นายไชยชนก กล่าวต่อว่า หลังจากนั้นมีพลเมืองดีมอบบัตรสนเท่ห์มาให้ตนตอนที่ลงพื้นที่เพราะเขาเชื่อว่า มีความเกี่ยวข้องกับกรณีนี้ จึงนำเรื่องนี้มอบให้ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการต่อจนนำมาซึ่งการขยายผล
เมื่อถามว่า วันนี้มีประเด็นไหนที่ กมธ.การกฎหมายฯ ติดใจอยู่หรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า เบื้องต้นคิดว่าไม่มี ท่านประธานได้มีการสอบถามว่า มีอะไรที่ตนจะดำเนินการเพิ่มเติมในเรื่องนี้หรือไม่ ตนก็บอกว่าตอนนี้ปัจจุบันมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงานกำลังดำเนินการอยู่ เรื่องทุกอย่างก็อยู่ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ถ้าหากหน่วยงานคิดว่ามีสิ่งที่ตนสามารถส่งเสริมเพิ่มเติมได้ตนก็พร้อมสนับสนุนทุกเรื่อง ซึ่งที่ผ่านมาได้ส่งหลักฐานที่ตนมีไปให้ทั้งหมด คือการที่มาบอกให้ตนรู้ก่อนที่จะขึ้นบัลลังก์ และข้อมูลเรื่องบัตรสนเท่ห์ที่ตามมา
เมื่อถามว่า มีการสืบสวนแล้วหรือไม่ว่าผู้ที่มาติดสินบนมีความเชื่อมโยงกับเว็บพนันเครือข่ายใด นายไชยชนก กล่าวว่า ตนคิดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการดำเนินการอย่างเต็มที่ แต่ในส่วนของตัวเองในฐานะที่เป็นเจ้ากระทรวง เราได้ดำเนินการมาเยอะมากจากที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศให้เรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ เราทำทุกช่องทางและลดเรื่องสแกมเมอร์มากว่า 50% ซึ่งได้มีการปิดเว็บพนันถี่และเยอะมากกว่าในช่วงเวลาก่อนหน้านี้ ทำเต็มที่ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้อง
เมื่อถามว่า ได้สอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่ว่าทำไมเรื่องนี้ถึงล่าช้า นายไชยชนก กล่าวว่า ตนไม่ได้ก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจหรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) คิดว่าเท่าที่ตนได้เห็นทุกคนก็ดำเนินการเต็มที่ตามพยานหลักฐานที่มี และตามอำนาจหน้าที่ที่มี
เมื่อถามย้ำว่า บุคคลที่มีการติดสินบนนี้มีตัวตนจริงๆใช่หรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า ตนคิดว่าไม่แน่ใจ ซึ่งก็ต้องมีมูล เพราะคนที่ถูกซักถามต่อไปไม่น่าจะมีศักยภาพในการทำเว็บพนัน เพราะฉะนั้นตนคิดว่าต้องมาจากคนอื่นแน่ ๆ
“ไม่มีใครกล้าที่จะมาเสนอกับผมแล้ว หลังจากผมประกาศไปเขารู้อยู่แล้วว่าผมเป็นคนไม่รับเรื่องพวกนี้ และไม่ยุ่งกับเรื่องพวกนี้ ผมว่าก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้การดำเนินการของหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การกำกับปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นมาก จากก่อนที่ผมได้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่” นายไชยชนก กล่าว
“วรศิษฎ์” เผยไม่มีอะไรปิดบัง พร้อมให้ข้อมูล
ด้าน นายวรศิษฎ์ เปิดเผยภายหลังเข้าชี้แจงต่อ กมธ. ว่า สามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้ทั้งหมดว่าข้อมูลมาอย่างไร ซึ่งได้แจ้งให้ กมธ.ได้รับทราบ
เมื่อถามว่า กรณีสินบน 40 ล้านบาท มีข้อเท็จจริงอย่างไร นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า เราได้รับข้อมูลมา ก็นำเรื่องแจ้งให้กับคนที่เกี่ยวข้อง เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่ต้องมาคุยกับเราอยู่แล้ว เพราะผิดกฎหมาย ดังนั้น ต้องแจ้งให้มีการดำเนินคดีทางกฎหมาย ยืนยันว่าข้อเท็จจริงมีแค่นั้น ซึ่งตนตั้งใจจะมาชี้แจงกับทางกรรมาธิการทุกครั้งเพื่อจะได้สิ้นข้อสงสัย และยินดีให้ความร่วมมือเพราะเราไม่มีอะไรปิดบัง