เช้ามาเหมือนว่า มีเรื่องร้องเรียน หรืออะไร แต่ทุกคนทำเป็นแสร้งว่าไม่มีอะไร ได้แต่พูดเหน็บเรา ทั้งที่รู้ว่า ผมจะโดนอะไร ผม ก็แค่คนคนหนึ่งที่ต้องการเรียนรู้ระบบราชการท้องถิ่น แต่สุดท้าย รู้ว่าผมปรับตัวเข้ากับระบบทุจริต จนเป็นนิสัยไม่ได้ ผมลาออกวันที่ 31 ตุลาคม มีผล 1 ธันวาคม 2565
ระบบท้องถิ่นไม่รู้เป็นเฉพาะเทศบาลตำบลนากลางหรือไม่ เป็นอะไรที่แย่มาก ช่างเหมือนเป็นเครื่องมือสำหรับทำเงินให้กับผู้บริหาร ไม่เฉพาะนักการเมือง ข้าราชการตัวใหญ่ เช่น ผอ.กองช่างก็ตัวดี คอยแต่จะหาเศษหาเลยจากโครงการกรรมชั่วของพวกเขา เล่ายังไงก็ไม่หมด ขอให้พวกมันทุกคนได้รับผลของการที่มันโกงทุจริตหาเศษหาเลยจากหน้าที่ ร่าง ถ้ายังอยู่ดี บริจาคให้กายวิภาคศาสตร์ มข.”
โดยเนื้อหาในจม.เป็นการตัดพ้อในการทำงาน โดยผู้เสียชีวิตตั้งใจจะลาออกอยู่แล้วในวันที่ 1 ธ.ค.65 แต่ต้องมีงานโครงการเคลียร์ 3-4 งาน แต่ก็ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองก่อน
ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้าน ม.4 บ้านหนองหว้า ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี ญาติๆ ได้นำศพนายภาณุเมศวร์ มาไว้ที่บ้าน โดยมีเพื่อนสนิทที่ทำงานที่เทศบาลนากลาง เดินทางมาเคารพศพ และญาติๆ ที่ทราบข่าว เดินทางมาแสดงความเสียใจ โดยคุณพ่อและคุณแม่ยังเศร้าโศกเสียใจกับการที่ต้องสูญเสียลูกชายไปไม่มีวันกลับ
นางปุ วาสโสหา อายุ 54 ปี แม่ผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ยังทำใจไม่ได้ที่สูญเสียลูกชายไป กับเรื่องราวที่เกิดขึ้นยังทำใจไม่ได้ โดยจะฌาปนกิจศพลูกชายในวันนี้ ปกติลูกชายยังเป็นผ้าขาว ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย ไม่เคยทำให้พ่อและแม่เสียใจ เข้ารับราชการไม่นาน จบวิศวกรโยธาที่ขอนแก่น ไม่คิดว่าจะมาเจอเรื่องแบบนี้และคิดสั้นจบชีวิตตัวเอง เรื่องราวที่เกิดขึ้นอยากขอความเป็นธรรมให้กับลูกชายด้วย
ก่อนลูกชายจะเสียชีวิต ลูกชายได้ส่งของมาให้ เป็นเอกสารของรถยนต์ และมีจม.น้อยบอกว่า “แม่ผมขอโทษไปเก็บของกลับบ้านด้วย” และยังมีแหวนของลูกชาย ก็สงสัยคืออะไร ลูกชายเป็นอะไรหนอ ทำไมลูกชายส่งแหวนมาให้ เป็นแหวนที่แม่ซื้อให้เป็นของขวัญลูก โทรไปหาลูกชายก็ไม่รับ พอรู้ลูกชายเสียชีวิต แทนที่ลูกชายจะได้มาเผาพ่อเผาแม่ก่อน ไม่คิดว่าจะเป็นพ่อและแม่ต้องมาเผาลูกก่อน หากรู้ข่าวลูกชายจะคิดฆ่าตัวตาย ตนเองจะไปรับลูกชายมาอยู่ด้วยก่อน
อุดม ปิดตาทานัง รายงานจากจ.อุดรธานี
จดหมายลายมือหนุ่มวิศวะ ระบายเรื่องทุจริตในหน่วยงาน