เนชั่นทีวี

ข่าว

วิเคราะห์ UNCLOS ยกแรก! ศึก "ไทย-กัมพูชา" ใครได้ใครเสีย?

16 ก.ย. 2569 | thunchanok_kul

วิเคราะห์ UNCLOS ยกแรก! ศึก "ไทย-กัมพูชา" ใครได้ใครเสีย?

วิเคราะห์ UNCLOS ยกแรก! ไทย-กัมพูชา ใครได้ใครเสีย? ปมพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ดร.ปณิธาน ชี้ยุทธศาสตร์ต่างขั้ว ไทยดัน "ลากเส้นเขตแดนก่อน" ด้านกัมพูชา ชู โมเดล "ออสเตรเลีย แบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกัน

วิเคราะห์ UNCLOS ยกแรก! ไทย-กัมพูชา ใครได้ใครเสีย? ปมพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ดร.ปณิธาน ชี้ยุทธศาสตร์ต่างขั้ว ไทยดัน "ลากเส้นเขตแดนก่อน" ด้านกัมพูชา ชู โมเดล "ออสเตรเลีย แบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกัน

KEY

POINTS

  • ยกแรกยังไม่มีใครเสียเปรียบ: ต่างฝ่ายต่างยื่นเอกสารตั้งหลัก ไทยชูเขตแดน กัมพูชาชูร่วมพัฒนาเศรษฐกิจ
  • กรรมการจ่อทำแพ็กเกจร่วม: คาดคณะกรรมการประนอมเตรียมชงข้อเสนอรวมเรื่องเขตแดนและพลังงานเป็นแพ็กเกจเดียว
  • แนะไทยปรับบทบาทการทูต: ดร.ปณิธาน ชี้ไทยแสดงท่าทีแข็งกร้าวตอบโจทย์คนในประเทศ แต่อาจต้องปรับให้นุ่มนวลลงในเวทีประนอม

16 กันยายน 2569 การประชุมกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS ระหว่างไทยและกัมพูชา ยกแรก ณ ประเทศสิงคโปร์ (14–15 กันยายน 2569) ผ่านพ้นไปแล้ว หลังไทยประกาศยกเลิก MOU 44 ฝ่ายเดียว ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ ได้ร่วมวิเคราะห์ผ่านรายการ "เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand" ทางเนชั่นทีวี ถึงทิศทาง ใครได้-ใครเสีย และจุดยืนยุทธศาสตร์ของทั้งสองประเทศ

 

โดยการประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ประเทศไทยประกาศยกเลิก MOU 44 ฝ่ายเดียว แต่เดิม MOU 44 เป็นกรอบแนวทางเจรจาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลในอ่าวไทยที่คุยมากว่า 10–20 ปี แต่ไม่จบ


เมื่อยกเลิก จึงเปลี่ยนมาใช้กติการะหว่างประเทศภายใต้ UNCLOS (อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล) ผ่านกลไก คณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับ ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนไทย กัมพูชา และประธานคนกลาง โดยฝ่ายไทยมี "สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว" รองนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าคณะ และฝ่ายกัมพูชามี นายปรัก สุคน รัฐมนตรีต่างประเทศเป็นหัวหน้าคณะ

วิเคราะห์ UNCLOS ยกแรก! ศึก "ไทย-กัมพูชา" ใครได้ใครเสีย?

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ กล่าวว่า หากพิจารณาจากท่าทีของทั้งสองฝ่าย ถือว่ายังไม่มีใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบมากนัก ในขั้นตอนการแถลงเปิดกระบวนการประนอม แต่ละฝ่ายต่างตั้งหลักโดยนำเสนอข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์ เหตุผล และที่มาว่าทำไมต้องเข้าสู่กระบวนการของศาลอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ (ศาลถาวร PCA - Permanent Court of Arbitration) ณ สำนักงานสิงคโปร์


กระบวนการนี้เกิดขึ้นหลังจากไทยยกเลิก MOU 44 เมื่อเดือนพฤษภาคม จากนั้นกัมพูชาจึงขอให้ศาล PCA เข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย และมีการแต่งตั้งคณะกรรมการประนอมรวม 5 คน


การประชุมครั้งนี้เป็นการเปิดประเด็น ยื่นเอกสารและแผนที่ พร้อมกำหนดขั้นตอนหลังจากนี้ ซึ่งยังเหลืออีกหลายขั้นตอนตลอดหลายเดือนข้างหน้า ทั้งการตรวจสอบเอกสาร การลงพื้นที่ และการเรียกประชุมแต่ละประเทศ ก่อนส่งข้อเสนอแนะ


