เนชั่นทีวี

ข่าว

"เวทีเสวนาปฏิรูปตำรวจ" ประสานเสียง ลดขนาดองค์กร ป้องกันการคอร์รัปชัน

10 มี.ค. 2566 | titayu_pur

"เวทีเสวนาปฏิรูปตำรวจ" ประสานเสียง ลดขนาดองค์กร ป้องกันการคอร์รัปชัน

"เวทีเสวนาปฏิรูปตำรวจ" ประสานเสียง ลดขนาดองค์กร ป้องกันการคอร์รัปชัน "ชูวิทย์" ยันจ่ายส่วยมีจริงเกือบ 50% ขณะที่นักวิชาการเสนอ จะปฏิรูปตำรวจ พรรคการเมืองต้องมีนโยบายชัดเจน ในการเลือกตั้งปี 66 พร้อมชู แยกตำรวจออกจากการเมือง

10 มีนาคม 2566 ทีคณะอาชญาวิทยาและบริหารงานยุติธรรม ม.รังสิต จัดงานเสวนา ในหัวข้อ ปฏิรูปตำรวจ ‘ปฏิรูป หรือ ปฏิลวง’ มีผู้เข้าร่วมเสวนา ทั้ง นายชูวิทย์ กมลวิษฎ์ อดีตนักการเมือง , นายวิทยา แก้วภราดรัย รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ , พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายรักษาความสงบเรียบร้อย และประธานคณะกรรมการคณะอาชญาวิทยาและบริหารงานยุติธรรม ม.รังสิต , พลตำรวจตรี ดร.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ พรรคก้าวไกล , นายแทนคุณ จิตต์อิสระ พรรคประชาธิปัตย์  , น.ส.ธิดารัตน์ ยิ่งเจริญ พรรคไทยสร้างไทย
"เวทีเสวนาปฏิรูปตำรวจ" ประสานเสียง ลดขนาดองค์กร ป้องกันการคอร์รัปชัน

นายชูวิทย์ ระบุว่า ตำรวจเป็นองค์กรสะสมอำนาจ แต่ประชาชนไม่ให้ความเชื่อถือ ตอนนี้คนเชื่อชูวิทย์มากกว่าเชื่อตำรวจ และมองว่า ถ้าตนเอาก้อนหินปาไปใน สตช. น่าจะโดนหัวนายพลก่อน เพราะตำรวจเยอะมาก ทั้งนี้ยังมองอีกว่า มียาแรง 2 เม็ดให้ ตร.กิน ช่วงนี้

1. ทำองค์กรตำรวจให้เล็กลง ตัดอันที่ไม่เกี่ยวออกไป เช่น ตม. เพราะหน้าที่แค่ดูผู้ดูคนเข้าออก รวมถึงตร.ป่าไม้ , ตร.รถไฟ , ตร.ท่องเที่ยว ก็มองว่า สามารถตัดออกได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นตำรวจ  

2. การลงโทษตำรวจที่ทุจริตคอร์รัปชันอย่างรวดเร็ว ทุกวันนี้ต้องจเรตำรวจแห่งชาติสั่ง ซึ่งใช้ระยะเวลารอถึง 15 วัน กว่าจะสอบเสร็จ 

นายชูวิทย์ ยังพูดถึงระบบการ คอร์รัปชัน ของตำรวจว่า ตนคงจ่ายส่วยมากที่สุด ระบบการจ่ายส่วยเป็นเรื่องจริง เพราะตนเคยอยู่ในธุรกิจสีเทา และมองว่า เกือบ 50% เลยที่เป็นธุรกิจสีเทา และเดิมที่ตนเคยทำธุรกิจด้านนี้ จะต้องจ่าย 4 โรงพัก และ 3 กองกำกับการ

เช่น การเปิดบ่อนการพนัน ก็จะต้องจ่ายไม่งั้นเปิดไม่ได้ การเปิดเว็บไซต์ออนไลน์ก็ต้องจ่ายไม่งั้นเว็บจะโดนปิด ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างถือว่า มีราคาที่ต้องจ่ายหมด พร้อมยกตัวอย่างว่า บ่อนการพนันเป็นหัวใจของการจ่ายเงิน และเอาไปเจือจุนลูกน้อง ตำรวจมีหลากหลาย แต่ตนเองมองว่า ขาดไปอย่างหนึ่งคือ "ตำรวจส่วย"

ทุกวันนี้ ตำรวจเมืองไทยไม่เคยเห็นขับรถตระเวน เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชน มีตำรวจในประเทศ 2.3 แสนคน แต่ขโมยขึ้นบ้านโทรหาตำรวจไม่รับ ดังนั้นถ้าคิดจะปฏิรูป เขาก็ยิ่งไม่ให้ปฏิรูป แต่จะต้องทำให้องค์กรตำรวจเล็กลง และเข้าใกล้ประชาชนมากขึ้น และวันนี้เราอยากปฏิรูป แต่ยังหาคำตอบให้ตำรวจไม่ได้ จึงถือว่า ตำรวจเป็นอาชีพที่มีกรรม และพูดแนวทางแก้ไขว่า ลองให้ประชาชนสอบตำรวจ ไม่ใช่ให้ตำรวจสอบตำรวจดู
"เวทีเสวนาปฏิรูปตำรวจ" ประสานเสียง ลดขนาดองค์กร ป้องกันการคอร์รัปชัน

