เนชั่นทีวี

ข่าว

โรม อัด ไชยชนก ปมสินบน 40 ล้าน ไร้หลักฐาน กังขาอุ้มนายคิว

17 ก.ย. 2569 | titayu_pur

โรม อัด ไชยชนก ปมสินบน 40 ล้าน ไร้หลักฐาน กังขาอุ้มนายคิว

รังสิมันต์ โรม แฉผลสอบ ไชยชนก ปมสินบน 40 ล้าน ไร้หลักฐานชัด ส่อกลับคำให้การ สงสัยอุ้มนายคิวคดีเว็บพนัน จี้ อนุทิน ปล่อยเกียร์ว่างปราบทุนสีเทา

รังสิมันต์ โรม แฉผลสอบ ไชยชนก ปมสินบน 40 ล้าน ไร้หลักฐานชัด ส่อกลับคำให้การ สงสัยอุ้มนายคิวคดีเว็บพนัน จี้ อนุทิน ปล่อยเกียร์ว่างปราบทุนสีเทา

KEY

POINTS

  • ไร้หลักฐานสินบน 40 ล้าน: ผลสอบ กมธ. พบ ไชยชนก ไม่แน่ใจว่ามีผู้เสนอสินบนจริงหรือไม่ ส่อเป็นการอภิปรายเท็จกลางสภาหรือมีการกลับคำให้การในภายหลัง
  • สงสัยกระบวนการอุ้มนายคิว: คดีเว็บพนันและสินบนไม่มีความคืบหน้านานนับปี ตำรวจเพิ่งเรียกสอบปากคำ "นายคิว" ผู้ต้องสงสัย หลังถูก กมธ. เรียกจี้ถาม
  • จี้นายกฯ ปราบทุนสีเทา: ซัด อนุทิน ชาญวีรกูล ปล่อยเกียร์ว่างให้ทุนสีเทาและเว็บพนันฟอกเงิน ละเลยการปราบปรามจนถูกต่างชาติวิพากษ์วิจารณ์

17 กันยายน 2569 นายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน ในฐานะ กมธ.กฎหมายฯ เผยหลังเรียก นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี และ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ เข้าชี้แจง กรณีข้อกล่าวหา สินบน 40 ล้าน เกี่ยวพันเว็บพนันออนไลน์ โดยพบว่าไร้หลักฐานยืนยันชัดเจน ชี้ ไชยชนก ส่อกลับคำให้การและจำไม่ได้ว่าใครเสนอสินบน กรรมาธิการฯ จึงตั้งข้อสงสัยถึงกระบวนการปกป้อง "นายคิว" ผู้ต้องสงสัย พร้อมอัด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ปล่อยเกียร์ว่างไม่จริงจังปราบ ทุนสีเทา

 

ที่อาคารรัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงผลการประชุมภายหลังนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าชี้แจงต่อกรรมาธิการฯ กรณีการเสนอสินบน 40 ล้านบาท ว่า นายวรศิษฎ์ เข้ามาก่อนตอน 11.00 น. และตามด้วยนายไชยชนก ในเวลา 11.30 น. เพื่อตามความคืบหน้ากรณีเสนอติดสินบนนายไชยชนก เพราะที่ผ่านมาแทบไม่มีความคืบหน้าเลย

 

ซึ่งเรื่องนี้แบ่งออกเป็น 2 ประเด็น คือ การทุจริตต่อหน้าที่คือการเสนอสินบน 40 ล้านบาท และเรื่องของเว็บพนันซึ่งมีทั้งสิ้น 1,000 เว็บ คิดเป็นเงิน 10,000 บาทต่อเว็บ รวมกันเป็น 40 ล้านบาทต่อเดือน แต่ทั้งสองเรื่องการกระทำผิดทั้งคู่แต่ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. เฉพาะเรื่องการติดสินบน ซึ่งนายไชยชนกเองก็ไม่แน่ใจแล้ว ว่าตกลงแล้วใครเป็นผู้กระทำผิดอย่างไร ซึ่งก็สอดคล้องกันว่าจนถึงวันนี้ไม่มีใครรู้ว่าตกลงแล้วการเสนอสินบนจริงหรือไม่

