เนชั่นทีวี

Business

"สรรเพชญ" อัดงบปี 70 กว่าพันล้าน ลุยขยายถนน-แก้ท่วมยะลา

28 ส.ค. 2569 | titayu_pur

"สรรเพชญ" อัดงบปี 70 กว่าพันล้าน ลุยขยายถนน-แก้ท่วมยะลา

"สรรเพชญ บุญญามณี" ลงพื้นที่ยะลา ติดตามโครงการคมนาคมงบปี 70 กว่า 1,000 ล้านบาท เร่งขยายถนน 4 เลน แก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ชง ครม.สัญจร สงขลา

"สรรเพชญ บุญญามณี" ลงพื้นที่ยะลา ติดตามโครงการคมนาคมงบปี 70 กว่า 1,000 ล้านบาท เร่งขยายถนน 4 เลน แก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ชง ครม.สัญจร สงขลา

KEY

POINTS

  • ลุยตรวจงานยะลา: สรรเพชญ บุญญามณี ลงพื้นที่ยะลาติดตามโครงการพัฒนาคมนาคม รับฟังปัญหาประชาชนเพื่อนำเข้าที่ประชุม ครม.สัญจร 5 จังหวัดชายแดนใต้
     
  • อัดงบพันล้านแก้ท่วม: จัดสรรงบประมาณปี 2570 กว่า 1,000 ล้านบาท ยกระดับระบบระบายน้ำ ฟื้นฟูสายทางอุทกภัย และเสริมความมั่นคงขนส่งเกษตร
     
  • ขยายถนน 4 เลน: เร่งพัฒนาทางหลวงหมายเลข 4065 (บ้านเนียง-ยะหา) เป็น 4 ช่องจราจร พร้อมระบบระบายน้ำ แก้ท่วมสายหลัก กำหนดเสร็จภายในปี 2569

28 สิงหาคม 2569 นายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม ลงพื้นที่ อ.ยะหา และ อ.เมืองยะลา ตรวจความคืบหน้างานทางหลวง เพื่อเร่งขยายถนนทางหลวง 4065 เป็น 4 เลน แก้ท่วมยะลา เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ และฟื้นฟูเส้นทางขนส่งสินค้าเกษตร โดยขับเคลื่อนโครงการภายใต้ งบปี69 กว่า 1,000 ล้านบาท พร้อมรวบรวมข้อเสนอตรงเข้าสู่การประชุม ครมสัญจร ณ จ.สงขลา ต่อไป


นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายแวรุสลัน มะสาและ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่จังหวัดยะลา เพื่อตรวจติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างและพัฒนาโครงข่ายทางหลวงและทางหลวงชนบท โดยมี นายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา นายสุไลมาน บือแนปีแน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา นายจอมปวีร์ จันทร์หิรัญ ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 18 นายเรวัต ใจสะอาด ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทยะลา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้ข้อมูลและให้การต้อนรับ ณ อำเภอยะหา และอำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา


 

นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

 

นายสรรเพชญ กล่าวว่า ในวันที่ 31 สิงหาคม - 1 กันยายน 2569 จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจร ครั้งที่ 1/2569 ณ จังหวัดสงขลา ซึ่งจะมีการพิจารณาข้อเสนอและโครงการพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

 

ดังนั้น การลงพื้นที่จังหวัดยะลาในวันนี้ นอกจากเป็นการติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการของกระทรวงคมนาคมแล้ว ยังเป็นการรับฟังปัญหา ความต้องการ และข้อเสนอจากประชาชนในพื้นที่โดยตรง เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปดำเนินการ พร้อมทั้งรวบรวมประเด็นสำคัญและข้อสั่งการของรัฐมนตรี เพื่อนำไปประกอบการนำเสนอและผลักดันในที่ประชุม ครม.สัญจรด้วย

 

“วันนี้เรามาดูของจริงในพื้นที่ว่าโครงการไหนเดินหน้าไปถึงไหน มีปัญหาหรืออุปสรรคอะไร เรื่องไหนที่หน่วยงานสามารถแก้ไขได้ก็ขอให้ดำเนินการทันที ส่วนเรื่องใดที่เกินอำนาจของหน่วยงานในพื้นที่ หรือต้องใช้งบประมาณและการสนับสนุนจากรัฐบาล ก็ให้รวบรวมข้อมูลและจัดทำรายละเอียดให้ชัดเจน เพื่อจะได้นำข้อสั่งการและข้อเสนอเหล่านี้ไปประกอบการผลักดันในการประชุม ครม.สัญจรที่จังหวัดสงขลา” นายสรรเพชญ กล่าว 



นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

นายสรรเพชญ กล่าวต่อว่า สิ่งที่กระทรวงคมนาคมกำลังดำเนินการในจังหวัดยะลา มีทั้งการขยายถนนเพิ่มช่องจราจร การเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก การฟื้นฟูสายทางที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย และการเสริมความมั่นคงของโครงข่ายคมนาคม เพื่อรองรับการเดินทาง การเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงช่วยให้พี่น้องเกษตรกรสามารถขนส่งผลผลิตได้สะดวก รวดเร็ว และลดต้นทุนมากขึ้น

 

สำหรับโครงการตามแผนงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ได้ติดตามโครงการพัฒนาทางหลวงเพื่อสนับสนุนระบบคมนาคมและโลจิสติกส์ บนทางหลวงหมายเลข 4065 ตอนบ้านเนียง-ยะหา ซึ่งเป็นการขยายช่องจราจรจาก 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร พร้อมก่อสร้างระบบระบายน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมบนสายทางหลัก โดยมีกำหนดดำเนินการแล้วเสร็จภายในปีงบประมาณ 2569

