ป้าดา กล่าวต่อว่า ผู้ใหญ่ในบ้านในเมืองนี้ที่เขาบอกว่าท่านนายกฯ อนุทิน ให้ไปโอนเอา ถามว่าง่ายอย่างนั้นเลยเหรอ ทำไมท่านนายกฯ สั่งให้ไปโอนเอาของคนอื่นง่าย ๆ ทำไมไม่ตรวจสอบว่าเป็นมาถูกต้องไหม ที่มาที่ไปเป็นมาอย่างไร ตรวจก่อนว่ามาถูกต้องไหม เป็นจริงอย่างที่เราพูดไหม มันมีคู่กรณีเกิดขึ้น ก็ต้องถามดูว่าใครผิดใครถูก ใครลวงโลก ใครหลอกลวงชาวโลก ใครหลอกลวงสังคม มันอยู่แค่นี้ ไม่มีอะไร มันมีผิดกับถูก ที่เราตามเราบอกว่าถ้าถูกเอาไปเลย เราพูดมาตลอด เราเดิมพันด้วยชีวิตด้วยว่าคุณไม่ถูกต้อง เราก็พูดกันอยู่ตลอด
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางทีมทนายวัดเขาก็อ้างว่ามีหนังสือ มีเอกสารต่าง ๆ และโฉนดฉบับจริงที่ตาเฮียงมอบให้มาเป็นหลักฐาน
ป้าดาตอบว่า สังคมไทยเอาอย่างนี้ เอาง่าย ๆ แบบนี้ได้ใช่ไหม คุณจะพูดอะไรก็ได้หมด แต่ว่าความเป็นจริงมันต้องได้พิสูจน์ ผิดถูกมันไม่ใช่เรื่องปกปิดหรอก ใครทำอะไรไว้ก็ต้องว่ากันตามความเป็นจริง ไม่ใช่พอมีเรื่องเกิดขึ้นมา ยังไม่ได้พิสูจน์ของเขาเลยว่าใครผิดใครถูก อยู่วันดีคืนดีเหมือนกับว่าเราเดินไปของเราดี ๆ เราถือกระเป๋าอยู่ มีคนมาวิ่งราวกระเป๋าเราไปอย่างนั้น ถามว่าทำไมมันง่ายอย่างนั้น ตามหลักของความเป็นจริงก็คือ กฎหมายที่ดินมันมี คุณจะอ้างอะไรก็แล้วแต่ แต่ที่ดินเขาก็มีกฎหมายที่ดิน ถ้าคุณทำแบบนี้ได้ก็เท่ากับว่าคุณต้องไปแก้กฎหมายมาตรา 84 ของกรมที่ดิน เพราะคุณจะได้ทำอะไรได้ง่ายสะดวก ไปโอนเอาตรงไหนก็ได้ ไปทำนิติกรรมตรงไหนก็ได้ ป้าว่ามันไม่ใช่
เมื่อถามว่า หากเป็นแบบนี้ป้าดาจะต้องไปแจ้งความดำเนินคดีกับหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเปลี่ยนโฉนดหรือไม่
ป้าดาตอบว่า แจ้งไปแล้วที่กองปราบปราม เพื่อเอาผิดกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทุกอย่างมันต้องได้รับการตรวจสอบว่ามันใครผิดใครถูก คุณทำถูกต้องไหม กติกามี ทุกคนอ้างข้อกฎหมาย แต่ทำไมไม่เคารพกฎหมาย ที่ดินก็มีกฎหมายที่ดินเฉพาะ ต้องเคารพกฎหมาย
ป้าดา ยังกล่าวด้วยว่า เรื่องที่ทางทายาทได้ยื่นเรื่องต่อศาลฎีกาเกี่ยวกับคดีพิพาทที่ดินนี้ จะยังคงเดินหน้าต่อตามสิทธิ์ แม้ว่าโฉนดจะถูกเปลี่ยนชื่อไปแล้วก็ตาม และในวันที่ 18 ก.ย. นี้ เวลาประมาณ 10.00 น. ตนเองจะเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ตามหมายเรียก
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ยุติข้อพิพาท! โอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน 21 ไร่ ของนายเฮียง เป็นของวัดป่าอดุลยาราม โดยสมบูรณ์