ประเด็นที่ 2 มีการชี้แจงไปแล้ว แต่ปัญหาที่เกิดขึ้น เมื่อชี้แจงไปแล้ว จะบอกว่าไม่ชี้แจง หรือไม่รับผิดชอบก็ไม่ได้ แต่ในการประชุมวันนั้น ตนได้สอบถามทางสภาว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น จนทราบว่าคณะกรรมาธิการทุกคณะ จะมีองค์ประกอบอยู่ 15 คน ซึ่งกึ่งหนึ่ง คือ 8 คน แต่เนื่องจากคณะกรรมาธิการชุดนี้ ก่อนหน้านี้ได้มีกรรมาธิการลาออก 1 คน เท่ากับ เหลือ กรรมาธิการ 14 คน ซึ่งในที่ประชุมใหญ่สภาช่วงเช้าได้มีการเสนอ ชื่อบุคคลเข้าดำรงตำแหน่ง เพิ่ม 1 คน จึงกลายเป็นว่า มติที่ประชุมสภาได้มีมติให้แต่งตั้งบุคคลเข้าไปเพิ่มแล้ว ทำให้คณะกรรมาธิการกลับมามี 15 คนเหมือนเดิม จึงเป็นข้อสังเกตว่า กรรมาธิการจะอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้ เพราะเมื่อมีมติการแต่งตั้งถือว่าเป็นอันเสร็จแล้ว จะมาบอกว่าต้องรอหนังสือจากสภาถึงกรรมาธิการก่อนถึงจะรับรู้ ซึ่งเราอาจจะรับฟัง แต่มันเป็นข้อแก้ตัวที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น
กมธ.กฎหมาย ทำตัวละเมิดกฎหมายซะเอง ทำตัวอยู่เหนือกฎหมาย ใช้กฎหมายเพื่อกลั่นแกล้ง บุคคลอื่นทางการเมืองหรือไม่ ตรงนี้จึงเป็นข้อสังเกตว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ได้เกิดขึ้นจากที่ตัวรัฐบาลไม่ให้ความร่วมมือ นายกรัฐมนตรีไม่ให้ความร่วมมือ หรือข้าราชการไม่ให้ความร่วมมือ แต่เกิดขึ้นจากทัศนคติ ของคนที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการ หรือคณะกรรมการที่ดำเนินการหรือไม่ และมีข้อมูลจากคนที่เป็นกรรมาธิการ ว่า มีการนัดแนะ หรือ เรียกประชุม โดยที่ไม่ได้บอกกรรมาธิการทุกคน ตรงนี้เป็นข้อที่น่าสังเกต ที่ทางสื่อมวลชนและประชาชนคงต้องไปติดตามต่อ
นอกจากนี้ยังมีข้อสังเกตประเด็นสุดท้าย ที่น่าสนใจอีกว่า พอเห็นรัฐบาลเริ่มมีผลงาน พืชผลทางการเกษตรเริ่มมีราคาสูง ไม่ว่าจะเป็นปาล์มหรือยางพารา ที่มีราคาสูงขึ้นในรอบ 20 ปี ก็เลยคิดอยากจะหาซีนอะไรมากลบผลงานของรัฐบาลหรือไม่
นายเอกภพ กล่าวต่อว่า เมื่อวาน(5 พ.ย.69) ที่มีข่าวนี้ออกมาก็บังเอิญ ประจวบเหมาะกับที่มีนักธุรกิจใหญ่ USABC ทีมนักธุรกิจใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งติดตามนายกรัฐมนตรีมาจากการประชุม UN มาคุยรายละเอียดที่ประเทศไทย รวมถึงประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท Google มาคุยในเรื่องของ Data Center ที่จะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ให้งานคนไทยมากขึ้น และจะมีเรื่องของใช้ผลิตผลในประเทศไทยมากขึ้น ตรงนี้หรือไม่ที่ฝ่ายค้านอดรนทนไม่ได้ อิจฉาตาร้อน จึงออกมาโวยวายนิดหน่อยตามประสา “งอแงของเด็กๆ” และยังปล่อย Fake News และยังใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ หรือใช้กฎระเบียบที่บิดเบือนเป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งทางการเมือง