เนชั่นทีวี

ข่าว

โฆษก รบ.แจงไทม์ไลน์ “อนุทิน” สั่งการ อธิบดี ปค. แจง กมธ.แต่ติดภารกิจน้ำท่วม

06 พ.ย. 2569 | prisana_tha

โฆษก รบ.แจงไทม์ไลน์ “อนุทิน” สั่งการ อธิบดี ปค. แจง กมธ.แต่ติดภารกิจน้ำท่วม

โฆษก รบ. แจงไทม์ไลน์ยิบ “อนุทิน” สั่งการให้ อธิบดีกรมการปกครอง แจง กมธ.กฎหมายแล้ว แต่อธิบดีติดภารกิจลงพื้นที่น้ำท่วมปราจีนฯ พร้อมตั้ง 3 ข้อสังเกต ใช้ พ.ร.บ.คำสั่งเรียกพร่ำเพรื่อ

โฆษก รบ. แจงไทม์ไลน์ยิบ “อนุทิน” สั่งการให้ อธิบดีกรมการปกครอง แจง กมธ.กฎหมายแล้ว แต่อธิบดีติดภารกิจลงพื้นที่น้ำท่วมปราจีนฯ พร้อมตั้ง 3 ข้อสังเกต ใช้ พ.ร.บ.คำสั่งเรียกพร่ำเพรื่อ

KEY

POINTS

  • “เอกภพ” แจง “อนุทิน” สั่ง มท.ประสานอธิบดีกรมการปกครอง ชี้แจง กมธ.แล้ว แต่ติดภารกิจน้ำท่วมปราจีนบุรี
  • ตั้งข้อสงสัยมติ กมธ.กฎหมาย เรียกนายกฯ ชี้แจง ชี้องค์ประชุมอาจไม่ถูกต้อง หลังมีการแต่งตั้งกรรมาธิการใหม่เพิ่ม
  • ซัดฝ่ายค้านใช้ กมธ.เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งทางการเมือง หวังกลบผลงานรัฐบาล พร้อมโยงจังหวะนักลงทุนสหรัฐฯ เจรจาลงทุนไทย

6 พฤศจิกายน 2569 นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข้อพิจารณาของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่สั่งการให้เจ้าหน้าที่ของรัฐร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ว่า จากกรณีที่กรรมาธิการการกฎหมาย(กมธ.กฎหมาย) โดยมีนายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน เป็นประธาน ที่มีข้อกล่าวหาว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่ยอมสั่งการให้อธิบดีกรมการปกครองไปชี้แจงในที่ประชุม กมธ.และลงมติ กมธ.การกฎหมาย ที่ดูแล้วมีปัญหา ตนได้ไปเสาะหาข้อเท็จจริงมา โดยมีหนังสือจาก กมธ.กฎหมาย ลงวันที่ 30 กันยายน เป็นหนังสือที่สั่งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสั่งการให้อธิบดีกรมการปกครองมาแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นต่อ กมธ. กรณีการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ประจำปี 67-69

 

ต่อมาวันที่ 1 ตุลาคม หัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้แจ้งต่ออธิบดีกรมการปกครองให้ทราบ จากนั้น วันที่ 5 ตุลาคม อธิบดีกรมการปกครอง มีหนังสือแจ้ง กมธ.กฎหมาย ว่าไม่สามารถเข้าร่วมการประชุมได้ เนื่องด้วยติดภารกิจน้ำท่วมที่ จ.ปราจีนบุรี และได้แจ้งไปที่ กมธ.กฎหมาย ให้รับทราบ พร้อมส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องกับ TOR การสอบเพื่อบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ตามที่ กมธ.ร้องขอแล้ว

เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

 

ขอยืนยันว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งมอบหมายให้อธิบดีกรมการปกครองเข้าชี้แจงอย่างชัดเจน และหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงนามเป็นเรื่องเร่งด่วน

 

เช่นเดียวกับ อธิบดีกรมการปกครองได้ส่งเอกสารให้กับ กมธ.กฎหมาย แล้ว ในหลาย กมธ.ก็มีการดำเนินการลักษณะนี้เช่นเดียวกัน ที่ผู้ชี้แจงไม่สามารถเข้าชี้แจงได้ จะส่งเป็นเอกสาร และหากยังตอบไม่ครบถ้วนก็สามารถเรียกขอเอกสารมาเพิ่มเติมได้

 

