ด้าน นางสาวงามขำ แซ่ลี้ อายุ 45 ปี (ภรรยาผู้ก่อเหตุ) เล่าให้ฟังว่า ตนอยู่กินกับนายไพรทูรย์ นาคหนู อายุ 45 ปี มาประมาณ 30 ปีแล้ว และมีลูกด้วยกัน 4 คน ซึ่งได้ปลูกบ้านแยกให้ลูกกันคนละหลัง โดยหลังที่ถูกไฟไหม้ ตนปลูกให้กับนางพิณ ซึ่งเป็นแม่ของตนเอง เพื่อจะได้อยู่กันเป็นสัดส่วน โดยมีลูกสาวคนเล็กไปอยู่กับแม่ด้วย ก่อนเกิดเหตุได้มีปากเสียงกับนายไพรทูรย์ เนื่องจากชอบมาด่าว่าแม่ของตนเอง และขู่จะทำร้ายหลายครั้ง จนทำให้ตนเองทนไม่ไหว ต้องออกมานอนที่ห้องของแม่กับลูกสาว
กระทั่ง นายไพรทูรย์ ได้พยายามมาง้อขอคืนดี แต่ตนเห็นว่าสามีนั้น มีอาการเมา และพูดจากันไม่รู้เรื่อง จึงไม่ออกมาคุยด้วย จนกระทั่งได้กลิ่นคล้ายกับน้ำมัน จึงได้เปิดประตูห้องออกมาดู ก็พบว่า สามีกำลังราดน้ำมัน และจุดไฟเผาบ้าน ด้วยความตกใจ จึงรีบพาแม่กับลูกสาวหนีตายออกมา หลังจากที่จุดไฟเผาบ้านแล้ว สามีก็หลบหนีไป
ที่ผ่านมา สามีมักเสพยาเสพติด และไม่ได้ทำงาน รวมทั้งดื่มเหล้าด้วย จึงทำให้มักมีปากเสียงกันมาโดยตลอด และยังชอบมาด่าว่าแม่ของตนเอง จึงทำให้ทนไม่ไหว ซึ่งครั้งนี้จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เพราะการจุดไฟเผาบ้านนั้น น่าจะเป็นเรื่องพยายามฆ่า ทั้งที่มีลูกสาวอยู่ในบ้านด้วย ก็ยังจุดไฟเผา โดยเรื่องดังกล่าวจะไม่ยอมความโดยเด็ดขาด แต่เบื้องต้น คงจะต้องย้ายออกไปอยู่ที่อื่นก่อน เพราะกลัวความไม่ปลอดภัย และสงสารลูกสาวที่ยังร้องไห้ไม่หยุด เพราะอุปกรณ์การเรียนนั้น ถูกไฟเผาไหม้จนหมด
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองราชบุรี ได้ออกติดตามหาตัว นายไพรทูรย์ ตามบ้านญาติแล้ว แต่ยังไม่พบตัว คาดว่าอาจจะไปหลบซ่อนตามบ้านเพื่อน ดังนั้น จึงต้องเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฏหมายให้เร็วที่สุด