 

ขณะเดียวกัน ได้ติดตามโครงการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงชนบทสาย ยล.3003 แยกทางหลวงหมายเลข 409-บ้านลำใหม่ อำเภอเมืองยะลา ซึ่งมีบทบาทเป็นเส้นทางลัดและเส้นทางเลี่ยงเมือง ช่วยลดความแออัดของการจราจรในตัวเมืองยะลา และเชื่อมโยงการเดินทางจากอำเภอเมืองยะลาไปยังอำเภอโคกโพธิ์ อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ก่อนเชื่อมต่อไปยังจังหวัดสงขลา

 

เส้นทางดังกล่าวยังมีความสำคัญต่อภาคการเกษตร เนื่องจากช่วยให้เกษตรกรสามารถขนส่งผลผลิตเข้าสู่ตลาดได้สะดวกรวดเร็วขึ้น ลดระยะเวลาและต้นทุนการเดินทาง พร้อมยกระดับมาตรฐานทางหลวงชนบทให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

 

นายสรรเพชญ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้รับฟังปัญหาและความต้องการของพี่น้องประชาชน เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาของหน่วยงานและจัดทำคำของบประมาณในระยะต่อไป ขณะที่ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 กระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท มีงบประมาณสำหรับดำเนินโครงการในจังหวัดยะลารวมประมาณ 1,053 ล้านบาท ครอบคลุมการก่อสร้าง ปรับปรุง บำรุง ฟื้นฟู และยกระดับความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม

 

โครงการสำคัญ อาทิ การฟื้นฟูทางหลวงหมายเลข 4089 ตอนเตาปูน-ท่าสาป ระยะทาง 1.825 กิโลเมตร พร้อมก่อสร้างระบบระบายน้ำและทางเท้าทั้งสองข้างทาง วงเงิน 53.07 ล้านบาท การเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวงหมายเลข 4066 ตอนโกตาบารู-บือเล็งใต้ ระยะทาง 0.550 กิโลเมตร เป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจร พร้อมระบบระบายน้ำสองข้างทาง วงเงิน 45 ล้านบาท และการปรับปรุงทางแยกบนทางหลวงหมายเลข 4070 ตอนยะหา-บาละ ระยะทาง 0.500 กิโลเมตร เป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจร พร้อมระบบระบายน้ำสองข้างทาง วงเงิน 15 ล้านบาท

 

นอกจากนี้ ยังมีโครงการขนาดใหญ่ในจังหวัดยะลาที่อยู่ระหว่างการผลักดันและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 410 สายปัตตานี-เบตง ช่วงบ้านตะบิงติงงี-อำเภอธารโต ระยะทาง 10.478 กิโลเมตร วงเงินรวมกว่า 669 ล้านบาท โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 410 ช่วงบ้านกาโสด-บ้านตังกาเด็ง ระยะทาง 8 กิโลเมตร วงเงินรวม 550 ล้านบาท และโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 4326 สายเบตง-บ้าน กม.17 ช่วงอำเภอเบตง-บ้านจันทรัตน์ วงเงินรวม 630 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจและชายแดนของจังหวัดยะลา 


นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

 

นายสรรเพชญ กล่าวทิ้งท้ายว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ โดยก่อนการประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้ ได้มีการจัดกระบวนการประชุมเชิงปฏิบัติการ หรือ Workshop แบ่งเป็น 4 ด้าน ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านความมั่นคง และด้านภัยพิบัติ เพื่อเปิดโอกาสให้จังหวัด หน่วยงานในพื้นที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ภาคเอกชน และภาคประชาชน ได้ร่วมกันเสนอปัญหา ความต้องการ และโครงการที่มีความจำเป็นเข้าสู่การพิจารณาของรัฐบาล

 

ทั้งนี้ ข้อมูล ปัญหา และข้อเสนอที่ได้รับจากการลงพื้นที่จังหวัดยะลาในวันนี้ จะถูกนำไปประกอบข้อสั่งการและการนำเสนอประเด็นสำคัญต่อที่ประชุม ครม.สัญจร เพื่อผลักดันเรื่องที่มีความจำเป็น เกินศักยภาพของจังหวัดหรือหน่วยงานในพื้นที่ และต้องอาศัยการสนับสนุนจากรัฐบาลให้สามารถเดินหน้าต่อได้

 

“ผมไม่อยากให้การประชุม ครม.สัญจรเป็นเพียงการประชุมแล้วจบไป แต่ต้องเป็นโอกาสที่ปัญหาจริงและความต้องการจริงของประชาชนในพื้นที่ถูกนำขึ้นไปถึงรัฐบาล วันนี้จึงต้องลงมาดูเอง รับฟังเอง และให้หน่วยงานเตรียมข้อมูลให้พร้อม เรื่องไหนทำได้ให้ทำทันที เรื่องไหนต้องอาศัยงบประมาณหรือการสนับสนุนในระดับรัฐบาล เราจะช่วยกันผลักดันต่อในวันที่ 31 สิงหาคม - 1 กันยายนนี้”

 

นายสรรเพชญ กล่าวเพิ่มเติมว่า จังหวัดยะลาและพื้นที่ชายแดนใต้ยังมีศักยภาพอีกมาก ทั้งด้านการค้า การเกษตร อาหาร วัฒนธรรม การท่องเที่ยว และความเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน จึงต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานควบคู่กัน ทั้งถนน ระบบราง ด่านชายแดน และท่าอากาศยาน เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการจ้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และทำให้ประโยชน์จากการพัฒนากระจายไปถึงประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด