เนชั่นทีวี

ข่าว

ร้านยำ ปะทะ ร้านส้มตำ เปิดศึกกวาดขยะ หมัดเดียวไปกองกับพื้น

21 ต.ค. 2565 | piyawan_uan

ร้านยำ ปะทะ ร้านส้มตำ เปิดศึกกวาดขยะ หมัดเดียวไปกองกับพื้น

เจ้าของร้านยำ ยั๊วะร้านส้มตำ กวาดใบไม้กองข้ามถิ่น เดินปรี่เข้าไปสอบถาม จนเกิดมีปากเสียง-โต้เถียงกันลั่น ก่อนปล่อยหมัดตรงเข้าปลายคาง จนคู่กรณีล้มลงไปกองกับพื้น


จากกรณีมีการแชร์ภาพจากกล้องวงจรปิด เหตุทะเลาะวิวาทกันของเจ้าของร้านขายส้มตำ ถูกเจ้าของร้านยำชกต่อยจนล้มทั้งยืน เหตุริมถนนศรีสรรเพชญ์ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา 

 

โดยภาพกล้องวงจรปิดของทางร้านส้มตำสามารถบันทึกภาพได้ขณะที่เจ้าของร้านส้มตำกำลังกวาดใบไม้อยู่บริเวณข้างร้านจากนั้นก็มีเจ้าของร้านขายของฝั่งตรงข้ามเดินมาแล้วเกิดการทะเลาะจากนั้นได้ชกต่อยเจ้าของร้านส้มตำล้ม เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืน ของวันที่ 19 ตุลาคม ที่ผ่านมา

ร้านยำ ปะทะ ร้านส้มตำ เปิดศึกกวาดขยะ หมัดเดียวไปกองกับพื้น ร้านยำ ปะทะ ร้านส้มตำ เปิดศึกกวาดขยะ หมัดเดียวไปกองกับพื้น

21 ตุลาคม 2565 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ร้านส้มตำ ริมถนนศรีสรรเพชญ์ ที่ปรากฎตามคลิป พบกับนายอรรถสิทธิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี เจ้าของร้านส้มตำ ที่ยังมีร่องรอยอาการบาดเจ็บ ที่บริเวณดวงตาข้างซ้าย และจมูกมีรอยเขียวช้ำ ศีรษะด้านขวามีบาดแผลเย็บ 3 เข็ม

ร้านยำ ปะทะ ร้านส้มตำ เปิดศึกกวาดขยะ หมัดเดียวไปกองกับพื้น

นายอรรถสิทธิ์ เจ้าของร้านส้มตำ เปิดเผยว่า ตนเองและภรรยาได้เปิดร้านขายส้มตำมาได้ 7 ปี ส่วนคู่กรณีที่เข้ามาชกต่อยตนเองนั้น เปิดร้านขายยำ อยู่ฝั่งตรงข้าม แต่ก่อนก็ไม่ได้มีเรื่อง หรือบาดหมางอะไรกัน แต่เมื่อช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ทางคู่กรณีเคยมาพูดเรื่องท่อน้ำทิ้ง เวลาที่ตนล้างจาน น้ำจะไหลลงไปภายในซอย ซึ่งตนเองได้ทำการปรับปรุงแก้ไข จากนั้นมาช่วงหลังก็ไม่ได้ค่อยพูดคุยกัน

ร้านยำ ปะทะ ร้านส้มตำ เปิดศึกกวาดขยะ หมัดเดียวไปกองกับพื้น จนเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 19 ตุลาคม 2565 ขณะที่ตนเองกำลังกวาดใบไม้มากองรวมเอาไว้ที่ข้างร้าน เพื่อที่จะเอาถังขยะมาใส่ ระหว่างนั้นเจ้าของร้านยำ ได้เข้ามาต่อว่า จึงใช้ที่ตักขยะตักใบ้ไม้เอาไปกองไว้ใต้ต้นไม้ จังหวะที่ก้มหน้าตักใบไม้ ก็ถูกเจ้าของร้านยำต่อยเข้าที่ปลายคาและใบหน้า จนล้มทั้งยืนหัวฟาดกับพื้น ภรรยาของตนเองเห็นจึงเข้ามาห้าม ตอนนั้นรู้สึกมึน เจ็บที่ดวงตา และที่ศีรษะ จึงได้ไปโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา เพื่อทำการรักษา หลังจากนั้นก็เดินทางไปแจ้งความไว้ที่สภ.พระนครศรีอยุธยา  
 

