สำหรับประเด็นที่เกิดขึ้น เป็นเหตุการณ์ที่หลวงพี่น้ำฝน ได้สอบถามว่านักศึกษาชาย เหตุใดจึงไปไม่ทันเข้าแถวหน้าเสาธง แต่นักศึกษาชายคนดังกล่าวได้ตอบว่า ไปดื่มของมึนและนั่งเล่นเกมจึงตื่นไม่ทันมาเข้าแถวโดยมีลักษณะการตอบแบบท้าทาย
ส่วนอีกประเด็นคือคลิปที่มีการเรียกนักศึกษาหญิงมาตำหนิ ต่อหน้าผู้เข้าร่วมอบรมร่วมชั้นปี โดยประเด็นดังกล่าวเกิดจากนักศึกษาหญิงได้มีการนำผ้าไปถูพื้นบริเวณหน้าห้องน้ำในวัด ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ได้มาช่วยสอนให้มีการทำความสะอาดตามแนวของการถูพื้นแต่นักศึกษาหญิงคนดังกล่าวกลับแสดงความไม่พอใจและมีการโต้เถียงและแสดงท่าทีขัดขืนเช่นกัน
อาจารย์ชาพิมญช์ กล่าวว่า ส่วนตัวนักศึกษาที่เคยมาร่วมกิจกรรมกับวัดไผ่ล้อมจะทราบดีว่าหลวงพี่น้ำฝน ท่านพูดชัดเจนเสียงดังและเคยอบรมผู้ที่เคยติดยาจึงเข้าใจมีวิธีการที่จะบีบให้เด็กเข้าระบบ เด็กหลายคนที่เคยเข้าร่วมกิจกรรมที่วัดไผ่ล้อมก็จะเข้าใจสไตล์ของหลวงพี่น้ำฝน แต่เด็กหลาย ๆ คนก็ไม่เคยได้พบเพราะติดช่วยของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะห่างหายกับกิจกรรม พอมาเจอก็ตกใจและมีการอัดคลิปเอาไว้ นำไปเผยแพร่ลงโซเชียล แม้หลวงพี่จะตำหนิใครก็จะจบลงด้วยการลงนามให้คะแนนทุกคน
ท่านเคยบอกว่าต้องละลายพฤติกรรมให้เขาพร้อมก่อนออกไปทำงานร่วมกับคนในสังคม ตรงนี้ก็จะต้องมีการเชิญนักศึกษามาทำความเข้าใจให้เห็นถึงเจตนาดีด้วย ขณะที่กระแสของโซเชียลได้แตกเป็น 2 ฝั่ง โดยส่วนหนึ่งมองว่าการตำหนิของหลวงพี่น้ำฝนนั้นรุนแรงเกินไป
อีกส่วนก็มองว่าประเด็นดังกล่าวเกิดจากพฤติกรรมของวัยรุ่นและเยาวชน หลายคนที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวและแสดงออกในเรื่องทางเพศที่ไม่เหมาะสมในพื้นที่วัด ซึ่งเด็กและเยาวชนยังอ่อนประสบการณ์เกี่ยวกับการใช้โซเชียล นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นการสร้างเกราะให้กับตัวเองแต่ยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับข้อมูลทางด้านกฎหมาย และยังไม่ได้นำส่วนที่เกิดปัญหามาร่วมในการแชร์คลิปและเสียงด้วย