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน

 

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เพราะนายไชยชนกชี้แจงเพียงว่า คนที่มาบอกคือนายวรศิษฎ์ โดยอ้างถึงผู้ช่วย ส.ส. คือนายฉัตรมงคล จึงนำข่าวมาบอกกับนายไชยชนก ปัญหาวันนี้เราจึงไม่รู้ว่าการติดสินบนวันนี้มีหรือไม่มี และเรื่องที่ต่อเนื่องเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนทางตำรวจไซเบอร์เพิ่งได้มีการโทรศัพท์ขอให้นายคิวคือผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับการเสนอสินบนมาให้การกับตำรวจไซเบอร์ ซึ่งการให้การกับตำรวจไซเบอร์เป็นคนละเรื่องกับการติดสินบน 40 ล้านบาท เพราะไม่เคยถูกแจ้งข้อกล่าวหาและไม่เคยมีการสอบปากคำนายคิวเลยตั้งแต่มีการสอบปากคำ ส่วนคดีที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนัน เพิ่งมีการสอบปากคำหลังคดีนี้มีอายุเกือบหนึ่งปี ตกลงแล้วเกิดอะไรขึ้นกับคนระดับรัฐมนตรีไปแจ้งความแล้วกลับไม่มีความคืบหน้า

 

ส่วนนายวรศิษฎ์ ก็ชี้แจงว่าตัวเอง ไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษด้วย แต่วันนี้จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าคนที่แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษมีแค่นายไชยชนก ขณะที่นายวรศิษฎ์เป็นเพียงพยานไม่มีการแจ้งความ

 

สิ่งที่เราสงสัยทั้งหมดกรณีติดสินบน 40 ล้านบาท จนถึงวันนี้ตนยังบอกไม่ได้ว่าการอภิปรายนายไชยชนกในสภาเมื่อวันที่ 30 กันยายนปีที่ผ่านมา ตกลงแล้วเป็นการอภิปรายโดยอาศัยข้อเท็จจริงอะไร ซึ่งยังตอบไม่ได้ เพราะการตั้งกรรมการสอบของดีอีก็ไม่เคยเรียกนายคิวไปให้ข้อมูล ขณะที่นายไชยชนก ก็ไม่เคยสนใจสอบถามไปที่นายฉัตรมงคลว่ามีรายละเอียดอย่างไร

ตั้งสงสัยมีกระบวนการอุ้ม "นายคิว" ตัวการใหญ่ 4,000 เว็บ ป.ป.ช.-ตำรวจ โดนซัดเกียร์ว่าง

 

เมื่อถามว่า จะดำเนินการอย่างไรต่อ ในเมื่อคนที่ออกมาพูดก็บอกว่าไม่แน่ใจว่ามีจริงหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า กรณีที่เรื่องนี้ไม่มีมูลความจริง มันก็จะกลายเป็นการอภิปรายเท็จ แต่ถ้าเป็นแบบนั้นก็ต้องว่ากันไปตามคดีความตามกฎหมาย ในกรณีที่สองหากเรื่องนี้ไม่มีการอภิปรายเท็จ นายคิว เป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนันจริง และมีความพยายามในการติดสินบนจริง ซึ่งข้อเท็จจริงที่เราได้รับทราบมา คือมีการให้ปากคำกับตำรวจว่านายคิวคนนี้เคยมีประวัติทำแบบนี้มาก่อน ถ้าข้อเท็จจริงเป็นตามลักษณะดังกล่าวจริง คำถามถัดมาคือทำไมไม่มีการดำเนินการกับนายคิวเลย ไม่มีการสอบปากคำนายคิวในคดีสินบน 40 ล้านบาทเลย แต่เพิ่งมาสอบปากคำนายคิวหลัง กมธ.การกฎหมายฯ จี้ ในเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ดังนั้นก็ต้องอนุมานว่า แบบนี้มีกระบวนการในการปกป้องนายคิวให้ไม่ถูกตรวจสอบหรือให้รอดพ้นจากการดำเนินการตามกฎหมายหรือไม่ และใครคือผู้ที่อยู่เบื้องหลัง

 

ฟาด "อนุทิน" เป่าแซกแก้ทุนเทาไม่ได้ จี้แสดงจุดยืนปราบเว็บพนันจริงจัง!

