"บิ๊กราญ" ลุยทลายเครือข่ายยานรก! รวบคาเพิงพัก-สกัดจับยึดยาเสพติด 17.5 ล้านเม็ด
26 ก.ค. 2569 | natthanan_chu

"บิ๊กราญ" ลุยทลายเครือข่ายยานรก! รวบคาเพิงพัก-สกัดจับยึดยาเสพติด 17.5 ล้านเม็ด ชิงตัดวงจรก่อนขนซุกกรุงเทพฯตอนใน
ข่าว
26 ก.ค. 2569 | natthanan_chu

"บิ๊กราญ" ลุยทลายเครือข่ายยานรก! รวบคาเพิงพัก-สกัดจับยึดยาเสพติด 17.5 ล้านเม็ด ชิงตัดวงจรก่อนขนซุกกรุงเทพฯตอนใน
KEY
POINTS
26 กรกฎาคม 2569 ที่ ลานอเนกประสงค์ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. เป็นประธานแถลงผลการจับกุมยาเสพติด (แอมเฟตามีน หรือยาบ้า) รวมกว่า 17.5 ล้านเม็ด โดยเป็นผลการสืบสวนสอบสวนและขยายผลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี (กก.ดส.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 7 พร้อมด้วย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. พ.ต.อ.ศุภชัย ชัยสุวรรณ ผกก.ดส. พ.ต.ท.ปียรัช เวสสะโกศล พ.ต.ท.วรปรัชญ์ วุฑฒิรักษ์ พ.ต.ท.นราธิป คงเพ็ชร์รอง ผกก.ดส. พ.ต.ท.วรพล สมประสงค์ สว.กก.ดส. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กก.ดส. พล.ต.ต.ชัยยะ เพ็ชรปัญญา ผบก.น.7 พ.ต.อ.กุลเชษฐ์ บางพราน รอง ผบก.น.7 พ.ต.อ.อัษฎาวุธ ขวัญเมือง ผกก.สส.บก.น.7 พ.ต.ท.อัครเดช พรมโพธิ์ พ.ต.ท.ภราดร เชิดชูล้ำตระกูล พ.ต.ท.ธวัชชัย โป๊ะโดย รอง ผกก.สส.บก.น.7 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.7 ร่วมแถลงผลปฏิบัติการตรวจค้นจับกุมและตรวจยึดยาเสพติดของกลาง
โดย พล.ต.อ.สำราญ เปิดเผยว่า ตามนโยบายการบริหารราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้มอบนโยบายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจป้องกันและปราบปรามตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี มุ่งเน้นข้อหาความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด ได้แก่ การครอบครองยาเสพติดเพื่อการค้า จำหน่าย ผลิต นำเข้า ส่งออก สมคบ สนับสนุน ช่วยเหลือแก่กลุ่มเครือข่ายยาเสพติดตามนโยบายของรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีได้ตระหนักถึงปัญหายาเสพติดซึ่งเป็นภัยคุกคามและเป็นปัญหาที่สำคัญของชาติต้องแก้ไขอย่างจริงจังเร่งด่วน จึงมอบนโยบายให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และหน่วยงานภายในสังกัดดำเนินการตรวจค้นจับกุมขยายผลคดียาเสพติดและเครือข่ายนักค้ายาเสพติดรายสำคัญ
พล.ต.อ.สำราญ เผยอีกว่า สำหรับพฤติการณ์ทางคดีในจังหวัดสระบุรี สืบเนื่องจากช่วงต้นปี พ.ศ. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กก.ดส. ได้ทำการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ พร้อมด้วยของกลางยาเสพติดจำนวนมาก ซึ่งกลุ่มผู้ต้องหาเป็นกลุ่มขนย้ายยาเสพติดมาเก็บซุกซ่อนในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และจากการสืบสวนขยายผลต่อมาพบว่ากลุ่มผู้ต้องหาไปรับยาเสพติดจากผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ซึ่งใช้รถตู้ในการลักลอบจำหน่ายยาเสพติด โดยได้เก็บซุกซ่อนยาเสพติดเพื่ออำพรางสายตาและการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ในเพิงพัก จังหวัดสระบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กก.