ขณะที่ พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ มองด้วยว่า หน้าที่ตำรวจ คือจะต้องดูแลทุกข์สุขของประชาชน และงานวิจัยบอกว่า  ประเทศไทยเมื่อคนมีความแตกต่าง ด้านทัศนทางสังคม จะส่งผลต่อการแตกต่างด้านความเป็นธรรม แต่ทุกวันนี้ ตำรวจไทย มีระบบเดียวคือ ขึ้นอยู่กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดังนั้นหลักคิดของตำรวจทุกวันนี้ ทำให้ตำรวจห่างกับประชาชนที่ว่า ตำรวจมีหนึ่งเดียวในการทำหน้าที่แทนตำรวจ

และมองว่า หากจะปฏิรูปตำรวจ จะต้องปรับโครงสร้าง ศูนย์รวมอำนาจขององค์กรตำรวจ ไม่ยึดโยงกับการเมือง และมายึดโยงกับประชาชน เพราะหนักกว่าการปฏิรูปตำรวจคือ การเมือง ทุกวันนี้ การเมือง ขี่ตำรวจอยู่ เพราะตำรวจเป็นเครื่องมือของการเมือง

รวมถึงการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ จะต้องโปร่งใส เป็นธรรม ยึดโยงกับประชาชน ไม่ใช่ยึดโยงกับผู้บังคับบัญชา และจะต้องแก้ไขปัญหา ไม่มีแทรกแซงการทำงานของตำรวจ ทั้งจากตำรวจด้วยกันเอง และบุคคล องค์กรภายนอก ความเป็นมืออาชีพของตำรวจ ที่จะต้องมีความเชี่ยวชาญในด้านนั้นจริง ๆ และระบบการฝึกอบรมของตำรวจ

ควรจะต้องมีให้สอดคล้อง กับสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งวิธีการทำงาน ความคิด วัฒนธรรม และเรื่องการใช้เทคโนโลยี เข้ามาใช้ในการทำงาน รวมถึงเรื่องความพร้อมในการทำงานของตำรวจ วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ สวัสดิการต่าง ๆ ซึ่งหากไม่แก้ปัญหาให้ตำรวจ ก็จะเป็นจุดเริ่มต้นของคอร์รัปชั่น

พร้อมทั้งมองว่า หากจะปฏิรูปตำรวจให้สำเร็จ หลัก ๆ มี 3 ด้าน คือ เจตจำนงค์ทางการเมืองต้องแน่วแน่ พรรคการเมืองจะต้องเสนอนโยบายที่ชัดเจน ในการเลือกตั้งทั่วไป ที่จะทีขึ้นในปีนี้  และตำรวจจะต้องเปลี่ยนแปลงระบบของตัวเองก่อน  รวมถึงประชาชนอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงตำรวจ หากไม่ได้เกิดขึ้นในวันนี้ ก็จะต้องส่งไม้ต่อในรุ่นต่อไป เพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

ด้าน นายวิทยา มองว่า จะปฏิรูปได้ต้องไม่ใช้เงินในการซื้อตำแหน่ง และการปฏิรูปตำรวจ จะต้องปฏิรูปให้เกิดความเป็นธรรมกับตำรวจ และปฏิรูปให้เกิดความเป็นธรรมกับประชาชน ลดบางอย่างออกมาแล้วสร้างความเป็นธรรม  พร้อมทั้งยังมองอีกว่า ทุกเรื่องที่นายชูวิทย์พูด คือเรื่องที่รู้จริงทั้งหมด ซึ่งคอร์รัปชันเกิดขึ้นเพราะคนใช้กฎหมายไม่รักษากฎหมาย

ทั้งนี้ถ้าการแต่งตั้งโยกย้าย ไม่มีความเป็นธรรม จะปฏิรูปตำรวจไม่ได้ และการให้ความเป็นธรรมกับประชาชนจะไม่เกิดขึ้น เพราะตำรวจถือกฎหมายมากเกินไป ดังนั้นภารกิจหลักคือ การพิทักษ์ความยุติธรรม และวันข้างหน้า ถ้ายังเป็นระบบไต่เต้า ระบบตำรวจจะยิ่งอ่อนแอลง 

นางสาวธิดารัตน์ บอกว่า การปฏิรูปตำรวจ คือระบบอำนาจนิยม ระบบราชการที่ครอบคลุมสังคมไทยทั้งหมด คงต้องอาศัยสังคมไทย และมองว่า จะสามารถทำได้ หากมีการเปลี่ยนชุดความคิดว่า ตำรวจจะต้องมาทำเพื่อประชาชน มาให้บริการประชาชนจริง ๆ และจะต้องถอนรากเหง้า เรื่องคอร์รัปชันอย่างจริงจัง ไม่ให้มีการเกื้อหนุนและอุปถัมภ์ รวมถึงอยากจะสนุบสนุนให้มีตำรวจหญิงมากขึ้น เพื่อช่วยเรื่องคดีที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิงมากขึ้น
"เวทีเสวนาปฏิรูปตำรวจ" ประสานเสียง ลดขนาดองค์กร ป้องกันการคอร์รัปชัน
 

ข่าวล่าสุด