'กรณ์'จี้รัฐบาล-ก.ล.ต.รับมือสหรัฐฯจ่อคว่ำบาตรแก๊งสแกมเมอร์
16 ก.ย. 2569 | titayu_pur

กรณ์ จาติกวณิช เตือนรัฐบาล-ก.ล.ต. เร่งสอบแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ หลังสภาฯ สหรัฐฯ จ่อใช้กฎหมาย Global Magnitsky คว่ำบาตร หวั่นไทยเสียอธิปไตยทางกฎหมาย
ข่าว
16 ก.ย. 2569 | titayu_pur

กรณ์ จาติกวณิช เตือนรัฐบาล-ก.ล.ต. เร่งสอบแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ หลังสภาฯ สหรัฐฯ จ่อใช้กฎหมาย Global Magnitsky คว่ำบาตร หวั่นไทยเสียอธิปไตยทางกฎหมาย
KEY
POINTS
16 กันยายน 2569 นายกรณ์ จาติกวณิช สส.พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยเอกสารสภาฯ สหรัฐฯ ลงวันที่ 15 ก.ย. 2569 กรณีจ่อใช้กฎหมายคว่ำบาตรเครือข่าย แก๊งสแกมเมอร์ ข้ามชาติ หลังพบรายชื่ออดีต รมช.คลัง ของไทยถูกร้องขอให้ตรวจสอบ โดยจี้ให้รัฐบาลและ ก.ล.ต. เร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างจริงจังด้วยตนเอง เพื่อป้องกันไม่ให้ไทยตกเป็นฝ่ายถูกไล่บี้จนสูญเสียอธิปไตยทางกฎหมาย และความน่าเชื่อถือในตลาดทุน จากมาตรการ สหรัฐคว่ำบาตร
นายกรณ์ จาติกวนิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความเกี่ยวกับกรณีที่ ประธานคณะกรรมาธิการ 2 คนของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เสนอให้คว่ำบาตรบุคคลและนิติบุคคล 28 รายชื่อ ที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์และขบวนการค้ามนุษย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หนึ่งในนั้นมีอดีตรัฐมนตรีของไทย โดยระบุว่า โพสต์ที่แล้วผมพูดถึงเอกสารจากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ที่ประเทศไทยควรติดตาม
วันนี้ขอลงรายละเอียดครับ จดหมายลงวันที่ 15 กันยายน 2569 ลงนามโดย ไบรอัน มาสต์ ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ และ จอห์น มูเลนาร์ ประธานคณะกรรมาธิการว่าด้วยเรื่องจีน ส่งถึงรัฐมนตรีต่างประเทศและรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ขอให้พิจารณาภายใน 180 วันว่า บุคคลและนิติบุคคลที่ระบุชื่อไว้ เข้าเกณฑ์คว่ำบาตรตามกฎหมาย Global Magnitsky Act หรือไม่
กฎหมายฉบับนี้ใช้กับผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงและการทุจริต โดยไม่ได้จำกัดอยู่ที่ผู้ลงมือ แต่ครอบคลุมถึงผู้สั่งการ ผู้สนับสนุนทางการเงิน ผู้ใช้บริษัทบังหน้า และผู้ที่คุ้มครองหรือได้ประโยชน์จากเครือข่าย หากถูกขึ้นบัญชี ผลคือทรัพย์สินในสหรัฐฯ จะถูกอายัด ห้ามทำธุรกรรมกับบุคคลและบริษัทอเมริกัน และถูกตัดขาดจากระบบการเงินที่ใช้เงินดอลลาร์ และในรายชื่อที่ขอให้ตรวจสอบ ปรากฏชื่ออดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการ ซึ่งได้ปฏิเสธมาโดยตลอดว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์
ผมขอย้ำให้ชัดว่า การถูกระบุชื่อในจดหมายยังไม่ใช่คำตัดสิน และยังไม่ใช่การคว่ำบาตร แต่เป็นเรื่องที่ประเทศไทยจะทำเป็นไม่เห็นไม่ได้ เพราะประธานคณะกรรมาธิการสำคัญสองชุดของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ กำลังขอให้เปิดกระบวนการตรวจสอบอย่างเป็นทางการกับชื่อที่มีคนไทยอยู่ด้วย
คำถามที่เราต้องตอบให้ได้ คือเหตุใดจึงต้องรอให้ต่างประเทศเริ่มก่อน ทั้งที่ข้อมูลโครงสร้างธุรกิจ เส้นทางการเงิน ผู้ถือหุ้น และผู้รับผลประโยชน์จำนวนมากอยู่ในมือหน่วยงานไทยอยู่แล้ว และเพียงพอที่จะเริ่มดำเนินการได้ ผมและคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงิน และตลาดการเงิน ติดตามเรื่องนี้มาต่อเนื่องหลายเดือน เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม เราส่งหนังสือถึง ก.ล.ต. เพื่อขอให้เร่งตรวจสอบ พร้อมนำส่งเอกสารและหลักฐานครบถ้วนแล้ว จนถึงวันนี้ประชาชนยังไม่เห็นคำชี้แจงหรือความคืบหน้าที่ชัดเจน
ผมยังได้อภิปรายเรื่องนี้หลายครั้งต่อหน้านายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งกำกับดูแล ก.ล.ต. นี่ไม่ใช่เรื่องการเมืองรายวัน แต่คือความปลอดภัยของประชาชน ความน่าเชื่อถือของตลาดทุนไทย และหลักนิติรัฐที่ต้องใช้กับทุกคนเสมอกัน การตรวจสอบที่ล่าช้าไม่ได้ทำให้ปัญหาหายไป มีแต่จะเปิดทางให้ต่างชาติเป็นฝ่ายไล่เส้นทางการเงินและกำหนดมาตรการแทนเรา ซึ่งไม่ใช่แค่ความเสียหายต่อชื่อเสียง แต่คือความเสี่ยงต่ออธิปไตยทางกฎหมายของประเทศ ประเทศที่มีระบบกฎหมายเข้มแข็ง ต้องตรวจสอบผู้มีอำนาจได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องรอให้ใครมาเปิดโปงก่อน