ดส. ซึ่งได้ตระหนักว่าหากยาเสพติดจำนวนมากมายนั้นหลุดรอดจากการจับกุมไปได้ จะนำมาซึ่งความเสียหายของประเทศชาติและความไม่ปลอดภัยแก่ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชน กระทั่งสืบทราบว่ากลุ่มผู้ค้ายาเสพติดรายดังกล่าวจะใช้รถตู้ขึ้นไปรับยาเสพติดจากผู้ค้ารายใหญ่ในพื้นที่ทางภาคกลางของประเทศไทย เพื่อนำมาเก็บซุกซ่อนไว้ในพื้นที่ชั้นในและลักลอบจำหน่ายให้แก่ประชาชนต่อไป
อย่างไรก็ดี จากการสะกดรอยและสังเกตการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจพบเพิงพักใน ต.หนองแขม อ.หนองแค จ.สระบุรี ที่เชื่อว่าใช้ในการซุกซ่อนยาเสพติดไว้ เป็นเหตุให้ในวันที่ 24 ก.ค.69 เวลาประมาณ 21.00 น. เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัว และใช้ยุทธวีธีในการเข้าตรวจค้นจับกุม โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย คือ นายคมสัน (สงวนนามสกุล) หรือเกมส์ อายุ 30 ปี และนายธัณนวัฒน์ (สงวนนามสกุล) หรือวัฒน์ อายุ 45 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 9,560,000 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง มูลค่ารวมกว่า 500 ล้านบาท ทั้งนี้ ยาบ้า 9,560,000 เม็ดดังกล่าว พบถูกซุกซ่อนอยู่ในเพิงพัก ซึ่งกลุ่มผู้ต้องหาได้ไว้ใช้เพื่อสำหรับเก็บซุกซ่อนยาเสพติดโดยเฉพาะ จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้าหรือแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป และแจ้งสิทธิให้ผู้ถูกจับทราบ และนำตัวผู้ถูกจับพร้อมด้วยของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนผู้ร่วมการกระทำความผิดและเครือข่ายยาเสพติดของผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สืบทราบตัวบุคคลแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ อยู่ในขั้นตอนการเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออนุมัติต่อศาลออกหมายจับผู้ร่วมกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดต่อไป
ยาเสพติดเผยต่อว่า สำหรับพฤติการณ์ทางคดีซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกองบังคับการตำรวจนครบาล 7 นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการขยายผลจับกุมผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ จนไปสู่การจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญในช่วงเวลาที่ผ่านมา โดยพบข้อมูลของเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่มีพฤติการณ์ลักลอบนำยาเสพติดมาพักรอการจำหน่ายที่ จ.ลพบุรี ก่อนจะแพร่กระจายพื้นที่กรุงเทพมหานคร จึงได้ร่วมกันทำการสืบสวนติดตามพฤติกรรมของกลุ่มผู้กระทำความผิดที่เป็นเป้าหมายดังกล่าว โดยเมื่อวันที่ 26 ก.ค.69 เวลา 00.30 น. บริเวณแยกไฟแดงโรบินสัน ต.กกโก อ.เมืองลพบุรี จ.ลพบุรี เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดยาบ้า (เมทแอมเฟตามีน) จำนวน 40 กระสอบ รวมทั้งหมด 8,000,000 เม็ด โดยแบ่งเป็น ยี่ห้อ 999 จำนวน 6,100,000 เม็ด และยี่ห้อ Y-1 จำนวน 1,900,000 เม็ด รถยนต์กระบะโตโยต้า สีน้ำตาล (แบบแครี่บอย) หมายเลขทะเบียนจังหวัดลพบุรี 1 คัน โทรศัพท์มือถือไอโฟน รุ่น 11 Pro Max จำนวน 1 เครื่อง