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่า จะนัดคู่กรณีมาสอบสวน สัปดาห์หน้า ตนเองและภรรยากลัวว่าเรื่องจะเงียบและทำไมถึงปล่อยเวลานาน กลัวไม่ปลอดภัยและไม่กล้าที่จะทำมาค้าขายอีก ตนจึงคิดว่าถ้าขายอยู่ต่อที่นี่ก็คงต้องมีเรื่องกันอีก จึงจะย้ายร้านไปขายที่อื่น เพื่อความปลอดภัย ส่วนการแจ้งความดำเนินคดี ดำเนินคดีต่อไป  ส่วนสาเหตุที่เข้ามาทำร้ายร่างกายตนเองนั้น  คิดว่าคู่กรณีคงคิดว่าตนเองกวาดใบไม้กองไว้แล้วไม่เอาไปทิ้งจึงเป็นมูลเหตุที่เกิดเรื่อง

ขณะที่นายไผ่ (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ปีเจ้าของร้านยำ เปิดเผยว่า มีปัญหากับคู่กรณีมานานแล้ว ก่อนหน้านี้เคยเตือนเรื่องท่อน้ำทิ้ง และทางร้านเขาก็ปรับปรุงแก้ไข  วันเกิดเหตุช่วงเช้า เจ้าของร้านส้มตำ กวาดใบไม้มากกองไว้ข้างร้าน แล้วไม่เก็บไปทิ้ง พอลมพัดมาใบไม้ก็พัดปลิว พอช่วงกลางคืนตนเองกำลังปิดร้าน เห็นเจ้าของร้านส้มตำกวาดใบไม้มากองอีก จึงเข้าไปถามว่า จะกวาดใบไม้มากองทำไมไม่ตักเอาไปทิ้งถังขยะ คู่กรณีตอบกลับมาว่า กวาดแบบนี้มานานแล้วนะ ตนจึงบอกว่ากองแบบนี้ลมพัดมันปลิว โดนรถที่จอดอยู่ข้างร้าน  
 
คู่กรณียืนยันว่า จะกวาดแบบนี้ ไม่รู้จะไปกวาดและเก็บไว้ที่ไหน ตนเองจึงตอบไปว่า ทำไมพูดแบบนี้ ประมาณว่า มึงเป็นใคร มึงเป็นนักเลงคุมในซอยนี้หรือ ตนเองยอมรับเกิดความโมโห จึงได้ต่อยไป 1 ครั้ง จนทำให้คู่กรณีล้มลง 
  ร้านยำ ปะทะ ร้านส้มตำ เปิดศึกกวาดขยะ หมัดเดียวไปกองกับพื้น
"ตนเองอดทนมา 2 ปีแล้ว พฤติกรรมเหมือนคู่กรณี จะปั่นประสาทตนเอง และก็ไม่อยากมีปัญหา เห็นเป็นบ้านใกล้เรือนเคียงกัน ตนเอง ไม่ได้เป็นคนเกเรอยู่แล้ว  ซึ่งที่ผ่านมา เจ้าของร้านส้มตำ มักจะกวาดใบไม้มากองทิ้งแบบนี้เป็นประจำ วันเกิดเหตุ  5 ทุ่มกว่า ยังมากวาดใบไม้ ใช่เวลาไหม ส่วนที่บอกว่าตนเองเป็นนักเลงเจ้าถิ่นนั้นคู่กรณีเป็นคนพูดเอง และก็ยังไปพาลน้องผมที่เดินออกมาจากซอยเหมือนทำนองว่าน้องผมจะมาช่วย ยังพูดว่าพวกผมเป็นนักเลงคุมซอยอยู่อีกผมจึงตบไปอีก 1 ที ตนเป็นคนทำมาหากินไม่เคยหาเรื่องใครอยู่แล้ว ส่วนเรื่องนี้ตนก็อยากที่จะจบ ส่วนเรื่องคดี ยอมรับผิด แค่ทำร้ายร่างกายและทะเลาะวิวาทส่วนเรื่องจะมาเรียกร้องค่าเสียหายหรือชดใช้อะไรก็คงจะต้องปรึกษากับทางทนายความ" เจ้าของร้านยำ ชี้แจง 

 

ด้าน พ.ต.อ อำนวยพันธ์ นิลน้อย ผกก.สภ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ตนเองได้ทราบเรื่องตั้งแต่วันเกิดเหตุและทางผู้บาดเจ็บ ก็ได้เดินทางมาแจ้งความไว้แล้วเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ที่ผ่านมา ซึ่งตอนนี้ได้สั่งการให้ พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและ ให้ทางผู้ได้รับบาดเจ็บไปพบแพทย์และตรวจบาดแผลแล้วและต้อง รอผลใบตรวจสอบร่างกายของทางแพทย์ตามขั้นตอน และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย

 

ข่าว :  สุทธิพร กองสุทธิผล จ.พระนครศรีอยุธยา 

ข่าวล่าสุด