3) การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรมระดับขั้นแนวหน้าที่ก้าวหน้าล้ำยุค เพื่อสร้างโอกาสใหม่และความพร้อมของประเทศในอนาคต ได้แก่ การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีระบบโลกและอวกาศ (earth space technology) โดยสามารถสร้างดาวเทียมที่วิจัยและพัฒนาโดยคนไทย
4) การพัฒนากำลังคน สถาบันอุดมศึกษา และสถาบันวิจัยให้เป็นฐานการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศแบบก้าวกระโดดและอย่างยั่งยืน ได้แก่ ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของกำลังคนระดับสูง (hub of talent) และศูนย์กลางการเรียนรู้ (hub of knowledge) ของอาเซียน
จากการรับฟังสรุปการดำเนินงาน ในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ พบว่า มีหลายโครงการที่สามารถพัฒนาต่อยอด และนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ เพื่อยกระดับการพัฒนาของประเทศได้
ด้าน รศ.ดร. ปัทมาวดี กล่าวว่า สกสว. เป็นหน่วยงานกลางของประเทศ มีหน้าที่ในการจัดทำแผนด้าน ววน. เพื่อเป็นเครื่องมือกำหนดเป้าหมายการพัฒนาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมให้สอดคล้องกับเป้าหมายของการพัฒนาของประเทศ ซึ่งปัจจุบัน คณะรัฐมนตรี ได้มีการอนุมัติ แผนด้าน ววน. ปี 2566-70 ประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ที่ 1 การพัฒนาเศรษฐกิจไทยด้วยเศรษฐกิจสร้างคุณค่าและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ยุทธศาสตร์ที่ 2 การยกระดับสังคมและสิ่งแวดล้อม ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรมระดับขั้นแนวหน้า ที่ก้าวหน้าล้ำยุค และ ยุทธศาสตร์ที่ 4 การพัฒนากำลังคนและสถาบันด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
นอกจากนี้ สกสว. ยังมีหน้าที่จัดทำกรอบและบริหารระบบงบประมาณด้าน ววน. ผ่านการจัดสรรงบประมาณจากกองทุนส่งเสริม ววน. ให้กับหน่วยงานในระบบ ววน. ซึ่งแบ่งออกงบประมาณเป็น 2 ส่วน ได้แก่ งบประมาณเพื่อสนับสนุนงานเชิงกลยุทธ์ (Strategic Fund-SF) และ งบประมาณเพื่อสนับสนุนงานมูลฐาน (Fundamental Fund-FF) โดยจัดสรรในรูปแบบงบประมาณแบบวงเงินรวม (Block Grant) ที่มีการระบุผลผลิต ผลลัพธ์ที่จะส่งมอบอย่างชัดเจน
อีกทั้งมีการติดตามประเมินผลการดำเนินงานและการใช้จ่ายงบประมาณอย่างต่อเนื่อง โดยมีคำรับรองการปฏิบัติตามเงื่อนไขของการอนุมัติงบประมาณ ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นเครื่องมือที่ในการกำกับติดตามประเมินผลการจัดสรรงบประมาณ
สำหรับการติดตามการดำเนินงานของโครงการภายใต้กองทุน ววน. พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่ทาง สกสว. ได้ร่วมตรวจเยี่ยมโครงการวิจัยในพื้นที่ร่วมกับสำนักงบประมาณ และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อร่วมรับฟังผลการดำเนินงาน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงกลไกการผลักดันงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์ โดยความร่วมมือจากหน่วยงานภาคการศึกษา และหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อสนับสนุนให้งานวิจัยเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาสำคัญของประเทศ