นับเป็นครั้งแรกที่หนึ่งในนักบินผู้ประสบเหตุการณ์ระทึกเหนือน่านฟ้าอิหร่านเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวความยากลำบากที่เขาต้องเผชิญ ทหารอากาศนายนี้ได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัย หลังเครื่องบินรบ F-15E ตกในพรมแดนอิหร่าน
เขาปกปิดชื่อจริงและใช้นามแฝงว่า "บราโว่" (Bravo) ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ "60 Minutes" ของสถานีข่าว CBS News ที่ออกอากาศเมื่อวันอาทิตย์ (13 กันยายน) เล่าถึง "นาทีเฉียดตาย" ที่ต้องดิ่งพสุธาลงสู่พื้นดินโดยที่ร่มชูชีพได้รับความเสียหาย
🔵 [วินาที "ดิ่งพสุธา" ร่มชูชีพขัดข้อง]
ทหารอากาศทั้งสองนายจำเป็นต้องดีดตัวออกจากเครื่องบินที่ได้รับความเสียหาย และเกิดพลัดหลงกัน ทำให้ต้องคอยหลบหลีกกองกำลังอิหร่านระหว่างรอการช่วยเหลือจากหน่วยรบพิเศษของสหรัฐฯ
บราโว่ เล่าว่า คำว่า "ดิ่งพสุธา" น่าจะอธิบายสถานการณ์นั้นได้ดีที่สุด "มีช่วงหนึ่งที่ผมเงยหน้าขึ้นมองแล้วไม่เห็นร่มชูชีพ นั่นเป็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด เท่าที่ผมเคยพบเจอมาเลยครับ"
"ผมไม่ได้สนใจเรื่องความเร็วในการร่วงหล่นเลย แต่มุ่งความสนใจไปที่การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อกางร่มชูชีพ หรือดึงชิ้นส่วนของร่มที่พันกันอยู่ออกมาให้ได้" เขากล่าว พร้อมย้ำว่าการที่เขารอดชีวิตมาได้นั้นถือเป็น "ปาฏิหาริย์" แม้ว่าจะได้รับบาดเจ็บสาหัส ทั้งกระดูกหลัง หัวไหล่ แขนหัก และข้อเท้าเคล็ด เนื่องจากความเร็วขณะที่ตกกระแทกพื้นอยู่ที่ประมาณ 70 ถึง 100 ไมล์ต่อชั่วโมง (113 ถึง 161 กิโลเมตรต่อชั่วโมง)
เชื่อกันว่า บราโว่ คือคนเดียวกับ "วิซโซ" (Wizzo) หรือ เจ้าหน้าที่ระบบอาวุธประจำเครื่องบินรบ (Weapon Systems Officer - WSO) ที่รับผิดชอบควบคุมระบบเซ็นเซอร์ อาวุธ และช่วยเหลือนักบินในภารกิจรบ