เนชั่นทีวี

ข่าว

หัวเราะลั่น! "อนุทิน" ย้อนถาม "การดี" ปม "โง่-ห่วย-เลว" ว่าตัวเองหรือเปล่า?

16 ต.ค. 2569 | natthanan_chu

หัวเราะลั่น! "อนุทิน" ย้อนถาม "การดี" ปม "โง่-ห่วย-เลว" ว่าตัวเองหรือเปล่า?

หัวเราะลั่น! "อนุทิน" ย้อนถาม "การดี" ปม "โง่-ห่วย-เลว" ว่าตัวเองหรือเปล่า? ชี้แค่วาทกรรมพรรคเคยมีร้อยเสียง เหลือแค่สิบกว่าเสียง

หัวเราะลั่น! "อนุทิน" ย้อนถาม "การดี" ปม "โง่-ห่วย-เลว" ว่าตัวเองหรือเปล่า? ชี้แค่วาทกรรมพรรคเคยมีร้อยเสียง เหลือแค่สิบกว่าเสียง

KEY

POINTS

  • อนุทินหัวเราะย้อนถาม การดี ตั้ง 3 ปมซักฟอก “โง่-ห่วย-เลว” ว่ารัฐบาลหรือว่าตัวเอง
  • นายกฯ ชี้ใช้คำรุนแรงเป็น Defense Mechanism อ้างเหตุผลเข้าข้างตัวเองมากกว่า
  • แขวะเจ็บเป็นวาทกรรมพรรคเคยมีร้อยกว่าเสียงเหลือสิบกว่าเสียง ไม่รู้ใครโง่ใครห่วยใครเลว

กรณีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของฝ่ายค้าน ซึ่ง นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ตั้ง 3 ประเด็นในการซักฟอกรัฐบาลว่าบริหารงาน “โง่-ห่วย-เลว” 

 

16 ตุลาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นดังกล่าว

 

โดยทันทีที่ได้ยินประเด็นดังกล่าว นายกรัฐมนตรี หัวเราะ พร้อมย้อนถามสื่อมวลชนด้วยความประหลาดใจว่า “หึย เขาพูดแบบนี้เลยหรอ เขาพูดคำว่าโง่ด้วยหรือ” 

ก่อนจะย้อนถามผู้สื่อข่าวกลับไปอีกครั้งว่า นางการดีกำลังพูดถึงตัว "รัฐบาล" หรือกำลังพูดถึง "ตัวเขาเองกันแน่"

 

ชี้เป็น Defense Mechanism การอ้างเหตุผลเข้าข้างตัวเอง

 

ทั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวระบุชี้แจงว่า คำดังกล่าวนั้นเป็นสโลแกนที่ทางพรรคประชาธิปัตย์ได้ตั้งไว้สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล 

 

นายอนุทินได้ร้อง “โอ้ย” พร้อมกับส่ายหน้า นายอนุทินกล่าวต่อไปว่า คนเราหากสามารถพูดคำนี้ออกมาได้ ก็แสดงว่ากำลังพูดถึงสิ่งที่ตัวเองเป็นมากกว่า ซึ่งเข้าข่ายลักษณะของ Defense Mechanism หรือการอ้างเหตุผลเข้าข้างตัวเอง   

 

แขวะเจ็บวาทกรรมพรรคเหลือ 10 กว่าเสียง ตอกกลับไม่รู้ใครโง่ ใครห่วย ใครเลว

 

นอกจากนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรกับวาทกรรมดังกล่าวของพรรคประชาธิปัตย์ นายกรัฐมนตรี กล่าวทิ้งท้ายไว้อย่างดุเดือดว่า ก็ถือเป็นวาทกรรมของพรรคที่เคยมี สส. มากกว่า 100 เสียง แต่ปัจจุบันเหลืออยู่เพียง 10 กว่าเสียง ที่ออกมาพูดใส่พรรคการเมืองที่เคยมีอยู่เพียง 10 กว่าเสียง แล้วขึ้นมาเป็นเกือบ 200 เสียงในปัจจุบัน ก็ไม่รู้ว่าใครโง่ใครห่วยใครเลว

ข่าวล่าสุด