ซัด กกต. ตัดตอนคดี หวังเบี่ยงประเด็นช่วยผู้บงการ
นางนันทนา กล่าวว่า ผู้ที่ถูกฟ้อง 77 คน มี สว. 26 คน และนอกนั้นเป็นปลาซิวปลาสร้อยเล็กๆ น้อยๆ โดยไม่ได้แตะถึงกรรมการบริหารพรรคเลย ซึ่งมองเห็นว่าเป็นขบวนการตัดตอน เพื่อไม่ให้เรื่องเชื่อมโยงไปถึงพรรคการเมือง ที่อาจนำไปสู่การยุบพรรค นอกจากนี้ กกต. เสียงข้างน้อยยังออกมาเปิดเผยว่ามีหลักฐานน้ำหนักเชื่อมโยง ควรฟ้องผู้ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาจาก 229 คนมากกว่านี้ การหยิบยกเรื่องสำนวนค้างอื่นๆ ขึ้นมาพิจารณา จึงนอกจากจะเป็นขบวนการตัดตอนไม่ให้ถึงผู้บงการแล้ว ยังเป็นการเบี่ยงประเด็นให้คนหันไปสนใจเรื่องใหม่ว่ามีกลุ่ม สว.สีอื่นๆ เพื่อกลบสิ่งที่ประชาชนกำลังสงสัยการทำงานของ กกต.
สว.นันทนา ยังตั้งข้อสังเกตหลัง ประธาน กกต. แถลงข่าวว่า เสียงข้างน้อยอย่าง นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กกต. เสียงข้างน้อย ได้ออกมาหักล้างประเด็นที่ ประธาน กกต. แถลงทั้งหมด ทำให้ประชาชนรู้สึกสงสัยต่อผลการวินิจฉัย ทำไม กกต. ถึงคิดว่าเรื่องเส้นเงินไม่สำคัญ จนไม่ยอมรับสำนวนเส้นเงินจากดีเอสไอ (DSI) ที่ทำมาอย่างดี ทั้งที่เส้นเงินจะชี้ชัดไปถึงผู้บงการ เช่นเดียวกับคำถามเรื่องโทรศัพท์และการกลับคำให้การของพยาน ที่พยานให้การขัดกันแต่กลับไม่มีการดำเนินคดีและยังคงรักษาไว้เป็นพยาน จึงมองว่าเป็นความพยายามเบี่ยงประเด็นให้คนไปสนใจเรื่องอื่นแทนการตรวจสอบการทำหน้าที่ของ กกต.
เปิดปากเคลียร์เบื้องหลัง "ห้องจูปิเตอร์" ยันไร้ฮั้ว
ส่วนประเด็นเหตุการณ์ในห้องจูปิเตอร์ เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2567 นางนันทนา กล่าวว่า ได้เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อไปหลายครั้งแล้ว การรวมตัวกันที่ห้องจูปิเตอร์เป็นการรวมตัวแบบเปิดเผยต่อสาธารณะ มีการเชิญสื่อมวลชนมารายงานข่าว ถ่ายภาพ และสัมภาษณ์กว่า 300 คนอย่างโปร่งใส ไม่ใช่ภาพหลุด และยังเชิญตัวแทน กกต. ไปสังเกตการณ์ด้วยซ้ำ โดยไม่มีการจัดเลี้ยงใดๆ แม้แต่น้ำดื่มก็ต้องวิ่งไปซื้อดื่มกันเอง
นางนันทนา ปฏิเสธว่า ไม่มีสปอนเซอร์สนับสนุน การนัดหมายมารวมตัวกันเพื่อแนะนำตัวให้รู้จักและแสดงอุดมการณ์ก่อนการเลือก สว. ระดับประเทศ เช่น การแก้รัฐธรรมนูญ ปกป้องสิทธิมนุษยชน หรือช่วยเหลือชนเผ่าต่าง ๆ ส่วนค่าเช่าสถานที่ ยืนยันว่ามีการตั้งกล่องและช่วยกันลงขันแชร์เงินร่วมกัน เพราะทำงานภาคประชาสังคม และยินดีช่วยกันเองโดยไม่ต้องการให้ใครมาครอบงำ ส่วนเรื่องใบเสร็จที่มีชื่อคนเดียว เนื่องจากเวลาไปทานอาหารกันหลายคนแล้วแชร์กัน จะให้ไปออกใบเสร็จใส่ชื่อคนนับร้อยคงเป็นไปไม่ได้ แต่จะออกในนามผู้จัดการ เช่นเดียวกับกรณี 300 คนในห้อง
แจงปมเก็บมือถือ ปัดสร้างกระบวนการครอบงำ
สำหรับเรื่องการเก็บมือถือ นางนันทนา อธิบายว่า กติกาการแนะนำตัวของ กกต. สับสนตั้งแต่วันแรกจนถึงวันเลือกตั้ง ไม่ชัดเจนว่าทำอะไรได้หรือไม่ได้ การให้เก็บมือถือ เพื่อป้องกันไม่ให้มีใครนำไปถ่ายภาพแล้วถูกตีความไปในทางที่ผิด เช่น เป็นเรื่องของมหรสพหรือความบันเทิง ป้องกันความเข้าใจผิดเรื่องการแนะนำตัวเท่านั้น พร้อมยืนยันสรุปเหตุการณ์ในห้องจูปิเตอร์ว่า ไม่ได้มีการทำลักษณะฮั้วกันอย่างแน่นอน เป็นเพียงการพูดคุยและแนะนำตัวกันเท่านั้น