ชั้น 14 ภาคสอง ”ตุลาการภิวัฒน์“ เมื่อระบบบิดเบี้ยว
19 ก.ย. 2569 | thunchanok_kul

จับตา “ศาลฎีกา” รับฟ้องคดีฮั้ว สว. ส่อสะเทือน กกต. เสียงข้างมาก ถึงพรรคภูมิใจไทย อาจเป็น “ชั้น 14 ภาค 2”
ข่าว
19 ก.ย. 2569 | thunchanok_kul

จับตา “ศาลฎีกา” รับฟ้องคดีฮั้ว สว. ส่อสะเทือน กกต. เสียงข้างมาก ถึงพรรคภูมิใจไทย อาจเป็น “ชั้น 14 ภาค 2”
KEY
POINTS
19 กันยายน 2569 ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา “บทบาทศาลฎีกา” ที่มีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องโดยบังเอิญ ดันไปสอดรับกับสถานการณ์ที่กระแสสังคม “รับไม่ได้” กับมติ กกต. ในคดีฮั้ว สว. เมื่อวันที่ 14 กันยายน 69 ที่ผ่านมาพอดี ทำให้บทบาทศาลถูกจับตาว่า อาจสะเทือนถึง สว.ที่ยังเหลืออยู่ และสะเทือนถึงการทำหน้าที่ของ กกต. “เสียงข้างมาก” และแน่นอนว่าที่น่ากลัวที่สุด คือ อาจสะเทือนถึงพรรคภูมิใจไทยด้วย
เพราะ ต้องไม่ลืมว่ามีคำร้องที่ “สว.สำรอง” ไปยื่นร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งแล้ว 3 สำนวน เป็นการยื่นก่อนและหลังวันที่ 14 กันยายน ซึ่งเป็นวันที่ กกต.ลงมติคดีฮั้ว สว. แต่การพิจารณาของศาลออกมาเหมือนกัน คือ “รับฟ้องไว้พิจารณา”
ที่ผ่านมามีข้อถกเถียงในแวดวงนักกฎหมายว่า การรับฟ้องไว้พิจารณา หมายถึง “รับทางธุรการ” เท่านั้น หรือว่าเป็นการ “ประทับรับฟ้อง” แล้วจริงๆ
“เนชั่นออนไลน์” ยกตัวอย่างคดียื่นฟ้อง กกต. ปมคุณสมบัติ สว.แดง กองมา และ สว.สมชาย พละศักดิ์ โดย “หมายศาล” ที่ส่งถึงผู้ร้อง คือ สว.สำรอง กับผู้คัดค้าน คือ กกต. เพราะคดีนี้ สว.สำรอง ยื่นฟ้อง กกต. ว่าวินิจฉัยคุณสมบัติการสมัครกลุ่มอาชีพของ สว.อำนาจเจริญทั้งสองท่านผิด ให้ศาลสั่งให้เพิกถอน
หากเราพิจารณาเฉพาะสาระสำคัญของหมายศาลจะพบว่า ได้แจ้ง “คู่ความ” ให้มาศาล ในวันนัดตรวจพยานหลักฐาน วันที่ 27 ตุลาคม 2569 แล้ว
แหล่งข่าวผู้พิพากษา ถอดรหัสออกมา สรุปได้ว่า ถ้าหมายศาลมาในลักษณะนี้แปลว่า “ประทับฟ้องแล้ว” คือ “นัดตรวจพยานหลักฐานแล้ว” ให้ทั้งสองฝ่าย คือ ผู้ฟ้องและผู้ถูกฟ้องส่งพยานหลักฐานและคำโต้แย้ง โดยศาลท่านจะพิจารณาอำนาจฟ้องในวันนัดเลย
สำหรับคดีเพิกถอน มติ กกต. ในคดีฮั้ว สว. ที่กลุ่ม สว.สำรองไปยื่น เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ที่ผ่านมา ณ ขณะนี้ศาลชี้แจงว่าเป็นการรับไว้ในทางธุรการ ยังไม่มีคำสั่งใดๆในคดีนั้น อย่างไรก็ตาม ถ้าศาลชี้ว่า สว.สำรองมีอำนาจฟ้อง หลักฐานในสำนวนของคณะ 26 ทั้งหมด จะถูกลำเลียงฟ้องต่อศาลทันที
ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีอำนาจ “ไต่สวน” หาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม และเรียกบุคคลมาไต่สวนเพิ่มได้ ไม่เว้นแม้แต่กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย หากถูกอ้างถึง หรือพาดพิงถึง
คดีนี้อาจกลายเป็น “ชั้น 14 ภาค 2” เป็นอีกหนึ่ง “ตุลาการภิวัฒน์” ที่สร้างบรรทัดฐานความยุติธรรม ในสถานการณ์ที่ทุกอย่างบิดเบี้ยว เพราะ ถูกบิดเบือนหรือไม่
คดีชั้น 14 ทำให้บางคนต้องกลับไปติดคุกจริง และอีกหลายคนถูกแจ้งข้อหา ดำเนินคดี และลงโทษทางวินัยเพิ่ม นี่คือภาพที่อาจจะเกิดขึ้นกับคดีฮั้ว สว.ในศาลฎีกา