 

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า หากนายคิวผิดจริง และเราต้องไปตามหาผู้ที่อยู่เบื้องหลังสิ่งที่ต้องตั้งประเด็นก็คือวันนี้การช่วยเหลือนายคิว จากเจ้าหน้าที่ฝ่ายประจำเท่านั้นหรือมีฝ่ายการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง จึงเป็นสิ่งที่พวกเราพยายามตั้งสมมติฐาน ซึ่งจะมีการตรวจสอบเรื่องนี้ต่อไป แม้ว่าวันนี้ฟังดูแล้วเหมือนเราจะไม่ได้ข้อมูลมากมาย แต่ต้องบอกว่าการไม่ได้ข้อมูลที่สมเหตุสมผลสิ่งเหล่านี้จะเป็นหลักฐานที่สำคัญ ที่ต้องตั้งคำถามกลับไปที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่าตกลงแล้วมีจุดยืนอย่างไรในการปราบเว็บไซต์การพนันออนไลน์ การจัดการเงินสีเทา และการจัดการพวกสแกมเมอร์ เพราะเว็บไซต์พนันเหล่านี้เป็นบ่อเกิดของการฟอกเงินและเกี่ยวข้องกับหลายมิติ

“ถ้าเรื่องแบบนี้คนระดับรัฐมนตรี ไปแจ้งความดำเนินคดี แล้วไม่มีความคืบหน้าใด ๆ เลย ตำรวจเกียร์ว่าง ตำรวจล้อฟรี ไม่มีการดำเนินการ ต้องให้กรรมาธิการเรียกมาแล้วถามจี้หลายครั้ง สุดท้ายนี่หรือเปล่าที่มันแสดงให้เห็นว่า การที่บ้านเมืองของเราเป็นแบบนี้ เผชิญกับเรื่องทุนสีเทาแบบนี้ จนต่างประเทศมองมาและตั้งคำถาม ไปที่อดีตรัฐมนตรีซึ่งอยู่ใน ครม. คุณอนุทิน 1 นี่หรือเปล่าที่เป็นสาเหตุสำคัญ ที่ทำให้เราไม่สามารถทำอะไรได้อย่างมีประสิทธิภาพเลย การเป่าปี่เป่าแซกโซโฟนร้องเพลงของคุณอนุทิน ไม่ได้ช่วยให้ประเทศไทย แก้ปัญหาทุนสีเทาได้ หนำซ้ำการส่งสัญญาณแบบนี้ของคุณอนุทิน ไม่ต่างอะไรกับการเกียร์ว่าง ปล่อยให้บรรดาลูกกะเปี๊ยกทั้งหลายทำมาหากินโดยไม่สนใจบ้านเมืองของเราจะเผชิญเคราะห์กรรมอย่างไร นี่คือเรื่องใหญ่ ที่รัฐบาลของคุณอนุทินจะนิ่งเฉยแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน” นายรังสิมันต์ กล่าว

เมื่อถามว่า กรรมาธิการจะดำเนินการเรื่องนี้ต่อแล้วสัปดาห์หน้าจะมีการเชิญบุคคลใดเข้ามาชี้แจงหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า สัปดาห์หน้าเป็นวาระที่มีการกำหนดไว้แล้ว ซึ่งเป็นเรื่องของการโกงสอบท้องถิ่นและปัญหาแรงงานข้ามชาติ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ทางกรรมาธิการต้องติดตามต่อไป

 

