น.ส.บีม บอกว่า ตนเป็นเจ้าของร้านกาแฟ รถยนต์คันดังกล่าวเป็นรถของตนเอง ตัดสินใจขายดาวน์ ให้กับนายทนงศักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) หรือต้น อายุ 34 ปี เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว จากนั้นนายทนงศักดิ์ ก็ได้นำรถไปใช้ ตนพยายามติดต่อให้มาทำเอกสาร เปลี่ยนแปลงสัญญาการเช่าซื้อ ถูกบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด
จนเมื่อช่วง 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เก้าเลี้ยว จ.นครสวรรค์ ได้โทรศัพท์มาแจ้งว่าพบรถจอดไว้ริมถนน ขอให้ทางเจ้าของรถมารับรถและมาเปิดรถ เพื่อทำการตรวจสอบ
จากนั้นเมื่อวันที่ 14 มิ.ย.2566 ได้ไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมกับ เปิดรถให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นภายในรถ แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย จึงได้ นำรถกลับมาที่บ้านในจังหวัดอยุธยา
ต่อมานายต้น ที่ซื้อรถไป ติดต่อกลับมาบอกว่า ในรถมีของสำคัญอยู่ในรถซ่อนเอาไว้ จะมาขอรับรถคืน ตนเห็นผิดสังเกตเชื่อว่าต้องเป็นของผิดกฎหมายแน่ จึงประสานผู้ใหญ่บ้านและเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำรถมาจอดที่ สภ.บางบาล เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังจากนั้นจึงได้มีการรื้อค้นภายในรถ ตกใจมาก พบยาบ้า จำนวนมาก ซุกซ่อนอยู่ใต้หลังคาฝั่งประตูคนขับ โชคดีที่ตนเองนั้นได้มารื้อค้นรถก่อนถ้ายังนำรถไปใช้อาจจะต้องถูกจับและถูกตรวจค้นจนทำให้ตนเองเป็นแพะรับบาป
"อยากเตือนเป็นอุทาหรณ์ว่าในการซื้อขายรถแต่ละครั้งให้ทำการโอนย้ายเปลี่ยนแปลงสัญญาทันที เพราะรถถ้าคนไม่ดี หรือพวกมิจฉาชีพนำรถเราไปกระทำความผิด เราจะเดือดร้อนต้องเสียเวลาในการที่จะต้องมาพิสูจน์ความจริง"
ด้าน พ.ต.อ สรรเสริญ กรีอารี ผกก.สภ.บางบาล กล่าวต่อว่า ในทางคดีความของทาง สภ.บางบาล จะต้องทำการตรวจสอบ ข้อเท็จจริงและติดตามตัว ชายคนที่ซื้อรถไป มาทำการสอบสวน เบื้องต้นหลังจากการที่เช็กประวัติผู้ที่ซื้อรถไปมีประวัติ พบว่า มีหมายจับถึง 6 คดี ส่วนใหญ่เป็นคดียาเสพติด ก็จะต้องประสานกับทาง สภ.เก้าเลี้ยว เพื่อติดตามตัวคนร้าย มาดำเนินคดีต่อไป