เนชั่นทีวี

ข่าว

ณัฐพงษ์ ยื่น ป.ป.ช. ฟ้อง ม.157 กกต. ปมฮั้ว สว. โยงภูมิใจไทย

16 ก.ย. 2569 | titayu_pur

ณัฐพงษ์ ยื่น ป.ป.ช. ฟ้อง ม.157 กกต. ปมฮั้ว สว. โยงภูมิใจไทย

"ณัฐพงษ์" ผู้นำฝ่ายค้าน หนุนความเห็น "กกต. เสียงข้างน้อย" มัดขบวนการฮั้ว สว. โยง "ภูมิใจไทย" เตรียมยื่น ป.ป.ช. ฟ้อง ม.157 ลุยใช้สภาอภิปรายซักฟอก ปล่อยประชาชนตัดสินเลือกตั้งหน้า

"ณัฐพงษ์" ผู้นำฝ่ายค้าน หนุนความเห็น "กกต. เสียงข้างน้อย" มัดขบวนการฮั้ว สว. โยง "ภูมิใจไทย" เตรียมยื่น ป.ป.ช. ฟ้อง ม.157 ลุยใช้สภาอภิปรายซักฟอก ปล่อยประชาชนตัดสินเลือกตั้งหน้า

KEY

POINTS

  • ฝ่ายค้านหนุนความเห็น กกต. เสียงข้างน้อย ชี้เค้าร่างขบวนการโกงเลือก สว. มีผู้จัดตั้งระดับใหญ่ เตรียมยื่น ป.ป.ช. ฟ้อง ม.157 เอาผิด กกต.
  • มุ่งตรวจสอบเส้นทางเชื่อมโยงถึงผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพรรคภูมิใจไทย พร้อมนำข้อมูลหลักฐานเข้าสภาอภิปรายซักฟอกปมซื้อสิทธิ์ขายเสียง
  • ไม่กดดันพรรคเพื่อไทยเรื่องผลโหวต แต่ย้ำให้ประชาชนตัดสินผ่านการเลือกตั้งครั้งหน้า ชี้ขบวนการฟ้องปิดปากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง

16 กันยายน 2569 'ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ' ผู้นำฝ่ายค้าน แถลงชื่นชมความเห็น กกต. เสียงข้างน้อย ที่ออกมาเปิดหลักฐานขบวนการโกงเลือก สว. พร้อมประกาศเตรียมยื่น ป.ป.ช. ฟ้อง ม.157 เอาผิด กกต. ยกชุด และส่งสัญญาณโยงถึงผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พรรคภูมิใจไทย โดยเดินหน้าใช้กลไกสภาอภิปรายซักฟอกตรวจสอบทุจริต ลั่นไร้ความยับยั้งชั่งใจ พร้อมปล่อยให้ประชาชนตัดสินผลผ่านการเลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้า

 

ที่อาคารรัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชนและผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวถึงนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กกต. เสียงข้างน้อย ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นว่าไม่เห็นด้วยต่อการแถลงข่าวของประธาน กกต. ว่า ตอนนี้สิ่งที่พวกเราต้องการคือการทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาขององค์กรอิสระ และการที่มี กกต. เสียงข้างน้อยออกมาแสดงความเห็นนั้น ตนเองชื่นชมในแง่การแสดงจุดยืน และตามที่ได้แถลงไปก่อนหน้านี้ พรรคประชาชนเตรียมคำร้องยื่นต่อ กกต. ที่ปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แต่เนื่องจากมีข้อเท็จจริงเกิดขึ้นมาใหม่ อย่างการให้ความเห็นของ กกต. เสียงข้างน้อย เราก็พร้อมนำข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นนั้นมาหลอมรวมเข้าไปในคำร้องที่จะเรียกร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อย่างไรก็ตาม จะเร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด


 

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชนและผู้นำฝ่ายค้าน

 

เมื่อถามว่า ความเห็นของ กกต. เสียงข้างน้อย มีข้อน่าสนใจตรงไหนบ้างที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สิ่งที่เป็นความสำคัญที่สุด คือ กกต. แต่ละคนอาจจะมีวิจารณญาณของตัวเอง แต่ข้อคิดเห็นของ กกต. เสียงข้างน้อยที่ออกมา เชื่อว่าสอดคล้องกับในสายตาวิญญูชนทั่วไป ขบวนการโกงเรื่อง สว. นั้น เป็นสิ่งที่ทำเป็นขบวนการขนาดใหญ่ มีออร์แกไนเซอร์คนจัดแจง จัดตั้ง อยู่เบื้องหลังอย่างแน่นอน และสิ่งที่เราสงสัยต่อจากนั้น คือวัตถุพยานอื่นที่ไม่ใช่แค่การให้ปากคำของบุคคล ก็สามารถโยงใยไปถึงกรรมการบริหารพรรค หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทยได้ ดังนั้น สาระสำคัญของการแสดงความเห็น คือหาก กกต. ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่เป็นศาล แค่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าเรื่องนี้ทำเป็นขบวนการแน่นอน และเกี่ยวข้องกับนักการเมืองแน่นอน ควรจะต้องส่งฟ้องไปยังศาลทั้งหมด


