เนชั่นทีวี

ข่าว

ด่วน เปิด"ผลสอบโกงท้องถิ่น" ชุด "ปกรณ์ นิลประพันธ์ " เสนอ "นายกฯอนุทิน"เชือด

12 ส.ค. 2569 | thamsathit_pol

ด่วน เปิด"ผลสอบโกงท้องถิ่น" ชุด "ปกรณ์ นิลประพันธ์ " เสนอ "นายกฯอนุทิน"เชือด

เปิด"ผลสอบโกงท้องถิ่น" พบ ช่องโหว่เกือบทุกขั้นตอน พบแก้คะแนน "ตกเป็นผ่าน-เพิ่มคะแนน" มีหลักฐาน Digital Footprint ประสานคนนอกแก้ผลสอบ ชี้ชัด หลังจับขบวนการยังเรียกบรรจุ เสนอทำฐานข้อมูลกลางคนทุจริตสอบ

12 สิงหาคม 2569   มีรายงานว่า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ที่มี นาย ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการ ได้เรียนผลสอบดังกล่าว ถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569


โดยรายละเอียด ระบุว่า ผลการตรวจสอบพบช่องว่างที่เอื้อต่อการทุจริตและลักษณะที่อาจขัดต่อกฎหมาย เกือบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การกำหนดอัตราว่าง การอนุมัติจัดสอบ การจัดทำ TOR การจัดหาผู้รับจ้าง การจัดสอบและตรวจคะแนน การประกาศผล ไปจนถึงการเรียกบรรจุและการดำเนินการหลังพบขบวนการทุจริต

คณะกรรมการพบว่า ก.กลาง อนุมัติอัตราว่างสำหรับการสอบ 8,548  อัตรา แต่มีการบรรจุจริง 15,520 อัตรา จึงเสนอให้ตรวจสอบว่าการบรรจุเกินอัตราดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องหรือไม่

ส่วนการจัดทำ TOR พบว่า ก.สถ. มอบฝ่ายเลขานุการเป็นผู้ดำเนินการจัดทำ TOR และกำหนดให้ผู้รับจ้างรับผิดชอบการสอบในลักษณะ “เบ็ดเสร็จเด็ดขาด” แต่คณะกรรมการย้ำว่าเงื่อนไขดังกล่าวไม่ทำให้ ก.สถ. พ้นจากความรับผิดชอบตามกฎหมาย เนื่องจากยังมีหน้าที่กำกับและรับผิดชอบต่อกระบวนการจัดสอบ

่ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี

นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้รับจ้างนำงานตรวจผลสอบไปให้ ผู้รับจ้างช่วง ดำเนินการ และมีการทำสำเนาข้อมูลผลสอบเพิ่มอีก 1 ชุด ซึ่งคณะกรรมการเห็นว่าเป็นความเสี่ยงต่อการทุจริตและควรตรวจสอบว่าเกิดขึ้นโดยเจตนาหรือไม่

ประเด็นสำคัญที่สุดของรายงาน คือพบความผิดปกติของผลคะแนนสอบ โดยผลการตรวจคะแนนของผู้รับจ้างช่วงทันทีหลังการสอบภาค ก. และ ข. ไม่ตรงกับผลที่มีการประกาศ

จากการตรวจสอบ Digital Footprint และคำให้การของผู้เกี่ยวข้อง พบหลักฐานการสั่งการและประสานให้เจ้าหน้าที่แก้ไขข้อมูลผลสอบหลายครั้ง โดยมีทั้ง การแก้คะแนนผู้สอบตกให้เป็นผู้สอบได้ และการเพิ่มคะแนนผู้ที่สอบได้อยู่แล้ว ซึ่งส่งผลต่อลำดับบัญชีและโอกาสได้รับการเรียกบรรจุ

ปกรณ์  นิลประพันธ์  รองนายกรัฐมนตรี

คณะกรรมการระบุว่าเป็น “ความบกพร่องร้ายแรง” และการมอบหมายหรือประสานกับ บุคคลภายนอกที่ไม่มีหน้าที่และอำนาจ ให้แก้ไขผลสอบที่มีการประกาศแล้ว เป็นพฤติกรรม “ผิดปกติและทุจริตอย่างชัดแจ้ง”

