ฝ่ายไทย: โต้กัมพูชาบิดเบือนข้อเท็จจริง เล่นบทเหยื่อเพื่อผลประโยชน์การเมืองภายใน
ด้าน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ได้กล่าวตอบโต้อย่างตรงไปตรงมาว่า ข้อกล่าวอ้างของกัมพูชาที่ว่าไทยเป็นฝ่ายละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศจนทำให้กัมพูชาไม่มีทางเลือกนั้น "ไม่เป็นความจริงและเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างสิ้นเชิง" เนื่องจากตลอด 25 ปีของ MOU 2544 มีการเจรจาอย่างเป็นทางการเพียง 2 ครั้งเท่านั้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบันทึกความเข้าใจเดิมไม่ได้นำไปสู่ความคืบหน้า ไทยจึงเสนอให้เริ่มเจรจาตรงเกี่ยวกับเขตแดนทางทะเล และหาก 6 เดือนยังไม่คืบหน้าจึงค่อยเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยร่วมกัน แต่กัมพูชากลับปฏิเสธทางเลือกนี้
นายสีหศักดิ์ ย้ำว่า กัมพูชาชอบวางตนเป็นฝ่ายถูกต้องทางศีลธรรมและสร้างภาพว่าตนเองเป็นเหยื่อบนเวทีสากล ทั้งที่ในความเป็นจริง กัมพูชาเคยนำคลิปเสียงโทรศัพท์ส่วนตัวของผู้นำไทยมาเปิดเผย ยิงจรวดตกใส่พลเรือนไทย และวางทุ่นระเบิดจนทหารไทยต้องสูญเสียขา ซึ่งเป็นการกระทำที่ย้อนแย้งต่อคำกล่าวอ้างเรื่องการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ไทยมองว่ากัมพูชานำประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไปใช้เป็นเครื่องมือคำนวณผลประโยชน์ทางการเมืองระยะสั้นภายในประเทศตนเอง ซึ่งกระตุ้นความขัดแย้งให้รุนแรงขึ้น
ไทยย้ำชัด: กระบวนการนี้ไม่เกี่ยวกับ "เกาะกูด" และดินแดนทางบก
ในส่วนของขอบเขตการพิจารณา ฝ่ายไทยได้ประกาศย้ำจุดยืนอย่างหนักแน่นว่า กระบวนการไกล่เกลี่ยครั้งนี้มีขอบเขตเฉพาะการกำหนดเขตแดนทางทะเลในอ่าวไทยตามประกาศพระบรมราชโองการ ปี 2516 เท่านั้น โดย "ไม่ได้เกี่ยวข้องกับอธิปไตยเหนือดินแดนทางบก รวมถึงเกาะกูด" ซึ่งไทยไม่เคยยอมรับเส้นอ้างสิทธิในไหล่ทวีปปี 2515 ของกัมพูชาเนื่องจากไร้หลักฐานทางกฎหมาย
พร้อมกันนี้ ฝ่ายไทยยืนยันว่าเข้าสู่กระบวนการด้วยความสุจริตใจและพร้อมเจรจาบนพื้นฐานความเป็นจริง โดยย้ำว่าการทูตต้องไม่เป็นการแข่งขันเพื่อเอาชนะกัน หรือสร้างภาพเหนือกว่า และหวังว่ากัมพูชาจะรวบรวมเจตจำนงทางการเมืองเพื่อร่วมกันหาทางออกที่ยั่งยืนสำหรับคนรุ่นหลังต่อไป