ด้าน นายสุมนต์ชัย พลเชียงขวาง อายุ 42 ปี ลูกชายคนโตที่เกิดกับภรรยาคนแรก เล่าเหตุการณ์ตอนไปพบพ่อที่บ้านต้นแหน ว่า ทำงานอยู่ประเทศแคนาดา นานๆจะกลับมาเมืองไทยครั้ง ครั้งยังไม่เกิดวิกฤตโควิดจะส่งเงินมาให้พ่อประจำ เพิ่งห่างเหินการส่งเงินช่วงโควิดระบาดนี่เอง โดยตนเดินทางกลับมาพักผ่อนที่เมืองไทย เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 65 หลังจัดการเรื่องต่างๆที่แม่มอบหมายให้จนแล้วเสร็จ วันที่ 11 สิงหาคม 65 ก็ชวนภรรยาเดินทางจากบ้านดอนนางหงส์ อ.ธาตุ เพื่อไปเยี่ยมพ่อที่บ้านต้นแหน อ.นาแก พอไปถึงเห็นประตูหน้าบ้านปิดเงียบ จึงตะโกนเรียกพ่ออยู่นานสองนาน กว่าจะได้ยินเสียงไอกระแอม
ระหว่างที่พ่อลงมาจากชั้นสองของตัวบ้าน มีท่าทางไม่สู้ดีนัก เวลานั่งจะเรอออกมาแต่ลม จึงถามพ่อเป็นอะไร ได้คำตอบว่าไม่ได้กินข้าวมาหลายวัน ตนเห็นท่าไม่ดีเพราะรู้ว่าพ่อมีโรคประจำตัวคือความดันและเบาหวาน จึงแจ้งรถ 1669 นำส่ง รพ.นาแก แพทย์ก็ส่งต่อมายัง รพ.นครพนม และอยู่ในหอผู้ป่วยหนักจนถึงวันนี้(26 สค.65) ซึ่งอาการดีขึ้นตามลำดับ แต่หมอยังไม่อนุญาตให้ออกจากห้องไอซียู รอสังเกตอาการสักระยะก่อน
“ถ้าวันนั้นผมไม่สังหรณ์ใจที่ไปเยี่ยมพ่อ เวนิส บขส.คงเหลือแต่ชื่อแน่นอน เพราะพ่อเป็นคนที่ไม่ชอบรบกวนใคร แม้แต่ข้าวไม่ได้กินก็ยังไม่ยอมบอกให้ใครรู้ ซึ่งทางญาติได้หารือกันแล้ว ถ้าแพทย์อนุญาตให้กลับไปพักฟื้นที่บ้าน จะให้พ่อมาอยู่ที่บ้านดอนนางหงส์ อย่างน้อยก็มีญาติพี่น้องคอยดูแล” นายสุมนต์ชัย ลูกชายคนโต กล่าว