 

ส่วนไทม์ไลน์การยื่นฟ้องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อาจจะต้องยืนยันกับฝ่ายกฎหมาย และอาจจะต้องเป็นผู้เสียหายโดยตรงคือผู้สมัครไปฟ้อง แต่ในส่วนพรรคประชาชน จะยื่นไปที่ ป.ป.ช. โดยเราสนับสนุนการดำเนินการทั้งสองส่วน และเชื่อว่าสัปดาห์นี้จะมีความคืบหน้าแน่นอน

 

ส่วนเวทีการซักฟอก หวังผลให้พรรคเพื่อไทยไม่โหวตไว้วางใจรัฐบาลหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า กรอบเนื้อหาการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตนเองได้เห็นการแสดงความเห็นของประธานรัฐสภาว่าไม่เคยพูด และไม่พยายามไปตีกรอบเรื่องการโกงเลือก สว. เข้ามาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ อยากให้ยืนยันหลักแบบนี้ต่อไป การตรวจสอบพฤติกรรมความซื่อสัตย์สุจริตของนักการเมือง เป็นสิ่งที่สามารถพึงกระทำได้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องตีกรอบว่ามันเกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้

 

ส่วนการลงมติแต่ละพรรค คงมีจุดยืนของตัวเองอยู่ และไม่ขอเอ่ยชื่อพรรค ขณะนี้ตัวแทนจากพรรคมีหน้าที่ตรวจสอบสิ่งที่ไม่ชอบธรรมในสภา หากเห็นว่าการโกงเลือก สว. ซึ่งเป็นขบวนการโกงที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ในฐานะตัวแทนประชาชน และ สส. การลงมติในการไม่ไว้วางใจรัฐบาล หรือรัฐมนตรีรายบุคคล ก็เป็นสิ่งที่แต่ละคนสามารถพึงกระทำได้ในการใช้อำนาจทางฝ่ายนิติบัญญัติ

 

เมื่อถามย้ำว่า การไม่พูดชื่อพรรค อาจจะไม่ได้เพราะเพื่อไทย ก็เป็นตัวแปรสำคัญที่จะชี้ขาดในรัฐบาลว่าจะได้ไปต่อหรือไม่ นายณัฐพงษ์ ย้ำว่า คำตอบเมื่อสักครู่ชัดแล้วว่าไม่ต้องไปเรียกร้องชื่อพรรค เพราะไม่อยากให้เป็นทางการเมืองแล้วโต้ตอบกันไปมา เพราะนักการเมืองทุกคนถูกตัดสินโดยประชาชน ประชาชนโดยทั่วไปน่าจะตีความได้ และผลโหวตจะเป็นอย่างไร ก็ให้ประชาชนตัดสินในการเลือกตั้งครั้งหน้า

 

ส่วนหากอภิปรายไปแล้วพรรคเพื่อไทยออกจากพรรคร่วมรัฐบาล ฉากทัศน์เปลี่ยน มองอนาคตอย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่แต่ละคนวิเคราะห์ไปข้างหน้าได้ แต่ขณะนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความพยายามจากทุกภาคส่วน ทั้ง สส. และประชาชน ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบผู้มีอำนาจรัฐทั้งหมด ทั้งการเมือง สมาชิกวุฒิสภา และองค์กรอิสระ อย่าง กกต. อะไรที่ไกลกว่านี้ ขอให้รอสถานการณ์ครั้งหน้าดีกว่า

 

เมื่อถามถึงสำนวนที่เหลืออยู่ที่ประชาชนยังไม่เห็นมีมากน้อยแค่ไหน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า คนที่ควรจะต้องออกมาให้คำตอบ และเป็นคนที่เราควรตั้งคำถามต่อเขามากที่สุด คือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ทำหน้าที่สืบสวนสอบสวนโดยตรง และข้อมูลบางอย่างอาจไม่ได้มาทั้งหมด แต่สุดท้ายแล้ว ตัวแทนภาคประชาสังคม สส. ที่เปิดเผยนี้ เพราะบังเอิญมีคนในที่ทนไม่ได้กับขบวนการการโกง ออกมาให้ข้อมูล เมื่อนำมาเปิดเผยแล้ว กลับมีการพยายามฟ้องร้องปิดปาก รัฐบาลใช้อำนาจตัวเองในการฟ้องร้องปิดปาก แบบนี้ไม่ถูกต้อง แทนที่จะตั้งคำถามต่อพวกเรา ว่าเรามีข้อมูลอะไรบ้าง เราอาจให้ข้อมูลไม่ได้ทั้งหมด เพราะอาจกระทบต่อแหล่งข่าว โดยเราต้องเรียกร้องไปยังหน่วยงานที่ทำหน้าที่ว่าต้องแสดงความโปร่งใสออกมาให้มากที่สุด

ข่าวล่าสุด