พระครูโสภณวิภูษิต เจ้าคณะตำบลท่าราบ เจ้าอาวาสวัดบางลี่เจริญธรรม กล่าวว่า ศาลาแห่งนี้สร้างเสร็จเมื่อตอนปี 63 - 64 โดยมีเงินของญาติโยมและเงินของทางวัดมาร่วมสร้าง เป็นการทอดผ้าป่าไป 1 ครั้ง โดย เจ๊นุช ก็มาแต่ไม่บ่อย แต่จะมาเป็นประจำคือแม่ของ เจ๊นุช ซึ่งตอนที่มาทำบุญบริจาคเงินครั้งนั้น เจ๊นุช เดินทางมาพร้อมกับแม่ ส่วนการที่เขียนชื่อลงไปนั้นก็ต้องอยู่ที่เจ้าภาพว่า จะต้องการให้ใส่ชื่อใครลงไป
ที่ผ่านมานั้นก็ไม่เคยเห็น ส.ว.รายดังกล่าวมาร่วมทำบุญด้วย ส่วนใหญ่ เจ๊นุช จะมาคนเดียวหรือมากับแม่ และก็จะมีทหารรับใช้มาด้วย ก็ดูสนิทกันดีดูแลกันดี เวลาใช้ไปไหนก็ไป ส่วนตัวไม่เคยเห็นทะเลาะกันหรือทำร้ายกัน เพิ่งมาทราบก็ตอนเกิดเรื่องแล้ว บางครั้งก็มีการใช้ให้เอาก๋วยเตี๋ยว หรือน้ำดื่ม มาถวายพระ ที่ผ่านมาก็ไม่ได้สังเกตว่าตามร่างกายทหารรับใช้มีร่องรอยการถูกทำร้ายหรืออย่างไร และตัวทหารหญิงคนนี้ก็ไม่เคยพูด หน้าตาก็ดูธรรมดาไม่ได้เศร้าหมอง
ส่วนกรณีที่ ส.ว. รายดังกล่าวมาทำบุญหรือไม่นั้น ส่วนตัวไม่เคยเห็น และไม่รู้จัก และยังจำไม่ได้ว่าลงชื่อลงไปในรายนามผู้บริจาคหรือไม่ เป็นการลงชื่อตามหน้าซองที่บริจาคมา ในช่วงเดือน เม.ย. ที่เปิดรับบริจาค หลังจากที่เกิดเรื่องก็ไม่น่าเชื่อว่า จะเป็นแบบนี้ได้ โดยปกติแล้วก็เป็นคนดีสำหรับพระ ไม่มีการก้าวร้าวกับพระ เวลามาพบกับพระก็ปกติธรรมดาเป็นฆราวาสทั่วไป เวลาที่วัดมีงานมีกิจกรรมก็จะมาช่วยทำบุญมาช่วยวัดตลอด หลังจากปี 64 มาแล้วนั้นก็ไม่เคยเห็นสามี มาร่วมทำบุญด้วย ส่วนเงินที่บริจาคมานั้น แม่ของเจ๊นุชเคยบอกว่า หลวงพ่อสร้างศาลามีเงินหรือไม่ ถ้าไม่มีจะปวดหัว เดี๋ยวถ้ามีจะเอามาช่วยหลวงพ่อทำบุญบ้าง