ดร.ปณิธาน กล่าวอีกว่า จุดยืนฝั่งไทย ชัดเจนว่าจะไม่นำเรื่อง "เกาะกูด" เข้าไปเกี่ยวข้อง และต้องการให้มีการ ลากเส้นเขตแดนให้ชัดเจนก่อน แล้วจึงค่อยเจรจาเรื่องการแบ่งปันผลประโยชน์ในพื้นที่พัฒนาพิเศษ


ในขณะที่ จุดยืนฝั่งกัมพูชา ยึดหลักการตามกรณีข้อพิพาทระหว่างติมอร์กับออสเตรเลีย คือเน้นการร่วมมือพัฒนาพื้นที่ไปพร้อมกัน ไม่ต้องการลากเส้นเขตแดนอย่างเดียว และเน้นย้ำกฎหมายทางทะเล จึงเป็น 2 มุมมองที่แตกต่างกัน


ทั้งนี้ บางฝ่ายก็เป็นกังวลว่าจุดยืนของไทยอาจมีความแข็งกร้าว ในประเด็นการลากเส้นเขตแดนให้ชัดเจนก่อน ในขณะที่กัมพูชา มีท่าทียืดหยุ่นตามแนวทางกรณี "ติมอร์-ออสเตรเลีย" ซึ่งกัมพูชาระบุว่า เขาศึกษาเรื่องนี้เป็นอย่างดี เรื่องนี้หลายฝ่ายจึงยังไม่สามารถสรุปได้ เพราะกระบวนการนี้ซับซ้อนมาก เป็นเรื่องใหม่

วิเคราะห์ UNCLOS ยกแรก! ศึก "ไทย-กัมพูชา" ใครได้ใครเสีย?

ความขัดแย้งทางยุทธศาสตร์ "ลากเส้นเขตแดนก่อน" VS "แบ่งผลประโยชน์ก่อน"

ถามว่าจะหาข้อสรุปได้อย่างไร? ในเมื่อไทยยืนยันให้เคลียร์เรื่องลากเส้นเขตแดนให้จบก่อน จึงค่อยคุยเรื่องแก๊สและน้ำมัน แต่กัมพูชากลับข้ามไปเน้นประเด็นการแบ่งปันผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจทันที


ดร.ปณิธาน กล่าวว่า นั่นเป็นเพียงจุดยืนที่ไทยแสดงออกไป แต่การตัดสินใจจะขึ้นอยู่กับคณะกรรมการประนอม
 ซึ่งจุดแข็งของคณะกรรมการคือ การนำทั้งเรื่องเขตแดนและเรื่องผลประโยชน์มารวมกันเป็นแพ็กเกจ (comprehensive package) เพื่อผ่อนคลายท่าทีที่แข็งตึงของทั้งสองประเทศ


แม้ไทยจะต้องการให้ลากเส้นเขตแดนก่อน แต่นั่นทำได้ยาก เพราะต่างฝ่ายต่างมีหลักฐานทางกฎหมายที่แตกต่างกันมาก คณะกรรมการประนอม ไม่มีอำนาจลากเส้นเขตแดน อาจยื่นข้อเสนอใหม่เพื่อจูงใจให้ไทยลดการอ้างกรรมสิทธิ์ลง แล้วไปเพิ่มสิทธิในการพัฒนาพื้นที่ร่วมกันแทน เหมือนเช่นกรณีออสเตรเลีย

วิเคราะห์ UNCLOS ยกแรก! ศึก "ไทย-กัมพูชา" ใครได้ใครเสีย?

การลากเส้นเขตแดนให้จบก่อนไปคุยเรื่องผลประโยชน์ มีความได้เปรียบเสียเปรียบอย่างไร?

ดร.ปณิธาน ระบุว่า หากไทยสามารถลากเส้นเขตแดนได้สำเร็จก่อน ไทยจะได้เปรียบอย่างมาก เพราะได้พื้นที่เขตเศรษฐกิจจำเพาะทางทะเลมากขึ้น โดยยึดแนวเกาะกูดตามประกาศปี 2516 และปฏิเสธไม่ยอมรับเส้นไหล่ทวีปของกัมพูชาปี 2515


คณะกรรมการประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS จะมีอิสระในการหาทางออกใหม่ได้จริงหรือ ในเมื่อตัวแทนแต่ละประเทศต้องรับนโยบายจากรัฐบาลตนเอง


ดร.ปณิธาน กล่าวว่า คณะกรรมการ (จากเยอรมนี แอฟริกาใต้ เดนมาร์ก ฝรั่งเศส และประธานจากออสเตรเลีย) ต้องยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศเป็นหลัก แม้หลักฐานบางอย่างอาจเอนเอียงไปทางฝรั่งเศส ซึ่งเป็นอดีตเจ้าอาณานิคม แต่กฎหมาย UNCLOS มาตรา 121 เรื่องเกาะกูดก็ทำให้ไทยได้เปรียบ หากไทยยืนยันลากเส้นตามข้อตกลง UNCLOS จากเกาะกูดขึ้นไป

วิเคราะห์ UNCLOS ยกแรก! ศึก "ไทย-กัมพูชา" ใครได้ใครเสีย?


