"แสวง บุญมี" แจงสภา ปมโพยเลือก สว. ยันพร้อมส่งสำนวน ศาลฎีกา
16 ก.ย. 2569 | titayu_pur

"แสวง บุญมี" เลขาธิการ กกต. ชี้แจงสภาฯ ยันไม่ได้นิ่งนอนใจปมทุจริตและโพยเลือก สว. ชี้ออกมาตรการคุมแล้วแต่ถูกล้ม ย้ำพร้อมเปิดข้อมูลและส่งสำนวนให้ศาลฎีกาครบทุกแผ่น
ข่าว
16 ก.ย. 2569 | titayu_pur

"แสวง บุญมี" เลขาธิการ กกต. ชี้แจงสภาฯ ยันไม่ได้นิ่งนอนใจปมทุจริตและโพยเลือก สว. ชี้ออกมาตรการคุมแล้วแต่ถูกล้ม ย้ำพร้อมเปิดข้อมูลและส่งสำนวนให้ศาลฎีกาครบทุกแผ่น
KEY
POINTS
16 กันยายน 2569 นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ขึ้นชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวาระพิจารณารายงานผลงาน กกต. หลัง สส. อภิปรายนานกว่า 6 ชั่วโมง เพื่อตอบข้อสงสัยกรณีข้อครหา ทุจริตเลือก สว. และปัญหา โพยเลือก สว. โดยระบุว่า กกต. เคยออกระเบียบป้องปรามไว้แล้วแต่ถูกคำสั่งศาลยกเลิกไป พร้อมยืนยันความบริสุทธิ์ใจ ยินดีเปิดเผยข้อมูล และส่งสำนวนการสอบสวนทั้งหมดให้ ศาลฎีกา พิจารณาอย่างครบถ้วนทุกแผ่นโดยไม่หมกเม็ด
ที่อาคารรัฐสภา การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม วาระการพิจารณารับทราบรายงานผลปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำปีงบประมาณ 2567 และ 2568 โดยนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. และคณะมาชี้แจงต่อสภาฯ
ภายหลัง สส. อภิปรายเสร็จสิ้นจำนวน 25 คน นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ลุกขึ้นชี้แจงตอบคำถามในช่วงท้ายต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยกล่าวว่า สำนักงาน กกต. พยายามที่จะมาชี้แจงต่อสภาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 และผู้มาชี้แจงวันนี้ต้องยกเลิกเที่ยวบิน จากการอภิปรายของสมาชิกได้ฟังทุกคำทุกประโยค ได้นั่งฟังตลอด 6 ชั่วโมง 30 นาที ไม่ได้ลุกไปไหน เพื่อนำสิ่งที่สมาชิกได้อภิปรายไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการทำงานในด้านต่างๆ
ก่อนตอบคำถาม นายแสวงกล่าวว่า สิ่งที่จะพูดต่อไปนี้จะตอบปัญหาหลายเรื่องว่า กกต. ดำเนินการเลือก สว. ปี 2567 ในการป้องกันกระบวนการทุจริต โดยหยิบยกรัฐธรรมนูญมาตรา 107 ที่ระบุว่าประชาชนทุกคนมีสิทธิ์เป็นผู้สมัคร สว. และกฎหมายกำหนดคุณสมบัติเงื่อนไข เมื่อประชาชนสมัครแล้วก็เป็นผู้มีสิทธิ์เลือก ซึ่งคาดการณ์ว่ามีการสมัครจำนวนมากอาจกระทบต่อความเรียบร้อย สุจริต และเที่ยงธรรม โดยเป็นหน้าที่ของ กกต. ในการดำเนินการ
ทั้งนี้ สำนักงาน กกต. เห็นถึงปัญหาในกระบวนการเลือก ว่าอาจมีการกระทำเกินเจตนาที่กฎหมายกำหนด จึงออกระเบียบเรื่องการแนะนำตัว สาระสำคัญเพื่อป้องกันการทุจริตในการเลือก รูปแบบในการออกระเบียบคือให้พิจารณาจากใบ สว.3 เท่านั้น ในการแนะนำตัว เอกสารที่จะนำเข้าคือสิ่งที่เข้าใจว่าเป็นโพย ได้คาดคะเนไว้ก่อนจึงออกระเบียบมาป้องกัน แต่ระเบียบถูกยกเลิกโดยคำสั่งศาล
สำหรับการเลือกวันที่ 26 มิถุนายน ผู้มีสิทธิ์เลือกราว 3,000 คน สำนักงานมีฝ่ายสืบสวนและผู้สังเกตการณ์จากต่างประเทศและสื่อมวลชนได้สังเกตการณ์ ในวันดังกล่าวมีการร้องเรียนเรื่องโพย กกต. จึงมีมติให้เก็บเอกสารทุกอย่างไว้ไม่ให้นำเข้าไปยังสถานที่เลือก แต่ให้ใช้เอกสารที่สำนักงานทำขึ้นใหม่สำหรับรอบไขว้
“เราไม่ได้นิ่งนอนใจ เราเห็นจากกฎหมายและบริบททางการเมืองว่า ถ้าปล่อยให้มีการเลือกกันแบบมีเสรีภาพโดยอาจจะมีคนมีกำลังมากกว่าทำอะไรได้มากกว่า จึงได้ออกระเบียบไว้แต่ถูกยกเลิก ก็เป็นอย่างที่เห็นว่ามีการร้องเรียนตามมา และเมื่อมีการร้องก็เป็นระเบียบสอบสวน สุดท้าย กกต. วินิจฉัยในวันที่ 14 กันยายน ซึ่งไม่ว่าเสียงข้างมากข้างน้อยมีเหตุผลในการวินิจฉัย คือข้อเท็จจริงและเหตุผลในการวินิจฉัย” นายแสวงกล่าว
นายแสวง ยังชี้แจง นายพริษฐ์ว่า ในส่วนเหตุผลจะอยู่ในคำวินิจฉัย คณะกรรมการข้อมูลเปิดเผยได้ตามระเบียบ กกต. พร้อมเปิดเผยอยู่แล้ว เช่น มติ แต่หากเป็นเอกสารอื่นที่ยังไม่เปิดเผยตอนนี้ สามารถขอได้จากสำนักงาน กกต. เพื่อนำไปสู่การพิจารณาว่า เปิดเผยได้มากน้อยแค่ไหน ส่วนการนำสำนวนไปยังศาลฎีกาย้ำว่า กกต. ส่งไปทั้งสำนวน จากสำนวนคณะสืบสวนไต่สวนชุดที่ 26 รวมถึงความเห็นเลขาธิการ กกต. ความเห็นของคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 และความเห็นของ 7 กกต.