พล.ต.อ.สำราญ เผยด้วยว่า ในการสืบสวนขยายผลที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.7 ได้ทำการขยายผลจากการจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายย่อยก่อนหน้านี้ และได้รับแจ้งสายลับว่ากลุ่มผู้ต้องหาที่ได้เฝ้าขยายผลอยู่นั้น จะมีการขนและลำเลียงยาเสพติดเข้ามาภายในพื้นที่ จ.สระบุรี โดยรถที่ใช้ขนและลำเลียงยาเสพติดเป็นรถกระบะ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แบ่งกำลังสะกดรอยติดตาม กระทั่งเมื่อวันที่ 25 ก.ค.69 เวลา 22.00 น. พบรถคันดังกล่าวขับบนเส้นทางลพบุรี-สระบุรี มีลักษณะ
บรรทุกของหนักผิดปกติจึงทำการสะกดรอยตาม เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวขอตรวจสอบที่แยกไฟแดงโรบินสัน ผู้ขับขี่ได้ขับรถหลบหนีอย่างอันตราย ผู้ต้องหาซึ่งเป็นชาย 2 คน ได้ถอยชนรถเจ้าหน้าที่ จึงได้มีการยิงสกัด ทำให้ผู้ต้องหาทิ้งรถและอาศัย
ความชำนาญในพื้นที่หลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดนำส่งลงบันทึกประจำวันที่ สภ.เมืองลพบุรี และนำยาเสพติดไปขยายผลต่อที่ กก.สส.บก.น.7 ก่อนจะส่งมอบให้กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
พล.ต.อ.สำราญ ย้ำว่า ทั้งสองเครือข่ายที่จับกุมได้ในวันนี้ เป็นคนละเครือข่ายกัน ไม่มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน ซึ่งในส่วนของผู้ต้องหา 2 ราย ที่จับกุมได้ในจังหวัดสระบุรี มีต้นทางยาเสพติดมาจากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งทางกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 จะได้ขยายผลว่ายาเสพติดเล็ดลอดมาได้อย่างไร เพราะส่วนใหญ่เบื้องต้นมักอำพรางมากับรถขนส่งสินค้าทางการเกษตร เช่น พวกผักกะหล่ำปลี เป็นต้น อย่างไรก็ดี เราจะต้องให้พื้นที่ตั้งจุดตรวจสกัด ทั้งนี้ ในส่วนของคำให้การของ 2 ผู้ต้องหา (นายคมสัน หรือเกมส์ และนายธัณนวัฒน์ หรือวัฒน์) ว่าทำเรื่องยาเสพติดมาแล้วกี่ครั้งนั้น เนื่องด้วยพบว่าผู้ต้องหาเคยต้องโทษในคดียาเสพติดมาก่อนแล้ว เราจึงยังไม่ปรักใจเชื่อในคำให้การ ขอใช้ข้อมูลไปขยายผลเพิ่มเติมสักระยะ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ก็ได้เริ่มติดตามพฤติกรรมมาตั้งแต่เดือน ก.พ.69 จนพบการกระทำความผิดเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และเส้นทางที่ใช้ในการขนลำเลียงก่อนจะนำยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน แต่เราตัดวงจรนี้ได้ก่อน
พล.ต.อ.สำราญ เผยว่า สำหรับพื้นที่ปลายทางที่ผู้ต้องหาจะใช้ในการซุกซ่อนยาเสพติดในกรุงเทพฯ นั้น ตนเชื่อว่าในอดีตเคยอาจทำสำเร็จมาแล้ว เพราะมีพฤติการณ์เป็นรายย่อย ส่วนสถานที่สำหรับซุกซ่อนยาเสพติดในกรุงเทพฯ จะไม่ใช่โกดัง ส่วนใหญ่เป็นบ้านเช่า อพาร์ตเม้นท์ เป็นต้น โดยวิธีการ คือ นำยาเสพติดซุกซ่อนไว้กับรถ แล้วเคลื่อนตัวมาจอดตามสถานที่ และถ่ายเทยาเสพติดเหล่านี้วางกอง ๆ กันไว้เพื่อเตรียมกระจายส่งจำหน่ายให้ผู้ซื้อ โดยเป็นการส่งยาเสพติดแบบมือชนมือ หรือวางยาเสพติดตามพื้นที่ปลายทาง ส่วนกลุ่มผู้ต้องหาจะเกี่ยวข้องกับยาเสพติดประเภทอื่น นอกจากยาบ้าหรือไม่นั้น ก็ยังต้องขยายผลต่อไป