เนชั่นทีวี

ข่าว

พลิกตำนาน ย้อนกลยุทธ์ "ครม.สัญจร" จาก "ทักษิณ – ลุงตู่ – อนุทิน"

30 ส.ค. 2569 | titayu_pur

พลิกตำนาน ย้อนกลยุทธ์ "ครม.สัญจร" จาก "ทักษิณ – ลุงตู่ – อนุทิน"

ย้อนกลยุทธ์ "ครม.สัญจร" จากทัวร์นกขมิ้นยุคทักษิณ สู่การตรึงฐานบ้านใหญ่ยุคประยุทธ์ ถึงบททดสอบ "รัฐบาลอนุทิน" ปักหมุดสงขลา ชูประชานิยมสีน้ำเงินกลบกระแสขาลงสู้ไฟใต้

ย้อนกลยุทธ์ "ครม.สัญจร" จากทัวร์นกขมิ้นยุคทักษิณ สู่การตรึงฐานบ้านใหญ่ยุคประยุทธ์ ถึงบททดสอบ "รัฐบาลอนุทิน" ปักหมุดสงขลา ชูประชานิยมสีน้ำเงินกลบกระแสขาลงสู้ไฟใต้

KEY

POINTS

  • ยุคทักษิณ - การตลาดการเมือง: ริเริ่มแนวคิด CEO "ทัวร์นกขมิ้น" อนุมัติงบแบบฟาสต์แทร็ก สร้างแบรนด์พรรคเจาะฐานเสียงรากหญ้า
     
  • ยุคประยุทธ์ - ความมั่นคงและบ้านใหญ่: ใช้การสัญจรเป็นเวทีเจรจาทางการเมือง ดึงกลุ่มอิทธิพลท้องถิ่นร่วมจัดตั้งและตรึงฐานรัฐบาล
     
  • ยุคอนุทิน - ประชานิยมสีน้ำเงิน: ปักหมุดสงขลารื้อผังเมืองดันระบบราง หวังแก้เกมกระแสขาลงและป้องกันแชมป์ ส.ส. ภาคใต้

30 สิงหาคม 2569 นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล นำคณะรัฐมนตรีลุยจัดประชุม ครม.สัญจร นัดแรกที่ จ.สงขลา ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม - 1 กันยายน 2569 เพื่อชิงพื้นที่ข่าวดีและกระตุ้นความนิยมของ รัฐบาลอนุทิน ผ่านยุทธศาสตร์ประชานิยมสีน้ำเงินดึงมวลชน และกลุ่มทุนท้องถิ่น ท่ามกลางโจทย์ใหญ่ความไม่สงบในพื้นที่ และรุมเร้าด้วยมรสุม การเมืองใต้ ทั้งคดีฮั้ว สว. และการตรวจสอบเข้มจากฝ่ายค้าน


ท่ามกลางสถานการณ์รุมเร้ารัฐบาลอนุทิน ที่ความไม่สงบ 3 จว.ชายแดนใต้ ยังคงดำเนินอยู่ต่อไป ล่าสุดเมื่อวานนี้ ก็มีเหตุป่วนที่ปัตตานี รวมไปถึงฝ่ายค้านไล่บี้ปมโกงสอบท้องถิ่น พร้อมลุ้นระทึก กกต. เตรียมลงมติคดีฮั้ว สว. 14 ก.ย. นี้ ดูแล้วก็ไม่น่าจะเป็นข่าวดีต่อรัฐบาลอนุทินสักเท่าใดนัก


ด้วยเหตุนี้ ความพยายามชิงพื้นที่สร้างข่าวดี ก็ดูจะต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน แน่นอนกิจกรรมทางการเมือง สร้างความนิยมระดับพื้นที่จึงต้องเกิดขึ้น อย่างล่าสุดระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม - 1 กันยายน 2569 นายกฯ อนุทิน ดำริให้มีการจัดประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ หรือ ครม. สัญจร ที่ จ.สงขลา และนี่เป็นการจัดประชุม ครม. สัญจร ครั้งแรกของรัฐบาลอนุทิน 2

 

การประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ หรือ "ครม. สัญจร" ไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนสถานที่ประชุมของรัฐบาล แต่ในทางการเมืองคือ "เครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์" ที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของขั้วอำนาจ วิธีการบริหารประเทศ และเทคนิคการตลาดทางการเมืองที่แนบเนียน

 

หากย้อนดูเบื้องหลังและนัยทางการเมืองนับตั้งแต่ ยุคทักษิณ ชินวัตร จนถึง รัฐบาลปัจจุบันภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะเห็นวิวัฒนาการของ "หมากเกมนี้" ที่ปรับเปลี่ยนตามบริบทของแต่ละยุคสมัยอย่างน่าสนใจดังนี้

 

ยุคทักษิณ ชินวัตร: ต้นตำรับ "การตลาดการเมือง" และ "ทัวร์นกขมิ้น"

 

แม้การประชุม ครม. สัญจร จะริเริ่มขึ้นครั้งแรกในสมัย พล.อ. ชาติชาย ชุณหะวัน แต่ยุคที่สร้างภาพจำและพลิกโฉมหน้าการเมืองไทยมากที่สุดคือยุคของ ทักษิณ ชินวัตร

 

เบื้องหลังเชิงยุทธศาสตร์: ทักษิณยึดหลักแนวคิดแบบ CEO และการตลาดการเมือง ขนรัฐมนตรีลงพื้นที่แบบ "ค่ำไหนนอนนั่น" จนสื่อมวลชนตั้งฉายาว่า "ทัวร์นกขมิ้น" และไฮไลต์สำคัญคือเหตุการณ์ที่ "อาจสามารถโมเดล" (จ.ร้อยเอ็ด) ที่ใช้ระบบเรียลลิตีโชว์ถ่ายทอดสดแก้จน

