“ลอรี่” แซะ ปชป. กล้าวิจารณ์ ทั้งที่โหวตคว่ำ พ.ร.ก.เงินกู้
ในขณะที่ นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ หรือ ลอรี่ โฆษกกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ผมชื่นชมในความหวังดีที่ส่งผ่านมา โดยเฉพาะข้อเสนอฝ่ายค้านที่แนะนำเป็นฉากๆ แต่ก็ทำให้ผมเชื่อแล้วว่า พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคของ ‘คนกล้า’ จริงๆ เพราะท่านช่างกล้าเสนอแนะให้ใช้งบก้อนนี้ ทั้งที่เพิ่งโหวต 'ไม่เห็นชอบ' กับงบ พ.ร.ก. ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อบรรเทาวิกฤตพลังงานให้ประชาชน เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ที่ผ่านมา
ในการลงมติสภา 285:141 เสียง ท่านคือกลุ่ม 141 เสียงที่ไม่คิดจะมีงบมาช่วยเยียวยาประชาชนในวิกฤตพลังงาน เมื่อพรรคของท่านเลือกที่จะตัดงบช่วยเหลือให้เป็น 0 บาทตั้งแต่แรก วันนี้ประชาชนคงงงไม่ใช่น้อย ที่ท่านเกิดบรรเจิดอยากมีความเห็นเรื่องนี้ขึ้นมาหน้าตาเฉย
นายพงศ์พล กล่าวว่า รัฐบาลยังอยู่ระหว่างการพิจารณาใช้เครื่องมืออื่นๆ เพิ่มเติม เช่น การปรับลดภาษีสรรพสามิต และเงินเก็บเข้ากองทุนอนุรักษ์พลังงาน เพื่อลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนอย่างรอบด้านที่สุด และระบุว่า กระทรวงพลังงานทำงานเชิงรุกและใช้ทุกเครื่องมือในการจัดการปัญหามาอย่างต่อเนื่อง โดยขอรับความหวังดีฝ่ายค้านที่อยากมีส่วนร่วมแก้วิกฤตน้ำมัน แม้เป็นฝ่ายค้านเองที่ปัดงบประมาณบรรเทาทุกข์ประชาชนก่อนหน้านี้ตกไปกับมือ
เอกนิติแย้มลดภาษี E20 - B20 ช่วยเกษตรกร
ล่าสุดวันนี้ (21 ก.ย. 69) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงข้อเสนอให้นำเงินกู้ที่เหลืออยู่ในส่วนการเยียวยาผลกระทบจากวิกฤตตะวันออกกลาง มาลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันว่า ประเทศไทยมีเครื่องมือในการดูแลราคาพลังงาน 3 ส่วนหลัก ได้แก่ การใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง การขอความร่วมมือนำผลประโยชน์ส่วนเกินจากค่าการกลั่นของโรงกลั่นน้ำมันมาช่วยลดราคาน้ำมัน และการปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน
โดยที่ผ่านมายังไม่ได้นำมาตรการลดภาษีสรรพสามิตมาใช้ เนื่องจากหากลดภาษีจะทำให้รายได้ของรัฐลดลง ขณะที่รายจ่ายยังคงสูง ซึ่งจะส่งผลให้รัฐบาลจำเป็นต้องกู้เงินชดเชยอยู่ดี
อย่างไรก็ดี หากจำเป็นต้องนำเครื่องมือด้านภาษีสรรพสามิตมาใช้ รัฐบาลกำลังพิจารณาเงื่อนไขให้มุ่งเน้นไปที่กลุ่มน้ำมันบางประเภท เช่น E20 และ B20 ซึ่งน้ำมันทั้งสองประเภทมีส่วนผสมของเอทานอล และไบโอดีเซลสูง เพื่อให้ผลประโยชน์จากการลดภาษีตกอยู่กับเกษตรกรไทยโดยตรง
รองนายกฯ และ รมว.คลัง กล่าวต่อว่า ความสำคัญของการรักษาวินัยทางการคลังว่า การดำเนินนโยบายต้องทำอย่างเหมาะสม และถูกจังหวะ โดยสำหรับปีงบประมาณปัจจุบันที่จะสิ้นสุดในเดือนกันยายน ประเทศไทยมีวงเงินกู้คงเหลือ (Fiscal Room) อยู่อย่างจำกัดเพียงประมาณ 10,000 กว่าล้านบาทเท่านั้น