จากนั้นแม่ก็ได้แจ้งครูขอให้คนรู้จักรับเด็กกลับทันที หลังแม่กลับถึงไทย ได้พบลูกชายในสภาพซูบผอม จมูกหักผิดรูป มีร่องรอยคล้ายถูกทำร้าย ที่ใบหน้าและแขน มีรอยถูกแทงที่หน้าอกซ้าย และมือบวมทั้ง 2 ข้าง เวลานอนลูกมีอาการหวาดผวา แม่ต้องใช้เวลาหลายวัน จนกว่าลูกจะบอกว่า ถูกครู 3 คน ทำร้าย โดยครูผู้หญิงใช้ไม้เรียวตีเวลาโมโห และลูกยังบอกอีกว่า มีวันหนึ่งลูกชายทำพริกป่นหกลงบนพื้น ครูผู้ชายคนที่ 1 มาเห็น จึงเอาพริกป่นยัดใส่ปาก และใส่สากกะเบือตีมือ และอีกวันครูผู้ชายคนที่ 2 หาว่า ลูกชายไปขโมยขนม จึงเอามีดปอกผลไม้แทงที่หน้าอก ซึ่งตอนนี้ยังมีแผลเป็นอยู่
นางแหม่ม เล่าอีกว่า วันที่ 28 ธันวาคม 2565 แม่จึงพาลูกไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล แพทย์พบว่า เด็กมีอาการก้าวร้าว และหวาดผวา จึงต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลวันที่ 28 ธันวาคม 2565 ถึงวันที่ 18 มกราคม 2566 รวม 21 วัน เพราะต้องดูอาการและปรับยาที่รับประทาน เนื่องจากขาดยามาเป็นเวลานาน แม่เสียใจมากที่ลูกต้องเจอเรื่องแบบนี้ ตอนนี้ลูกมีอาการต่อต้านแม่ ซึ่งแม่ไม่รู้ว่าทางครูที่ดูแลทำอะไรกับลูกและปลูกฝังอะไรใส่ลูกบ้าง นอกจากนี้ลูกยังบอกว่าเวลาอยู่ที่บ้านครูส่วนใหญ่ก็จะกินแต่ข้าวไข่เจียว และข้าวคลุกผงปรุงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
แม่ต้องการจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดที่เขาทำกับลูกแม่ ไม่รู้ว่าเด็กคนอื่น ๆ จะถูกกระทำแบบลูกแม่หรือไม่ เพราะทางบ้านจะกีดกันไม่ให้ผู้ปกครองเด็กรู้จักพูดคุยกันเลย และก็จะไม่ให้คุยกับเด็ก ๆ ที่อยู่ที่นั่นด้วย ซึ่งเขาอ้างว่าเดี๋ยวเด็กจะไม่เชื่อฟังครู แม่อยากให้มีหน่วยงานเข้าไปตรวจสอบว่าสถานที่ดังกล่าวเปิดถูกต้องหรือไม่ ครูที่ดูแลมีใบอนุญาตหรือไม่ และขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือติดตามคดีให้ด้วย
โดย นางปวีณา ได้ประสาน พ.ต.อ.พฤฒ จำรูญศาสน์ ผกก.สภ.บางบัวทอง ให้นางแหม่มพาลูกชายเข้าแจ้งความ ซึ่งตำรวจได้ส่งตัวนายเม่น ไปตรวจร่างกาย และสอบปากคำในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ แล้ว ทั้งนี้นางแหม่มเกรงว่าคดีจะไม่คืบหน้า จึงได้พาลูกชายเดินทางมาที่มูลนิธิปวีณาฯ อีกครั้ง เพื่อเข้าพบนางปวีณา ขอให้ช่วย ซึ่งนางปวีณา ได้พาสองแม่ลูกไปพบผู้การฯ นนทบุรี ที่ตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี เพื่อติดตามคดี