นายสาทิตย์ ย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้ กกต.ส่งสำนวนของคณะอนุกรรมการไต่สวน ชุดที่ 26 ให้กับศาลฎีกาทั้งหมด อย่าตัดตอนบางส่วน เหลือเฉพาะแค่ 77 คน เพราะศาลฎีกา มีอำนาจเรียกผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติมได้ ดังนั้นสังคมไม่ได้ฝากความหวังไว้ที่ กกต. แต่ฝากไว้ที่ศาลฎีกา และ กกต.จะต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอนาคต ถึงขนาดที่ว่า หากมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็ต้องมีการทำลายโครงสร้าง กกต.แบบเดิม เปลี่ยนแปลงการสรรหาและอำนาจ แต่หากไม่มีการเปลี่ยนแปลง กกต.จะทำให้กระบวนการเข้าสู่อำนาจในประเทศนี้ บิดเบี้ยว เป็นการทำลายหลักการระบอบประชาธิปไตยที่ต้องตรวจสอบถ่วงดุล
นายสาทิตย์ ยังขอเตือนคนของ กกต.ว่า ยังมีโอกาส ใครก็ตามที่รับรู้เรื่องราวของอำนาจภายนอก ที่พยายามแทรกแซง ครอบงำ ชี้นำการตัดสินใจของ กกต.ขอให้ออกมาพูดและเปิดเผยความจริง เพื่อให้เห็นว่า อย่างน้อยยังมีคนที่มีความกล้าหาญทางจริยธรรม ที่จะรักษาเกราะกำบังของ กกต.เอาไว้ได้
นายสาทิตย์ กล่าวยังกล่าวถึงรายงานของ กกต.ที่ระบุในรายงานฉบับปี 2568 ระบุ กกต.ผ่านการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส อยู่ในระดับ 93.47% ซึ่งประเมินโดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.ว่า ตนขอถามว่า เป็นไปได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่มีการตัดตอนคดีฮั้ว สว.