1.ยาแผนปัจจุบัน โดยไม่ได้รับอนุญาต Tramadol (ยาแก้ปวด), Promethazine (ยาแก้แพ้), TRIHEXYPHENIDYL (ยารักษาโรคพาร์กินสัน), HYDROCHLORIDE (ยาแก้แพ้), sildenafil (ยาเพิ่มสมรรถภาพ), Fluoxetine(ยารักษาอาการซึมเศร้า), Diazepam(ยากล่อมประสาท), Sertraline (ยารักษาอาการซึมเศร้า), Trazodone (ยารักษาอาการซึมเศร้า) Clozapine (ยารักษาอาการจิตเวช), Clonazepam(ยานอนหลับ), Perphenazine(ยาแก้ประสาทหลอน), Risperidone(ยาระงับอาการทางจิต) ชนิดเม็ด จำนวน 52,526 เม็ด ชนิดขวด จำนวน 23 ขวด และ ชนิดซอง จำนวน 500 ซอง
2.วัตถุออกฤทธิ์ต่อประสาท ประเภท 2 และประเภท 4 หรือกลุ่มยานอนหลับ Clonazepam, Diazepam, Rohypnol, Midazolam, Alprazolam, Lorazepam, Methylphenidate Bromazepam, Zolpidem
ชนิดเม็ด จำนวน 136,251 ชนิดขวด จำนวน 21 ขวด
3.ยาเสพติด ประเภท 2 มอร์ฟีน (Morphine) จำนวน 600 เม็ด, โคดีอีน (Codeine) จำนวน 780 เม็ด รวมจำนวน 1,380 เม็ด ทั้งสองเป็นยาระงับปวดชนิดออกฤทธิ์โดยตรงต่อระบบประสาทส่วนกลาง
4.วัตถุต้องสงสัยว่าจะเป็นยาเสพติด น้ำยาสีเหลือง, MST CONTINUS, KINAL CODEINE, Nimetazepam, CODEINE, CEDIPECT, (CODEINE), COCOF LINTCUS ชนิดเม็ด จำนวน 875 เม็ด, ชนิดขวด จำนวน 34 ขวด
รวมทั้งสิ้น ชนิดเม็ด จำนวน 191,032 เม็ด ชนิดขวด จำนวน 78 ขวด ชนิดซอง จำนวน 500 ซอง มูลค่าทั้งสิ้นประมาณ 3 ล้านบาท และพบเงินหมุนเวียนในบัญชี ประมาณ 10 ล้านบาท
เบื้องต้นแจ้งข้อหา ร่วมกันขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 และประเภท 4 โดยไม่ได้รับอนุญาตเพื่อการค้า, ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 2 และประเภท 3 โดยไม่ได้รับอนุญาต
พล.ต.ต.วรพงศ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบทราบว่า มีวัยรุ่นเดินทางไปเที่ยวสถานบันเทิง ก่อนโพสต์ในโซเชียลมีเดียในลักษณะเดียวกันว่า ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไปไม่มาก แต่ทำไมมีอาการมึนเมาอย่างรวดเร็ว เมื่อทำการสืบสวนพบว่า มีการโพสต์ขายสารเสพติดและยาประเภทกล่อมประสาทให้กับประชาชน และยากลุ่มนี้ยังพบว่ามีการระบาดในนักเรียนนักศึกษา ในพื้นที่ตัวเมืองเชียงใหม่ ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการขยายผลว่ายาเหล่านี้เล็ดลอดออกมาจากช่องทางใด
ด้าน นายมโนรมภ์ สินธพอาชากุล หัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและเภสัชสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า หลังจากนี้จะได้ประสานกับ อย. ในการสืบหาบริษัทและคนส่งยาว่าส่งไปที่ไหนให้กับใคร ซึ่งตัวยาทั้งหมดที่มีการจับกุมนั้นจะอยู่ในสถานพยาบาลและอยู่ในการกำกับดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด