หลักฐานชัดแจ๋ว! "สมาคมทนายความฯ" ซัด กกต. เดือด "เอื้อฮั้ว สว. 229 ราย" จี้ ป.ป.ช. ฟัน ม.157
17 ก.ย. 2569 | natthanan_chu

หลักฐานชัดแจ๋ว! "สมาคมทนายความฯ" ซัด กกต. เดือด "ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ-เอื้อฮั้ว สว. 229 ราย" จี้ ป.ป.ช. ฟัน ม.157 พ้นเก้าอี้
ข่าว
17 ก.ย. 2569 | natthanan_chu

หลักฐานชัดแจ๋ว! "สมาคมทนายความฯ" ซัด กกต. เดือด "ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ-เอื้อฮั้ว สว. 229 ราย" จี้ ป.ป.ช. ฟัน ม.157 พ้นเก้าอี้
KEY
POINTS
17 กันยายน 2569 นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ความว่า ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตในการเลือก สว. จำนวน 77 คน ต่อศาลฎีกา เพื่อให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของบุคคลดังกล่าว ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 226 วรรคหนึ่ง โดยมี สว. ที่อยู่ในตำแหน่งรวม 26 คน ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 36 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 70 นั้น
สมาคมทนายความแห่งประเทศไทยเห็นว่า ข้อกล่าวหาที่ประชาชนทั่วไปมีต่อการเลือก สว. ครั้งนี้คือ สว. จำนวนไม่น้อยกว่า 120 คน ได้แก่ผู้ที่ได้คะแนนลำดับที่ 1 - 6 ของ สว. จำนวน 20 กลุ่ม และผู้ที่เกี่ยวข้องกระทำการทุจริตในการเลือกโดยมีพยานหลักฐานคือ ใบลงคะแนน ที่วิธีการลงคะแนนออกมาเป็นกลุ่มก้อนเหมือนกัน ซึ่งในทางสถิติเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่อาจโต้แย้งได้เพราะเป็นพยานหลักฐานที่รับฟังได้เป็นยุติ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 84 (2) เนื่องจากพิสูจน์ได้ว่าการลงคะแนนดังกล่าวไม่อาจเกิดขึ้นได้โดยวิธีปกติของผู้ลงคะแนน เว้นแต่จะเกิดจากการวางแผนร่วมกันหรือรู้เห็นกันในการลงคะแนน วิธีการลงคะแนนจึงไม่ลับเพราะมีบุคคลอื่นทราบ และการตกลงหรือการฮั้วการลงคะแนนทำให้ผู้สมัครจำนวนหนึ่งเสียประโยชน์ ไม่มีสิทธิได้รับเลือกตั้งเป็น สว. การเลือกจึงมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม อันเป็นการกระทำการทุจริตในการเลือก สว. ตามรัฐธรรมนูญ ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 33 และ 62 วรรคหนึ่ง
ด้วยเหตุดังกล่าว ข้อกล่าวหาที่ กกต. จะต้องแจ้งและดำเนินคดีกับ สว. และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง รวม 229 คน ได้แก่ ร่วมกันกระทำการทุจริตในการเลือก สว. โดยรู้เห็นหรือตกลงร่วมกันในการลงคะแนนเพื่อให้ผู้สมัครจำนวนหนึ่งได้ประโยชน์และได้เป็น สว. และผู้สมัครจำนวนหนึ่งเสียประโยชน์ ไม่ได้เป็น สว. การลงคะแนนจึงไม่ลับ ไม่สุจริต และไม่เที่ยงธรรม อันเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าว ตามมาตรา 33 และ 62 วรรคหนึ่ง
แต่ปรากฏว่า กกต. กลับไปแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีกับ สว. และผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวน 229 คน ด้วยข้อกล่าวหาอื่นรวม 7 ข้อหา ตามมาตรา 76 วรรคหนึ่ง, 76 วรรคสอง, 36 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 70, 77 (1), 77 (3), 79 และ 81 โดยมี สว. จำนวน 26 คน ถูกยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาด้วยข้อหาการแนะนำตัวมิได้เป็นไปตามวิธีการและเงื่อนไขที่ กกต. กำหนดตามมาตรา 36 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 70
จึงมีลักษณะเป็นการช่วยเหลือหรือเอื้อประโยชน์แก่ สว. ผู้สมัครและบุคคลอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฮั้ว สว. จำนวน 229 คน เพื่อไม่ให้ กกต. ต้องยื่นคำร้องให้ศาลฎีกาลงโทษเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 226
ดังนั้น การกระทำของ กกต. จึงเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 การกระทำดังกล่าวยังเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่สุจริต ไม่ยึดมั่นในหลักนิติธรรม ไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยุติธรรม ทำให้เสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง อันเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 234 (1) ประกอบมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระฯ พ.ศ. 2561 ข้อ 8, 12, 13 และ 17
สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย จึงขอประณามการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. และเรียกร้องให้ดำเนินคดีกับ กกต. ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 พร้อมทั้งยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อให้ไต่สวนกรณี กกต. จงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง เพื่อยื่นเรื่องต่อศาลฎีกาให้มีคำพิพากษาให้ กกต. พ้นจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 234 (1), 235 (1) และ 235 วรรคสอง และวรรคสาม