาศัยยังไง และจะไปสร้างรากฐานชีวิตยังไง เพราะต้องแยกกับญาติพี่น้อง เพื่อน ๆ และชุมชนที่เคยอยู่กันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ คำพูดของเจ้าหน้าที่ในตอนแรก กับตอนนี้สวนทางกันมาก
นายอธิพัฒน์ สม่าหลี อายุ 41 ปี ข้าราชการครู ที่ได้รับความเดือดร้อน กล่าวว่า ชาวบ้านให้ความร่วมมือในการก่อสร้างมาตลอด ตั้งแต่เริ่มทำ EIA ไม่มีใครเคยขัดขวาง แต่การที่นำราคาประเมินของกรมธนรักษ์ มาเป็นตัวคูณกับดัชนี ราคาต่ำมาก ติดถนนไม่ถึง 1,000 บาทต่อตารางวา ที่ดินอีกแปลง 200 บาทต่อตารางวา ได้ไร่ละ 8 หมื่นบาท นำไปคูณกับดัชนี 4.37 แล้ว ได้เพียงแค่ไร่ละ 4 - 5 แสนบาท แต่ขายกันจริง ๆ เป็นล้านบาท ไปซื้อที่ดินที่อื่นก็ยังไม่ได้เลย กังวลว่าหากทางผู้ว่าฯ ไม่มีการช่วยเหลือ จนไปถึงขั้นทำสัญญาเวนคืนตามราคานี้จริงๆ ชาวบ้านก็ต้องไปขออุทธรณ์ซึ่งลำบากและยุ่งยากอีกมาก
วันนี้ก็ต้องช่วยเหลือพวกตน ที่เป็นผู้เสียสละให้มีการพัฒนา ต้องสูญเสียบ้าน ที่ดิน ที่อยู่กันมาตั้งแต่เกิด แต่กลับไม่สามารถนำเงินที่ได้ ไปซื้อที่อยู่อาศัยใหม่ได้เท่าเดิม รายได้ก็ลดลง ส่งผลต่อสถานะการเงินในครอบครัว กระทบสุขภาพจิต เครียด วิตกกังวล เสียขวัญ หมดกำลังใจ ในปัจจุบันนี้