นายก อบต.กระโด จังหวัดปัตตานี ได้นำเสนอความคิดเห็นถึงประเด็นการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ โดยการแก้ปัญหายาเสพติดในตำบลกระโด เกิดจากความต้องการของตนเองที่ต้องการตัดวงจรยาเสพติดตั้งแต่ต้น โดยการแจ้งเบาะแสให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการปราบปรามยาเสพติดอย่างเดียวไม่พอ เพราะยังมีผู้ติดยาเสพติดที่จำเป็นจะต้องได้รับการบำบัดและฟื้นฟู เพื่อกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้ จึงได้รวมภาคีในพื้นที่ทั้งฝ่ายบริหารฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำศาสนา และผู้นำชุมชน ปฏิญาณตนและให้คำมั่นสัญญาว่าจะร่วมกันแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง โดยสร้างข้อตกลง หรือธรรมนูญชุมชนในการเฝ้าระวังยาเสพติด พร้อมรับใบประกาศหมู่บ้านสีขาว เป็นขวัญและกำลังใจให้แก่คนในพื้นที่ปลอดภัยยาเสพติด หลังจากนั้นได้ลงพื้นที่พูดคุยกับประชาชน เมื่อพบผู้มีปัญหาก็จะพยายามเข้าถึงเพื่อช่วยเหลือและส่งต่อเข้าสู่กระบวนการบำบัด
นายก อบต.กระโด จังหวัดปัตตานี กล่าวอีกว่า ตำบลกระโด ต้องการขอให้รัฐสนับสนุนงบประมาณเพื่อจัดตั้งอาคารศูนย์บำบัดยาเสพติดของตำบลกระโด ให้ชุมชนมีส่วนร่วมและร่วมบริหารจัดการ โดยทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และให้ผู้นำศาสนาเข้ามามีส่วนร่วมในการอบรมจริยธรรม สร้างกำลังใจ ปรับทัศนคติ รวมถึงการสร้างอาชีพ
ขณะที่กลุ่มสตรีผู้ได้รับผลกระทบจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอจัดตั้งระบบ 'หนึ่งครอบครัว หนึ่งแผนการช่วยเหลือ' เพื่อดูแลกลุ่มหญิงหม้ายและครอบครัวที่สูญเสียเสาหลัก
ส่วนจังหวัดยะลา นายกสมาคมการศึกษาจังหวัดยะลา ได้เสนอแก้ไขการพัฒนาครูให้ต่อเนื่องและสอดคล้องกับบริบทจังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากครูตาดีกาและครูอิสลามศึกษา ยังไม่สามารถเข้าถึงการพัฒนาวิชาชีพ และขาดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ต้องการให้เพิ่มบุคลากรที่เชี่ยวชาญ เพื่อสนับสนุน และกำกับด้านการอิสลามศึกษา เนื่องจากมีจำนวนไม่เพียงพอต่อสถานศึกษาและภารกิจ รวมถึงเรียกร้องให้จัดนโยบายและงบประมาณพัฒนาศักยภาพด้านกีฬาของเด็กและเยาวชน ตั้งแต่ระดับโรงเรียนไปจนถึงระดับนานาชาติ
ทั้งนี้ บรรยากาศที่ศาลากลางจังหวัดสงขลา นายกรัฐมนตรี เดินทางมาเพื่อเป็นประธานการประชุมรับฟังความเห็นต่อการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ โดยมีกลุ่มผู้นำทางศาสนาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เข้าร่วมด้วย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน หรือ อส. วางกำลังรักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบ
ด้าน พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ได้ปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมปรับยุทธวิธี เพื่อให้สอดรับกับการพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ ที่จะเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนกันยายนนี้
ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรี ยังได้นำคณะรัฐมนตรี ร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการ หรือ เวิร์กชอป การพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ ทั้งจังหวัดสงขลา สตูล ยะลา นราธิวาส และปัตตานี โดยระบุว่า คณะรัฐมนตรี มีความยินดี ที่ได้มารับฟังข้อเสนอการพัฒนา ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทุกภาคส่วนร่วมกันระดมความเห็น สะท้อนปัญหา และเสนอข้อเสนอในพื้นที่ เพื่อร่วมกันพิจารณา และให้ข้อคิดเห็น ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และภัยพิบัติ การทำงานจะต้องตอบโจทย์ประชาชน และความต้องการในพื้นที่
พร้อมหวังว่า การหารือในวันนี้ (31 ส.ค.) ที่ประชุมฯ จะได้มุ่งเน้นการเสนอปัญหา และแนวทางแก้ปัญหา ที่สามารถแก้ปัญหาได้จริง และเสนอข้อเสนอเชิงนโยบาย พร้อมวางรากฐานการพัฒนาระยะยาว เพื่อให้รองนายกรัฐมนตรีแต่ละด้าน ได้พิจารณาแต่ละเรื่อง เรื่องใดดำเนินการได้ ก็ขอให้ดำเนินการ และเรื่องใดที่ต้องเสนอกฎหมาย ก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้บูรณาการร่วมกัน เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ และประเด็นสำคัญจากการหารือในวันนี้ (31 ส.ค.) รัฐบาลจะนำไปพิจารณาต่อ ในการประชุม ครม.สัญจรในวันพรุ่งนี้ (1 ก.ย.) เพื่อนำความต้องการของพื้นที่เข้าสู่การตัดสินใจของรัฐบาลต่อไป