จากการตรวจสอบ Digital Footprint และคำให้การของผู้เกี่ยวข้อง พบหลักฐานการสั่งการและประสานให้เจ้าหน้าที่แก้ไขข้อมูลผลสอบหลายครั้ง โดยมีทั้ง การแก้คะแนนผู้สอบตกให้เป็นผู้สอบได้ และการเพิ่มคะแนนผู้ที่สอบได้อยู่แล้ว ซึ่งส่งผลต่อลำดับบัญชีและโอกาสได้รับการเรียกบรรจุ
คณะกรรมการระบุว่าเป็น “ความบกพร่องร้ายแรง” และการมอบหมายหรือประสานกับ บุคคลภายนอกที่ไม่มีหน้าที่และอำนาจ ให้แก้ไขผลสอบที่มีการประกาศแล้ว เป็นพฤติกรรม “ผิดปกติและทุจริตอย่างชัดแจ้ง”
รายงานยังวิจารณ์ว่า ก.สถ. ไม่ได้ตรวจสอบรายละเอียดผลสอบอย่างเพียงพอก่อนรับรอง โดยอ้างว่าเป็นข้อมูลลับ ทั้งที่ ก.สถ. เป็นผู้กำหนดชั้นความลับเองและมีหน้าที่รับผิดชอบผลสอบ
อีกประเด็นที่คณะกรรมการตั้งข้อสังเกต คือ หลังมีการจับกุมขบวนการทุจริต ก.สถ. ยังดำเนินการเรียกบรรจุต่อ ก่อนจะมีคำสั่งให้ชะลอการบรรจุในภายหลัง โดยคณะกรรมการเห็นว่าเป็นเรื่องผิดปกติ และสะท้อนปัญหาในระบบการสั่งการและบังคับบัญชาของกระทรวงมหาดไทย รวมถึงกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบราชการ
คณะกรรมการยังเสนอให้กระทรวงมหาดไทย ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งทางแพ่ง อาญา ปกครอง และด้านมาตรฐานทางจริยธรรม พร้อมตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เนื่องจากเห็นว่าพฤติการณ์มีลักษณะ “ทำเป็นขบวนการอย่างชัดเจน”
พร้อมเสนอให้ทบทวนว่า ก.สถ. ควรจัดสอบต่อไปหรือไม่ เนื่องจากความเชื่อมั่นต่อ ก.สถ. และระบบการจัดสอบได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง หากยังให้จัดสอบต่อ ต้องปรับกลไกและโครงสร้างให้มีธรรมาภิบาลและระบบควบคุมที่เข้มงวดขึ้น
สำหรับผลสอบ เสนอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจัดทำ คะแนนและบัญชีรายชื่อผู้สอบผ่านภาค ก. และ ข. ใหม่จากฐานข้อมูล OMR คัดแยกผู้ที่มีหลักฐานว่าถูกแก้ไขคะแนนโดยมิชอบ ทบทวนการรับรองผล และ เพิกถอนการขึ้นบัญชีหรือการบรรจุผู้ไม่มีสิทธิ รวมถึงติดตามเรียกเงินเดือนและค่าตอบแทนคืน หากเป็นกรณีที่ไม่มีสิทธิได้รับ
นอกจากนี้ เสนอให้ สำนักงาน ก.พ. จัดทำฐานข้อมูลกลางผู้ทุจริตการสอบเข้าราชการ เพื่อให้หน่วยงานรัฐตรวจสอบได้ตั้งแต่ขั้นตอนสมัครสอบ และป้องกันไม่ให้ผู้มีประวัติทุจริตกลับเข้าสู่ระบบราชการ
ยังเสนอให้กรมบัญชีกลางร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำ TOR มาตรฐานกลาง สำหรับการจัดสอบ ครอบคลุมความปลอดภัยระบบ IT การคุ้มครองข้อมูล การควบคุมสิทธิ์เข้าถึง การจัดทำ Audit Log และระบบตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงคะแนน
พร้อมให้สำนักงาน ก.พ. ป.ป.ท. ตำรวจ กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ร่วมปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับ คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม ฐานความผิด และบทลงโทษการทุจริตสอบเข้ารับราชการ
ทั้งนี้ คณะกรรมการเสนอให้ข้อมูลผู้เกี่ยวข้องกับการทุจริตส่งให้สำนักงาน ก.พ. จัดทำฐานข้อมูลกลาง และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รายงานความคืบหน้าต่อนายกรัฐมนตรีทุก 3 เดือน
อย่างไรก็ตามนายอนุทินได้ลงนามเห็นชอบ ตามที่คณะกรรมการเสนอ และเพิ่มข้อสั่งการโดยมอบหมายให้นายปกรณ์ กำกับดูแล ติดตาม และรายงานนายกรัฐมนตรีทุกระยะโดยเร็วที่สุด ลงวันที่ 11 ส.ค.2569