“ทุนน้ำเงิน” ภูมิใจรวบ! จากน้ำมัน AI ถึง “โซลาร์ประชาชน”
07 พ.ย. 2569 | thunchanok_kul

“ทุนน้ำเงิน” ภูมิใจรวบ! จากน้ำมัน AI ถึงโซลาร์ – แฉเค้กก้อนใหญ่ส่วนต่างหัวคิว 3 รายการโครงการ “โซลาร์ประชาชน” เตรียมรับศึกซักฟอกและม็อบกำนันมะโน
ข่าว
07 พ.ย. 2569 | thunchanok_kul

“ทุนน้ำเงิน” ภูมิใจรวบ! จากน้ำมัน AI ถึงโซลาร์ – แฉเค้กก้อนใหญ่ส่วนต่างหัวคิว 3 รายการโครงการ “โซลาร์ประชาชน” เตรียมรับศึกซักฟอกและม็อบกำนันมะโน
KEY
POINTS
7 พฤศจิกายน 2569 อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เชื่อกันว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ และม็อบกำนันมะโน อาจย้อนกลับมากดดันรัฐบาลอีกรอบช่วงศึกซักฟอก ก็คือ ข้อกล่าวหาเชื่อมโยงกับ “กลุ่มทุนสีน้ำเงิน” ได้ประโยชน์จากโครงการรัฐ และการแก้ไขปัญหาสำคัญๆ ของรัฐบาล
ที่ผ่านมา ตั้งแต่ก่อนตั้งรัฐบาลอนุทิน 2 ช่วงเป็นรัฐบาลรักษาการ มีวิกฤตการณ์น้ำมันแพงจากสงครามในตะวันออกกลาง รัฐบาลก็ถูกกล่าวหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนจำนวนมหาศาล ที่เกี่ยวข้องกับคนในรัฐบาล เพราะธุรกิจของครอบครัวทับซ้อนและได้ประโยชน์จากการตัดสินใจทางนโยบายของรัฐบาลให้ “อุ้มราคาน้ำมัน” โดยใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
โมเดล “ไอ้โม่งโกงน้ำมัน” มีคนได้ประโยชน์จากแนวทางแก้ไขปัญหาของรัฐบาล กลายเป็นโมเดลที่ถูกมองว่า ผู้มีอำนาจหยิบมาใช้อีกหลายโครงการ เช่น
มีข้อสงสัย ส่วนต่าง-หัวคิว
ระวังหัวคิวล็อตใหญ่ 3 รายการ “โซลาร์ประชาชน”
เสียงวิจารณ์ “กินส่วนต่าง - หัวคิว” เอาเปรียบผู้รับเหมารายย่อย ในโครงการ “โซลาร์ประชาชน” เพราะราคาเพดานที่รัฐประกาศกลับ “ดิ้นได้” ไม่มีมาตรฐานที่ชัดเจน และมีลักษณะกดดันให้บริษัทรับเหมาเข้าเป็น “ผู้ให้บริการ” โดยรับงานต่อจากการไฟฟ้าฯ นั้น
แหล่งข่าวในแวดวงพลังงาน ส่งข้อมูลตรงถึงทีมข่าวเนชั่นว่า ข่าวการกินส่วนต่าง หัวคิว ในส่วนที่วิจารณ์กันนั้น ยังไม่ใช่ทั้งหมดของขบวนการนี้ และยังไม่ใช่ “เค้กก้อนใหญ่” ที่นายทุนและฝ่ายการเมืองหมายมั่นปั้นมือ
เนื่องจาก “เค้กก้อนใหญ่จริงๆ” มีอีก 3 ส่วน คือ
แหล่งข่าวในแวดวงพลังงาน บอกอีกว่า อุปกรณ์เหล่านี้ แม้ผู้ประกอบการไทยบางรายจะผลิตเองได้ แต่ไม่เพียงพอ และมีซัพพลายน้อยมาก ผู้ประกอบการรายใหญ่จึงสั่งนำเข้าจากจีน เมื่อรัฐบาลมีโครงการโซลาร์ประชาชน 1 ล้านครัวเรือน ทำให้ดีมานด์มีมาก ผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีทุนหนา และมีช่องทางทำตลาดอยู่แล้ว ย่อมสามารถสั่งนำเข้ามาได้ และครองตลาดได้ทั้งหมด ในราคาที่ถูกลงด้วย เนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่มาก (ซื้อล็อตใหญ่ ราคาย่อมถูกลง) และยังมีเงินงบประมาณจากรัฐอุดหนุน จึงสร้างความเชื่อมั่นได้มาก
เมื่อทุนใหญ่สั่งสินค้าและอุปกรณ์ต่างๆ เข้ามาได้ในราคาที่ถูกลง แต่ก็จะขายให้ผู้ประกอบการรายย่อยในราคาเดิม เพราะราคากลาง ราคาตลาดที่เรียกเก็บจากประชาชนยังเท่าเดิม ทุนใหญ่ก็จะได้ส่วนต่างมหาศาล
การจำหน่าย “สมาร์ทมิเตอร์” เพื่อขายไฟคืนให้กับการไฟฟ้าฯ ซึ่งทุกบ้านต้องติด โดยสมาร์ทมิเตอร์ ราคาอยู่ที่ 3,000 - 5,000 บาท คิดง่ายๆ ถ้าต้องติด 1 ล้านครัวเรือน มีส่วนต่างมิเตอร์ละ 1,000 บาท ก็เท่ากับ 1,000 ล้านบาทแล้ว
นี่คือส่วนต่างและหัวคิวที่ยังไม่ค่อยถูกพูดถึง แต่เป็นเค้กก้อนใหญ่มากจากโครงการโซลาร์ประชาชน