รายงานยังวิจารณ์ว่า ก.สถ. ไม่ได้ตรวจสอบรายละเอียดผลสอบอย่างเพียงพอก่อนรับรอง โดยอ้างว่าเป็นข้อมูลลับ ทั้งที่ ก.สถ. เป็นผู้กำหนดชั้นความลับเองและมีหน้าที่รับผิดชอบผลสอบ

อีกประเด็นที่คณะกรรมการตั้งข้อสังเกต คือ หลังมีการจับกุมขบวนการทุจริต ก.สถ. ยังดำเนินการเรียกบรรจุต่อ ก่อนจะมีคำสั่งให้ชะลอการบรรจุในภายหลัง โดยคณะกรรมการเห็นว่าเป็นเรื่องผิดปกติ และสะท้อนปัญหาในระบบการสั่งการและบังคับบัญชาของกระทรวงมหาดไทย รวมถึงกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบราชการ

คณะกรรมการยังเสนอให้กระทรวงมหาดไทย ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งทางแพ่ง อาญา ปกครอง และด้านมาตรฐานทางจริยธรรม พร้อมตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เนื่องจากเห็นว่าพฤติการณ์มีลักษณะ “ทำเป็นขบวนการอย่างชัดเจน”

พร้อมเสนอให้ทบทวนว่า ก.สถ. ควรจัดสอบต่อไปหรือไม่ เนื่องจากความเชื่อมั่นต่อ ก.สถ. และระบบการจัดสอบได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง หากยังให้จัดสอบต่อ ต้องปรับกลไกและโครงสร้างให้มีธรรมาภิบาลและระบบควบคุมที่เข้มงวดขึ้น

สำหรับผลสอบ เสนอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจัดทำ คะแนนและบัญชีรายชื่อผู้สอบผ่านภาค ก. และ ข. ใหม่จากฐานข้อมูล OMR คัดแยกผู้ที่มีหลักฐานว่าถูกแก้ไขคะแนนโดยมิชอบ ทบทวนการรับรองผล และ เพิกถอนการขึ้นบัญชีหรือการบรรจุผู้ไม่มีสิทธิ รวมถึงติดตามเรียกเงินเดือนและค่าตอบแทนคืน หากเป็นกรณีที่ไม่มีสิทธิได้รับ

นอกจากนี้ เสนอให้ สำนักงาน ก.พ. จัดทำฐานข้อมูลกลางผู้ทุจริตการสอบเข้าราชการ เพื่อให้หน่วยงานรัฐตรวจสอบได้ตั้งแต่ขั้นตอนสมัครสอบ และป้องกันไม่ให้ผู้มีประวัติทุจริตกลับเข้าสู่ระบบราชการ

ยังเสนอให้กรมบัญชีกลางร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำ TOR มาตรฐานกลาง สำหรับการจัดสอบ ครอบคลุมความปลอดภัยระบบ IT การคุ้มครองข้อมูล การควบคุมสิทธิ์เข้าถึง การจัดทำ Audit Log และระบบตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงคะแนน

พร้อมให้สำนักงาน ก.พ. ป.ป.ท. ตำรวจ กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ร่วมปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับ คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม ฐานความผิด และบทลงโทษการทุจริตสอบเข้ารับราชการ

ทั้งนี้ คณะกรรมการเสนอให้ข้อมูลผู้เกี่ยวข้องกับการทุจริตส่งให้สำนักงาน ก.พ. จัดทำฐานข้อมูลกลาง และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รายงานความคืบหน้าต่อนายกรัฐมนตรีทุก 3 เดือน

อย่างไรก็ตามนายอนุทินได้ลงนามเห็นชอบ ตามที่คณะกรรมการเสนอ และเพิ่มข้อสั่งการโดยมอบหมายให้นายปกรณ์ กำกับดูแล ติดตาม และรายงานนายกรัฐมนตรีทุกระยะโดยเร็วที่สุด ลงวันที่ 11 ส.ค.2569

ข่าวล่าสุด