นายอมรินท์ กล่าวว่า ที่รีสอร์ทได้เปิดบริการบนเกาะหลีเป๊ะมากว่า 10 ที่ ต้อง ต่อสู้กับภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเอกสารสิทบนเกาะหลีป๊ะ จน สามารถมีเอกสารได้อย่างถูกต้อง และ จนเจอกับวิกฤต โควิด ก็ต้อง หยุดให้ บริการไป แต่ มา ณ ตอนนี้ ก็เจอกับปัญหา ของ อนุญาตการก่อสร้าง ปัญหาอนุญาตโรงแรม ที่ทาง รัฐไม่สามารถแก้ปัญหาให้ได้ โดยทุกโรงแรมที่เป็นสมาชิกของสมาคมผู้ประกอบการเกาะหลีเป๊ะนั้น มีจำนวน สมาชิก 110 ราย
ทั้ง 110 ราย ไม่มีอนุญาตในการก่อสร้าง ไม่มีอนุญาตโรงแรม แต่โรงแรมไหนที่ เอกสารสิทถูกต้องหรือไม่ เจ้าของโรงแรมจะเป็นผู้รู้ดี แต่มาในวันนี้ คือ เรื่องของ เอกสารการก่อสร้างโรงแรม และ ใบอนุญาตโรงแรม ซึ่งทั้ง 2 ปัญหานี้ ทางเราได้ ติดต่อทางรัฐมาตลอด เพื่อจะได้ ทำเอกสารให้ถูกต้อง แต่ก็ไม่ สามารถทำได้ ไม่มีหน่วยงานไหน สามารถ ทำให้ได้
ที่ผ่านมา ในเรื่องของเอกสารนั้น ได้ยื่นผ่าน ไปยัง ส.ส. สตูล ทั้ง 2 เขต รวมถึง รมต.ท่องเที่ยวและกีฬา ไปแล้ว ก็ยังไม่สามารถทำให้ได้ และสุดท้ายพวกเราก็จะโดนจับกุม ในข้อหา ไม่มีอนุญาตก่อสร้างอาคาร และไม่มีอนุญาตโรงแรม ดังนั้น ตนและ เจ้าของ รีสอร์ท จึงได้ รวมตัว กันมายื่นหนังสือ ต่อผู้สมัคร ส.ส. พรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อจะได้เป็นอีกช่องทางหนึ่ง ที่คาดว่าจะช่วย พวกเราได้
เลขาสมาคมผู้ประกอบการเกาะหลีเป๊ะ กล่าวต่อไปว่า ตลอดมาที่เราประกอบกิจการบนเกาะหลีเป๊ะ เราเสียภาษีทุกอย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นภาษีโรงเรียน ภาษี สรรพากร เราเสียทุกภาษีของรัฐ ที่เข้ามาจัดเก็บ รวมถึงได้ยื่นเอกสารอย่างถูกต้อง ต่อประกันสังคม เพื่อจะได้ดูแลพนักงาน เพราะคนงาน และพนักงานที่ทำงานบนเกาะหลีเป๊ะนั้น จะมีมากกว่า 4 พันคนอย่างแน่นอน
รวมถึงยังได้เข้าไปดูแลชาวเล รับมาทำงานในรีสอร์ท ส่งลูกค้าให้ลงเรือชาวเล เพื่อชาวเลจะได้ นำนักท่องเที่ยวไปเที่ยวตามเกาะ เพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้แก่ชาวเล ดังนั้นตนคิดว่า หากไม่สามารถแก้ปัญหา หรือออกอนุญาตให้พวกตนได้ ก็ขอให้ผ่อนปรน ให้พวกตนทำกิจการบนเกาะหลีเป๊ะต่อไป