ส่วนในเรื่องของสินบน 40 ล้าน ทางกรรมาธิการ เราตามต่อแน่นอน แต่ทางกรรมาธิการจำเป็นจะต้องนำข้อมูลทั้งหมดมาประมวลผลใหม่ เนื่องจากข้อมูลที่ถามไปทางตำรวจไปหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีความคืบหน้า และเมื่อถามไปทางรัฐมนตรี รัฐมนตรีก็ตอบว่า ไม่รู้ไม่ทราบ และทางกรรมาธิการเองก็ได้ถามไปยังนายไชยชนก ว่าทำไมคณะกรรมการที่ตั้งมา ท่านถึงไม่กำกับดูแล ในการตรวจสอบให้ได้ข้อมูลได้เนื้อได้น้ำ นายไชยชนกกลับตอบมาว่าตัวเขาเอง เป็นผู้ที่ต้องให้ปากคำเช่นกัน ไม่สามารถมากำกับดูแลตรงนี้ได้ เมื่อตนได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับตกใจ เพราะคำตอบที่ได้จากนายไชยชนก เหมือนกับว่าตนเองเป็นหนึ่งในคนที่น่าสงสัยที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้ ซึ่งมันไม่น่าจะถูก

 

นายไชยชนกอยู่ในฐานะที่เป็นเจ้ากระทรวง มีอำนาจในการสั่งการและดำเนินการในกระทรวง แต่ก็ไม่ทำอะไร ฝั่งตำรวจเอง ก็ดูไม่ได้อยากจะทำอะไรกับคดีนี้เลย ตอนนี้สิ่งที่ตนไม่เข้าใจ คือมันเกิดอะไรขึ้น คดีในเรื่องของเว็บพนัน ซึ่งไม่กี่ครั้งที่เราจะเจอตัวการใหญ่ขนาดนี้ คนที่ดูแลเว็บถึง 4,000 เว็บขนาดนี้ แต่ดูเหมือนว่าหน่วยงานตำรวจ ดูจะไม่อยากทำอะไรเลย และตนต้องเรียนว่า สำหรับ ป.ป.ช. เองก็เป็นปัญหา คดีทุจริตใน ป.ป.ช. อย่างสำนวนในเรื่อง 40 ล้านบาท คนที่เป็นเจ้าของสำนวนก็คือคนเดียวกันที่ทำคดีสอบท้องถิ่น

"สอบท้องถิ่นไม่มีความคืบหน้าฉันใด 40 ล้านก็ไม่มีความคืบหน้าฉันนั้น สอบท้องถิ่นไม่มีความคืบหน้า 40 ล้านไม่ต้องห่วงครับ เขาแทบไม่ดูเลย" นายรังสิมันต์ กล่าว

ดังนั้นกลายเป็นว่า คดีต่าง ๆ ไปหมกอยู่ที่ ป.ป.ช. โดยที่ไม่มีการดำเนินการ แทนที่จะเก็บคดีเอาไว้ เก็บสำนวนเอาไว้ ตนคิดว่า ป.ป.ช. ควรจะส่งสำนวนกลับมาให้ทางหน่วยงานตำรวจ ได้ดำเนินการขยายผล ไม่ใช่ปล่อยทิ้ง และไม่มีความคืบหน้าใด ๆ เลย และปล่อยให้ประชาชนต้องจินตนาการกันเอาเอง ว่าคนระดับรัฐมนตรี ไปแจ้งความร้องทุกข์ ตกลงจะจับโจรผู้ร้ายที่อยู่เบื้องหลัง เว็บพนันได้หรือไม่ ซึ่งจนถึงทุกวันนี้ก็ยังจับไม่ได้

"อ้อ อย่าว่าแต่จับไม่ได้เลย คุณไชยชนกท่าทางตอนนี้ ยังจำไม่ได้ว่าตัวเองจะดำเนินคดีกับใคร หรือเป็น
เทรนด์ก็ไม่รู้ เทรนด์ใหม่ นิยมกลับคำให้การ ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้น ในเรื่องนี้ด้วยหรือไม่" นายรังสิมันต์ กล่าว

ข่าวล่าสุด