"ที่ผ่านมา ตำรวจได้หารือร่วมกันกับทางกรมอุทยานฯ และมีการกำหนดขอบเขตการผ่อนผันทำประมงบางจุดให้ชาวเล เข้าไปหาปลาเพื่อการยังชีพ" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าว
จากการสำรวจพบว่า จ.สตูล มีเรือประมงพื้นบ้านขนาดเล็กกว่า 6,800 ลำ แต่เรือที่ออกมาประท้วงอยู่ในขณะนี้มีอยู่ประมาณ 80 ลำในวันแรก และลดลงมาเหลือ 40 ลำในวันที่สอง
ส่วนสาเหตุที่ต้องจับกุม เรือประมงพาณิชย์ และไม่สามารถผ่อนผันได้ เนื่องจากพื้นที่อุทยานฯ มีความหลากหลายทางชีวภาพ หากปล่อยให้เรือประมงพาณิชย์ เข้ามาลักลอบทำประมง จะสร้างความเสียหาย ทั้งระบบนิเวศน์ และการท่องเที่ยว ไม่ต่างจากปล่อยปละให้มีการสร้างโรงแรม บุกรุกพื้นที่อุทยานฯ
ทั้งนี้ ยืนยันว่าการดำเนินคดีกับเรือประมงพาณิชย์ 27 ลำ จำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมาย อย่างจริงจัง เนื่องจากตรวจสอบ VMS พบว่า เรือประมงเหล่านี้ ทำประมงในเขตหวงห้าม หรือเขตอุทยานและยังใช้เครื่องมือที่เป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำวัยอ่อนและปะการัง ซึ่งทางกรมอุทยานฯ ได้แจ้งดำเนินคดี กับเรือกลุ่มนี้ไปแล้ว ที่ สน.บางเขน เมื่อวันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา มีโทษจำคุก 5 ปีและปรับไม่เกิน 500,000 บาท