นายสมเกียรติ กล่าวต่อว่า ตนในฐานะตัวแทนประชาชน และมีความศรัทธาต่อองค์พระธาตุพนม ทนไม่ได้หลังจากกรณี ลุงพล นายไชย์พล วิภา และทีมงานออกมาประชาสัมพันธ์จัดกิจกรรมเดินแสวงบุญจากบ้านเกิด จ.สกลนคร มุ่งหน้าไปยังวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร พร้อมให้สายบุญบริจาคเงินผ่านบัญชีตนเอง เกรงว่าจะเป็นการฉวยโอกาสแอบอ้างชื่อวัดพระธาตุพนมฯ เพื่อแสวงประโยชน์ส่วนตัน เบื้องต้นพบว่ามีสายบุญบริจาคเข้ามาจำนวนหลักแสนบาทแล้ว
ทั้งนี้ หลังเข้าพบ พระมหากมลชัย กมโล ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร เพื่อตรวจสอบ ท่านยืนยันว่า ไม่มีการขออนุญาตจัดกิจกรรมเดินแสวงบุญ ทางวัดพระธาตุพนมไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่เคยมีตัวแทนมาแจ้งว่าจะมาร่วมทำบุญในช่วงงานนมัสการองค์พระธาตุพนม ซึ่งหากใครต้องการทำบุญสามารถติดต่อบริจาคได้ที่วัดพระธาตุพนมโดยตรง ที่สำคัญตนในฐานะตัวแทนพลังศรัทธา ได้ประสานกับทางนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายกองทัพธรรม ผู้ดูแลฝ่ายกฎหมายของวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ยืนยันว่าไม่สามารถที่จะเอาชื่อไปแอบอ้างเรี่ยไรได้
ต่อมา นายสมเกียรติ ได้เข้าพบ พล.ต.ต.ธวัชชัย ถุงเป้า ผบก.ภ.จว.นครพนม พร้อมลงบันทึกประจำวัน และให้ทางตำรวจเกี่ยวข้อง มีการตรวจสอบการจัดกิจกรรมต่างๆ ทั้ง พ.ร.บ.เรี่ยไร รวมถึง พ.ร.บ.จราจร หากพบเข้าข่ายความผิด จะแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าวทันทีฃ
"ฝากไปยังพี่น้องประชาชน พลังศรัทธา แนะนำให้ทำบุญกับวัดโดยตรงไม่ต้องบริจาคผ่านบัญชีบุคคลอื่น เชื่อว่ามีการแอบแฝงอะไรบางอย่าง หากบริสุทธิ์ใจควรบริจาคทำบุญกับวัดโดยตรง การทำแบบนี้เป็นการจัดกิจกรรมอีเวนท์แฝงประโยชน์ และจัดคอนเทนต์ร่วมกับทีมงาน โดยมีการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางยูทูบเบอร์ หลายช่อง" นายสมเกียรติ ระบุในตอนท้าย
ชมคลิป ทนายสมเกียรติ ระบุ"ลุงพล" ส่อเรี่ยไรผิดกฎหมาย