นายเอกภพ ยังตั้งข้อสังเกต 3 ประเด็น ประเด็นแรก คือ การใช้ พ.ร.บ.คำสั่งเรียก โดยการเรียกอธิบดีกรมการปกครอง ซึ่งโดยปกติแล้วในสภา หรือคณะกรรมาธิการ จะไม่ใช้ พ.ร.บ.คำสั่งอำนาจเรียกพร่ำเพรื่อ จะใช้ต่อเมื่อไม่ได้รับความร่วมมือ หรือมีความจำเป็นจริงๆ ซึ่งตนไม่แน่ใจว่าที่ผ่านมาเคยเรียกอธิบดีกรมการปกครองไปหรือไม่ และเรื่องนี้ดำเนินการอย่างไรไปแล้วบ้าง ถ้าจำไม่ผิดเคยออกคำสั่งเรียกนายกรัฐมนตรีเช่นเดียวกัน ซึ่งนายกฯได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยไปตอบแทน จึงไม่แน่ว่ากรณีนี้ เป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ หรือ ใช้ พ.ร.บ. คำสั่งอำนาจเรียกพร่ำเพรื่อโดยไม่ได้พิจารณาความเหมาะสม

ประเด็นที่ 2 มีการชี้แจงไปแล้ว แต่ปัญหาที่เกิดขึ้น เมื่อชี้แจงไปแล้ว จะบอกว่าไม่ชี้แจง หรือไม่รับผิดชอบก็ไม่ได้ แต่ในการประชุมวันนั้น ตนได้สอบถามทางสภาว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น จนทราบว่าคณะกรรมาธิการทุกคณะ จะมีองค์ประกอบอยู่ 15 คน ซึ่งกึ่งหนึ่ง คือ 8 คน แต่เนื่องจากคณะกรรมาธิการชุดนี้ ก่อนหน้านี้ได้มีกรรมาธิการลาออก 1 คน เท่ากับ เหลือ กรรมาธิการ 14 คน ซึ่งในที่ประชุมใหญ่สภาช่วงเช้าได้มีการเสนอ ชื่อบุคคลเข้าดำรงตำแหน่ง เพิ่ม 1 คน จึงกลายเป็นว่า มติที่ประชุมสภาได้มีมติให้แต่งตั้งบุคคลเข้าไปเพิ่มแล้ว ทำให้คณะกรรมาธิการกลับมามี 15 คนเหมือนเดิม จึงเป็นข้อสังเกตว่า กรรมาธิการจะอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้ เพราะเมื่อมีมติการแต่งตั้งถือว่าเป็นอันเสร็จแล้ว จะมาบอกว่าต้องรอหนังสือจากสภาถึงกรรมาธิการก่อนถึงจะรับรู้ ซึ่งเราอาจจะรับฟัง แต่มันเป็นข้อแก้ตัวที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น

 

กมธ.กฎหมาย ทำตัวละเมิดกฎหมายซะเอง ทำตัวอยู่เหนือกฎหมาย ใช้กฎหมายเพื่อกลั่นแกล้ง บุคคลอื่นทางการเมืองหรือไม่ ตรงนี้จึงเป็นข้อสังเกตว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ได้เกิดขึ้นจากที่ตัวรัฐบาลไม่ให้ความร่วมมือ  นายกรัฐมนตรีไม่ให้ความร่วมมือ หรือข้าราชการไม่ให้ความร่วมมือ แต่เกิดขึ้นจากทัศนคติ ของคนที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการ หรือคณะกรรมการที่ดำเนินการหรือไม่ และมีข้อมูลจากคนที่เป็นกรรมาธิการ ว่า มีการนัดแนะ หรือ เรียกประชุม โดยที่ไม่ได้บอกกรรมาธิการทุกคน ตรงนี้เป็นข้อที่น่าสังเกต ที่ทางสื่อมวลชนและประชาชนคงต้องไปติดตามต่อ

 

นอกจากนี้ยังมีข้อสังเกตประเด็นสุดท้าย ที่น่าสนใจอีกว่า พอเห็นรัฐบาลเริ่มมีผลงาน พืชผลทางการเกษตรเริ่มมีราคาสูง ไม่ว่าจะเป็นปาล์มหรือยางพารา ที่มีราคาสูงขึ้นในรอบ 20 ปี ก็เลยคิดอยากจะหาซีนอะไรมากลบผลงานของรัฐบาลหรือไม่

 

นายเอกภพ กล่าวต่อว่า เมื่อวาน(5 พ.ย.69) ที่มีข่าวนี้ออกมาก็บังเอิญ ประจวบเหมาะกับที่มีนักธุรกิจใหญ่ USABC ทีมนักธุรกิจใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งติดตามนายกรัฐมนตรีมาจากการประชุม UN มาคุยรายละเอียดที่ประเทศไทย รวมถึงประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท Google มาคุยในเรื่องของ Data Center ที่จะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ให้งานคนไทยมากขึ้น และจะมีเรื่องของใช้ผลิตผลในประเทศไทยมากขึ้น ตรงนี้หรือไม่ที่ฝ่ายค้านอดรนทนไม่ได้ อิจฉาตาร้อน จึงออกมาโวยวายนิดหน่อยตามประสา “งอแงของเด็กๆ” และยังปล่อย Fake News และยังใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ หรือใช้กฎระเบียบที่บิดเบือนเป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งทางการเมือง

ข่าวล่าสุด