นายสมบัติ พัทคง ชาวประมง กล่าวว่า พวกตนทำมาหากินกันอย่างสุจริตและยึดถือกฏหมายประมงมาตลอด ไม่ว่าออกกฏหมายอย่างไร แต่พวกเราเป็นเรือขนาดเล็กแต่มีเครื่องมือประมงพาณิชย์จึงเข้าข่ายประมงพาณิชย์หมด แต่เรือของเราไม่สามารถออกไปในทะเลลึกได้ เพราะไม่สามารถต้านคลื่นลมที่มีความสูงมากกว่า 2 เมตรได้ ออกเกิน 25 ไมล์เราก็เจอไหล่ทวีปแล้ว เราทำประมงตามกฏหมายมาตลอดแต่เมื่ออุทยานประกาศเขต 10 ไมล์ทะเล ซึ่งกฏหมาย 2 ตัวเขตทับซ้อนกันอยู่เราไม่มีที่ทำกินสำหรับเราเลย
การนำเรือมาปิดปากอ่าวบริเวณร่องน้ำปากคลองปากบารา ก็เพื่อแสดงออกว่าให้ภาครัฐเร่งแก้ปัญหาให้เพราะเราทำกินไม่ได้เลย เดือดร้อนกันหมดอยากให้เห็นใจพวกเราบ้าง ต้องหยุดเรือนับเดือนแล้วออกไปก็ถูกจับ หมดที่ทำกิน เราไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร แต่หากภาครัฐยังนิ่งเฉยเราก็จำเป็นที่จะต้องปิดทั้งหมด โดยเรือที่ได้รับความเดือดร้อนมีประมาณ 400 ลำ ขณะนี้มีเรือจากอำเภอต่าง ๆ เข้ามาประมาณ 100 ลำเพื่อร่วมแสดงเจตนารมณ์ในครั้งนี้
อย่างไรก็ตามล่าสุดทางกลุ่มชาวประมงแจ้งว่าหากไม่มีการแก้ปัญหา อาจจะต้องปิดเส้นทางการเดินเรือทั้งหมดในช่วงหลังเที่ยงของวันนี้ (1 มีนาคม)