ด้าน น.ส.ปุ้ย ผู้ดูแลโรงน้ำแข็งอโยธยา เปิดเผยว่า ปัจจุบันยอดการจำหน่ายก็จะผลิตไม่ทันอยู่แล้ว ผลกระทบจากการที่มีโรงงานผลิตน้ำแข็งอื่นมาส่งน้ำแข็งแข่งขันในพื้นที่ถือว่ามีน้อยมาก สิ่งที่มีผลกระทบกับทางโรงน้ำแข็งส่วนใหญ่เป็นเรื่องสภาพอากาศ ที่การบริโภคน้ำแข็งของประชาชนลดลง ทำให้ยอดการขายลดลงมากกว่า ส่วนการขัดแย้งทะเลาะวิวาทเป็นเรื่องส่วนบุคคล เป็นเรื่องของพนักงาน คนขับรถและเด็กติดรถที่ไปส่งน้ำแข็ง
ซึ่งพนักงานส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย มีประมาณ 50 คน และเป็นวัยรุ่นเสียส่วนใหญ่ ซึ่งการออกไปทำงานบางครั้งก็อาจมีกระทบกระทั่งเรื่องต่าง ๆ กับโรงน้ำแข็งอีกฝ่าย ซึ่งบางครั้งก็ไม่สามารถควบคุมดูแลได้ทั้งหมด แต่หากพบการกระทำความผิดในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทางโรงงาน ก็จะดำเนินการกับพนักงาน
ผู้ดูแลโรงน้ำแข็งอโยธยา กล่าวด้วยว่า ในส่วนของความสัมพันธ์เกี่ยวโยงกับกำนันตำบลเกาะเรียน ทางโรงงานขอยืนยันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันอย่างแน่นอน ที่มีข้อมูลว่าเกี่ยวข้องกันนั้น เป็นแค่เพียงการดูแลลูกบ้านในพื้นที่ทั่วไปเท่านั้น