ประเมินบทบาทและการแสดงถ้อยแถลงของตัวแทนฝ่ายไทย

กรณีท่าน "สีหศักดิ์" ได้กล่าวถ้อยแถลงดุดัน โดยรื้อฟื้นประเด็นอดีตนายกฯ สมเด็จฮุน เซน แอบอัดคลิปเสียงสนทนากับนายกฯ แพทองธาร แล้วนำมาเปิดเผย ซึ่งเป็นการผิดมารยาทและกติการะหว่างประเทศ การแสดงท่าทีแข็งกร้าวเช่นนี้ส่งผลอย่างไรหรือไม่?


ดร.ปณิธาน กล่าวว่า เป็นการแสดงความไม่พอใจของไทยในฐานะผู้เสียหาย และตอบสนองต่อความรู้สึกของประชาชนคนไทยจำนวนมาก แต่ในทางการทูตรอบนี้ เราก็มีท่าทีที่ไม่เป็นมิตรเท่าไร คณะกรรมการประนอมรับทราบแต่อาจกังวล และต้องทำงานหนักขึ้น เนื่องจากมองว่าจุดยืนไทยมีความเข้มข้น แข็งกร้าว 


"บทบาทดังกล่าวเป็นการเน้นตอบสนองการเมืองภายในประเทศเป็นหลัก"


ดร.ปณิธาน กล่าวอีกว่า การทำงานหลังจากนี้คงยากขึ้น และต้องละเอียดมากขึ้น เมื่อวานนี้ (15 ก.ย.69) กัมพูชาวางบทบาทนุ่มนวลกว่า เน้นกฎหมายระหว่างประเทศ เน้นประวัติศาสตร์ นำเสนอว่าเป็นประเทศเล็กที่เคยได้รับผลกระทบจากประวัติศาสตร์ เป็นผู้ถูกกระทำ เปิดทางให้คณะกรรมการเสนอทางออกทางเศรษฐกิจร่วมกัน


อย่างไรก็ตาม กระบวนการนี้ มีระยะเวลาไกล่เกลี่ย 1 ปี แม้ข้อเสนอของคณะกรรมการจะไม่มีผลผูกพันบังคับให้ต้องปฏิบัติตาม แต่ก็เป็นกรอบบังคับให้ทั้งสองฝ่ายต้องเปิดเผยฐานความคิดและวิธีต่อสู้

อาจารย์เห็นด้วยกับบทบาทความแข็งกร้าว รวมถึงการย้อนอดีตเรื่องคลิปเสียงของท่านทูต "สีหศักดิ์" หรือไม่?

ดร.ปณิธาน บอกว่า ส่วนตัวไม่ค่อยเห็นด้วย แต่เข้าใจและเห็นใจท่านเป็นอย่างยิ่ง เพราะต้องทำหน้าที่ตามบทบาทการเมืองของไทยที่ต้องนำเสนอความรู้สึกของคนไทย แต่เวทีนี้อาจไม่ใช่เวทีที่เหมาะสมที่สุด เวทีนี้เป็นเวทีประนอมหาทางออกร่วมกัน ควรจะมีท่าทีที่เปิดกว้างมากกว่านี้  สิ่งที่ไทยพยายามเสนอเรื่องอยากให้กลับไปเจรจาแบบทวิภาคี จึงถูกกลบไปหมดด้วยท่าทีที่แข็งกร้าว


ในเวทีระหว่างประเทศ หลายฝ่ายอาจกังวลแทน แต่คนไทยคงจะให้กำลังใจท่านมากขึ้น ถือเป็น 2 เวทีที่ทับซ้อนกันอยู่ ซึ่งต่อไปเราคงต้องปรับบทบาทให้เหมาะสมกับเวทีประนอมมากขึ้น

วิเคราะห์ UNCLOS ยกแรก! ศึก "ไทย-กัมพูชา" ใครได้ใครเสีย?

ข่าวล่าสุด