 

นัยทางการเมือง: ยุคนี้ใช้ ครม. สัญจร เป็นเครื่องมือสร้างแบรนด์ "พรรคไทยรักไทย" เพื่อเจาะฐานเสียงระดับรากหญ้าในภาคอีสานและภาคเหนือ เปลี่ยนข้าราชการส่วนท้องถิ่นให้ตอบสนองนโยบายส่วนกลางอย่างรวดเร็ว และเป็นการ "อนุมัติงบประมาณแบบฟาสต์แทร็ก (Fast-track)" โชว์ความเร็วเหนือระบบราชการแบบเดิม (เช่น การอนุมัติสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 ที่ ครม. สัญจร นครพนม)

 

นายทักษิณ กับการทัวร์นกขมิ้น

 

ยุค พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา: สัญจรเพื่อ "ความมั่นคง" และดึงสายสัมพันธ์การเมือง

 

หลังจากผ่านช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมือง ครม. สัญจร ถูกนำกลับมาใช้อย่างเข้มข้นอีกครั้งในรัฐบาลทหารและรัฐบาลผสมของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา

 

เบื้องหลังเชิงยุทธศาสตร์: การสัญจรในยุคแรก (คสช.) เน้นมิติ "ความมั่นคงและการสร้างความปรองดอง" สกัดกั้นความเคลื่อนไหวฝ่ายตรงข้าม แต่ในยุคหลัง (หลังเลือกตั้งปี 2562) รูปแบบเปลี่ยนเป็นการลงพื้นที่เพื่อ "ตรึงพื้นที่และตรวจแถวบ้านใหญ่" ในแต่ละจังหวัด

 

นัยทางการเมือง: ครม. สัญจรยุคนี้ทำหน้าที่เป็นเสมือน "เวทีเจรจาทางการเมืองซ่อนรูป" มีเบื้องหลังคือการดึงกลุ่มการเมืองท้องถิ่น (กลุ่มสามมิตร, กลุ่มบ้านใหญ่ต่าง ๆ) มาร่วมจัดตั้งและสนับสนุนรัฐบาล ผ่านการจัดสรรเมกะโปรเจกต์ของกระทรวงคมนาคมและกระทรวงมหาดไทยลงไปยังจังหวัดเป้าหมาย

 

พล.อ.ประยุทธ์ ลงพื้นที่ ครม.สัญจร

 

ยุครัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล "ประชานิยมสีน้ำเงิน" และการแก้เกมขาลง

 

จนกระทั่งมาถึงยุคปัจจุบันใน "รัฐบาลอนุทิน" (พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ) ซึ่งประเดิมจัด ครม. สัญจร นัดแรกที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

 

เบื้องหลังเชิงยุทธศาสตร์: นายกฯ อนุทินประกาศชัดเจนว่า ครม. สัญจรยุคนี้ต้อง "ได้น้ำได้เนื้อ" ไม่ใช่แค่ไปเปิดพิธีแล้วจบ โดยมอบหมายให้ พิพัฒน์ รัชกิจประการ (รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม) ในฐานะแม่ทัพภาคใต้พรรคสีน้ำเงิน เป็นหัวเรือใหญ่จัดทัพลุยกลุ่ม 5 จังหวัดภาคใต้ชายแดน

 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

 

นัยทางการเมือง

 

1. พลิกเกมและกลบจุดอ่อน: รัฐบาลปัจจุบันกำลังเผชิญหน้ากับภาวะ "กระแสนิยมขาลง" และติดหล่มจากแรงต้านนโยบายเรือธงอย่าง "แลนด์บริดจ์" 1 ล้านล้านบาท การสัญจรลงใต้ครั้งนี้จึงเป็นการปรับยุทธศาสตร์ ถอยจากแลนด์บริดจ์แล้วหันมาดัน "Missing Link ระบบราง" และ "รื้อผังเมือง/โซนนิง" เพื่อซื้อใจทุนท้องถิ่นแทน

 

2. สมรภูมิแย่งชิงภาคใต้: ปัจจุบันภูมิใจไทยถือครอง ส.ส. ภาคใต้มากที่สุดถึง 31 ที่นั่ง การปักหมุด ครม. สัญจร นัดแรกที่สงขลา คือการส่งสัญญาณปล่อยนโยบาย "ประชานิยมสีน้ำเงิน" เพื่อป้องกันแชมป์และตีขนาบคู่แข่งสำคัญอย่าง "พรรคประชาธิปัตย์" และ "พรรคกล้าธรรม" ที่จ้องจะเจาะไข่แดงพื้นที่ภาคใต้

 

แต่ความท้าทายของรัฐบาลอนุทิน ในการประชุม ครม. สัญจร ครั้งนี้ อีกประการ ดูจะเป็น สถานการณ์ความไม่สงบชายแดนใต้ ที่กลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดีก่อตัวสร้างสถานการณ์รุนแรงตั้งแต่สัปดาห์แรก ๆ หลังจากทราบข่าวว่า ครม. อนุทิน จะมีการจัดประชุม ครม. สัญจร หรือแม้แต่สถานการณ์เมื่อวานนี้ ดูจะเป็นโจทย์ใหญ่ ที่รอให้รัฐบาลดับไฟครั้งนี้ได้หรือไม่ ในเมื่ออุตส่าห์ลงมาถึงระดับพื้นที่ในครั้งนี้

ข่าวล่าสุด