เจ้าหน้าที่ติดตามจนพบนายพัฒน์พงษ์ ขี่รถ จยย. หลบหนีไปทางหลังบ้านที่ไฟไหม้ ระยะทางประมาณ 50 เมตร โดยใช้มีดทำครัวเล่มเดียวกับที่ใช้ปาดคอนางสาวรัตน์ธัญญาจี้คอตัวเอง ไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมตัว ตำรวจจึงร่วมกับฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ได้ระดมกำลังกันเกลี้ยกล่อม แต่นายพัฒน์พงษ์ ไม่มีท่าทีสงบ ยังคงอาละวาดคลุ้มคลั่งตะโกนด่าทอภรรยา กล่าวหาว่าคบชู้ ไม่นานนายพัฒน์พงษ์ได้ขี่รถ จยย. ลงไปในสระน้ำหลังบ้าน
ตำรวจใช้เวลาควบคุมสถานการณ์นานกว่า 6 ชั่วโมง สังเกตเห็นนายพัฒน์พงษ์เริ่มอ่อนล้า จนกระทั่งเวลาประมาณ 12.00 น. จึงตัดสินใจใช้ปืนช็อตกระแสไฟฟ้า ยิงใส่ด้านหลังนายพัฒน์พงษ์ และเข้าควบคุมตัวไว้ได้ โดยนายพัฒน์พงษ์ไม่ได้ต่อสู้ขัดขืน พบว่าบริเวณลำคอนายพัฒน์พงษ์ ถูกมีดปาดเป็นแผลลึกเหวอะหวะ เจ้าหน้าที่รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลหนองคายทันที
พ.ต.อ.ประสงค์ กองปัญญา ผกก.สภ.สระใคร เปิดเผยว่า นายพัฒน์พงษ์ ผู้ก่อเหตุ เคยมีประวัติพัวพันยาเสพติด เสพยาเสพติด ญาติเคยนำตัวไปรักษาหลายครั้ง คาดว่าในครั้งนี้จะขาดยา และไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง
จึงเกิดหลอน ระแวงว่า ภรรยาจะนอกใจคบชู้ โดยบ้านหลังนี้อาศัยอยู่กัน 4 คน มีนางเตรียมรัตน์ เป็นเจ้าของบ้าน นางสาวรัตน์ธัญญา , นางสาวรัตน์ธัญญาลูกสาว , นายพัฒน์พงษ์ลูกเขย และลูกของนางสาวรัตน์ธัญญากับนายพัฒน์พงษ์ วัย 5 ขวบ
ส่วนตอนเกิดเหตุตอนเช้าตื่น นายพัฒน์พงษ์ได้เปิดเตาแก๊สจุดไฟให้เกิดไฟไหม้จากภายในครัว ก่อนลุกลามไหม้บ้านอย่างรวดเร็ว เด็กได้วิ่งหนีออกจากบ้าน ไปหานางเตรียมรัตน์ผู้เป็นยาย ที่รีบวิ่งไปหาน้องชายบ้านใกล้กัน จากนั้นได้ใช้มีดทำครัวปาดคอ นางสาวรัตน์ธัญญา โดยไม่ทันได้ตั้งตัว แล้วขี่รถ จยย. หลบหนี จนสามารถจับกุมตัวไว้ได้
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่จะแจ้ง 3 ข้อหา คือ วางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่น , พยายามฆ่าผู้อื่น และมีอาวุธมีดไว้ในครอบครอง
คลิปนาทีจับกุมไอ้คลั่งหลอนยาหึงเมียปาดคาเผาบ้าน