นายมุกตา บู่เอียด นายกสมาคมผู้ประกอบการ กล่าวว่า ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบ จากกรณี ข้อพิพาทเรื่องที่ดินบนเกาะหลีเป๊ะ จนเป็นเหตุให้มีการตรวจสอบ เอกสารที่ดินแปลงอื่น ๆ และบังคับใช้กฎหมายเต็มรูปแบบ จนส่งผลกระทบผู้ประกอบการโรงแรม 111 แห่ง ร้านค้า 250 แห่ง รวมจำนวนผู้ประกอบการและลูกจ้างกว่า 4,500 คน
ทั้งนี้ เกาะหลีเป๊ะ เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ มีชื่อเสียงอันดับต้น ๆ ของประเทศ แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เดินทางมาราว 140,000 คน สร้างรายได้ให้ จ.สตูล เกินกว่า 4 พันล้านบาทต่อปี ถือเป็นแหล่งรายได้หลักของจังหวัด
นายมุกตา กล่าวว่า ยืนยันว่า ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการ และ ชาวเลอูรักลาโว้ย อยู่ร่วมกันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัยมากว่า 30 ปี แต่เมื่อวิถีชีวิตชาวเลอุรักษ์ลาโว้ยเปลี่ยนไป ผู้ประกอบการก็ยืนอยู่เคียงข้าง ไม่เคยเพิกเฉย ทั้งการจ้างงาน การสร้างอาชีพ ให้กับเรือหางยาวท้องถิ่น ทดแทนการหาปลาในเขตอุทยาน
รวมถึงการแก้ปัญหาต่าง ๆ บนเกาะหลีเป๊ะ เช่น ปัญหาเกี่ยวกับถนนสาธารณะ ผู้ประกอบการได้จัดโครงการระดมทุนซื้อที่ดิน เพื่อสร้างถนน เปิดเส้นทางเข้า รพสต.เกาะหลีเป๊ะ ที่มีทางเข้าออกลำบาก และเส้นทางเข้าโรงเรียน สำหรับเด็กนักเรียน ใช้ลัดเข้าโรงเรียน แทนเดินอ้อมเข้าทางบริเวณด้านหน้าหาด โครงการเหล่านี้ทางสมาคมได้ดำนินการก่อนเกิดข้อพิพาทที่ดิน เป็นการแสดงเจตนารมณ์ ที่จะช่วยบรรเทาทุกข์ให้กับชาวเลอุรักลาโว้ย
นอกจากนี้ สมาคมยังได้ช่วยเหลือชาวบ้าน ในสถานการณ์โควิด-19 ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา รวมถึงไม่เคยนิ่งนอนใจ ต่อปัญหาเอกสารสิทธิ์ ยินดีให้ความร่วมมือ ในการตรวจสอบเอกสาร ซึ่งผู้ประกอบการนั้น แท้จริงแล้วเป็นผู้ได้รับผลกระทบ จากเอกสารสิทธิ์ที่มีความไม่ชัดเจนมาช้านาน
ที่ผ่านมาหน่วยงานของรัฐ ได้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้ แต่ยังไม่สามารถแก้ไขได้ เช่น คำสั่ง คสช. เรื่องมาตรการส่งเสริมและพัฒนามาตรฐาน การประกอบธุรกิจโรงแรมบางประเภท โอกาสนี้จึงอยากให้ทางภาครัฐ ผ่อนผันการใช้มาตรการเข้มงวดทางกฎหมาย ที่จะนำมาใช้กับผู้ประกอบการบนเกาะหลีเป๊ะ
พร้อมขอให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ช่วยผลักดันนำร่าง พ.ร.บ.การปรับปรุงแก้ไขหรือยกเลิกกฎกระทรวงฉบับที่ 35 พ.ศ. 2535 ออกตามความใน พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 การกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้างอาคารบางชนิดหรือบางประเภท บริเวณเกาะหลีเป๊ะ และที่มีพื้นที่ทับซ้อนกับกฎกระทรวง ให้ใช้บังคับผังเมืองรวม นำร่างฉบับนี้ขึ้นมาพิจารณาใหม่ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ และชาวเลอูรักลาโว้ย ที่อาศัยอยู่บนเกาะหลีเป๊ะ ร่วมกันมายาวนานกว่า 30 ปี ให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างถูกต้อง