น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า ร่องรอยที่ตนอยากจะเอาได้เห็นเป็นทีเซอร์ว่างบประมาณ 2 แสนล้านบาทถูกใช้ไปอย่างไร งบกลางแก้ปัญหาภัยแล้งที่เพิ่งถูกอนุมัติไป 6,500 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 ก้อน ก้อนแรก 1,000 ล้านบาท กรมทรัพยากรน้ำบาดาลเอาไปบริหารจัดการ ก้อนที่สอง แบ่งเป็น 5,000 และ 5,500 ล้านบาท เอาไปจัดซื้อจัดจ้างทำระบบน้ำบาดาลแจกทั่วประเทศ
ทำให้ นายพิชญุตม์ พอจิต สส.อุตรดิตถ์ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงว่า ไม่ได้พูดถึงเรื่องงบ 4 แสนล้านบาทเลย แต่ไปพูดเรื่องงบกลาง ขอให้ท่านประธานพิจารณาด้วยครับ
จากนั้น น.ส.รักชนก กล่าวว่า ตั้งสติฟังให้มันดีๆ ก่อนจับใจความให้มันดีๆ ว่าตนจะพูดอะไร ตนกำลังจะบอกว่าเวลาที่จะจัดสรรงบประมาณ เราต้องดูว่าก่อนหน้านั้น เขาใช้ไปรูปแบบไหน ท่านก็ใจเย็นๆ แล้วก็นั่งดู ตั้งสติให้มั่น แล้วก็ฟังให้มันจบก่อน
น.ส.รักชนก กล่าวว่า เงิน 5,500 ล้านบาท ตนเอาไปพล็อตลงบนแผนที่ประเทศไทย โดยแบ่งตามเขตเลือกตั้ง จะเห็นได้ว่างบไปอยู่ในสัดส่วนของ สส. เขตของพรรคภูมิใจไทย แล้วเป็นโครงการแก้แล้ง ทั้งที่พื้นที่ดังกล่าวไม่เสี่ยงต่อการเกิดภัยแล้ง ซึ่งช่วงหนึ่ง นายเลิศศักดิ์ ได้ตักเตือน น.ส.รักชนก ว่า ถ้าหากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณรายจ่ายประจำปีเป็นคนละวาระกัน เรากำลังจะมีการพิจารณางบประมาณในสัปดาห์ถัดไป เพราะฉะนั้น ขอให้ท่านเข้าสู่เรื่อง พ.ร.ก.กู้เงิน
จากนั้นได้มี สส.พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงประธานให้ควบคุมการประชุมตามวาระ ก่อนที่ น.ส.รักชนก ตอบโต้ว่า สิ่งที่ตนกำลังจะสื่อสาร ต้องใช้งบเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานด้วย
“ดิฉันกำลังจะชี้ให้เห็นว่างบ 5,500 ล้านบาท มันยังไปเทอยู่ที่พรรคภูมิใจไทยขนาดนี้ ถ้า 2 แสนล้านบาท ท่านประธาน โอ้ ดิฉันไม่อยากจะคิดเลย 5,500 ล้านบาท ยังจัดมาเป๊ะขนาดนี้ ถ้า 2 แสนล้านบาท คิดแล้วขนลุกเลย มันจะไม่เป็นสีน้ำเงินทั่วประเทศใช่หรือไม่” น.ส.รักชนก กล่าว
ต่อมา นายเลิศศักดิ์ ได้เตือน น.ส.รักชนก อีกรอบว่า ต้องขออภัยจริงๆ ต้องให้อยู่ในประเด็นที่เรากำลังพิจารณาอยู่ด้วย ที่ท่านเท้าความถึงเรื่องงบกลาง และงบประมาณรายจ่ายประจำปี ต้องเอาไว้ครั้งต่อไป
จากนั้น นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลุกขึ้นประท้วงช่วย น.ส.รักชนก บ้างว่า ตนก็ดูอยู่ว่าจังหวัดอ่างทองอยู่ในนั้นหรือไม่ ตนขอใช้สิทธิประท้วงประธานตามข้อบังคับ ท่านประธานไม่ใช่ผู้วินิจฉัยว่าประเด็นนี้เกี่ยวข้องหรือไม่ คนที่ตอบคำถามได้คือรัฐมนตรี
น.ส.รักชนก อภิปรายต่อไประยะหนึ่ง ถึงพื้นที่สีน้ำเงิน ที่ได้งบประมาณมากกว่าพื้นที่อื่น ก่อนที่ นายณัฎฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย จะประท้วงว่า ตนตั้งใจมาฟังท่านรักชนก แต่ด้วยความเคารพ ก็พยายามฟังอยู่ ตนอยากเห็นท่านชำแหละ ชี้ให้เห็นว่างบ 2 แสนล้าน รวมถึงมีการถกเถียงกันเรื่องคำไม่สุภาพ
น.ส.รักชนก จึงกล่าวว่า คำไหนที่ไม่สุภาพก็ไม่ต้องบันทึกก็ได้ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า KPI ในการวัด สส.ของรัฐบาลคือ มี สส. ขึ้นมาประท้วงหลายคนเหลือเกิน นายณัฏฐ์ชนน จึงตอบว่า ไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียง แต่อยากให้ท่านได้เข้าประเด็น
น.ส.รักชนก กล่าวทิ้งท้ายว่า อยากจะบอกว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านดูเชื่อมั่นอย่างมากจริงๆ ว่า เงินก้อนนี้จะนำไปสู่อะไรบางอย่าง อย่างที่ท่านเชื่อ
“ดิฉันอยากถามว่า ท่านไปเอาความมั่นหน้ามั่นใจนี้มาจากไหน ท่านเคยลองหันกลับไปถามข้าราชการที่มานั่งฟังแทนท่าน ที่ร่วมประชุมหรือว่าร่วมชะตากรรมในโครงการนี้กับท่านหรือไม่ ท่านเคยลองหันไปถามเขาไหมว่า ตอนนี้เขารู้สึกอย่างไร ท่านยังจำความรู้สึกในวันที่ท่านเป็นข้าราชการ แล้วก็ถูกนักการเมืองชั่วๆ เลวๆ เอาโครงการที่แปลกๆ ใส่มือ วันนั้นท่านรู้สึกอย่างไร ดิฉันก็อยากจะให้ท่านปกป้องข้าราชการในกระทรวงการคลัง”น.ส.รักชนกกล่าว
นายเลิศศักดิ์ จึงท้วงว่า นักการเมืองชั่วๆ เลวๆ ตนขอให้ท่านถอนคำนี้ก่อน ตนคิดว่าไม่เหมาะสม เป็นคำที่ไม่สุภาพ
น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า “ท่านเอกนิติคะ ท่านเคยที่จะมาร่วมรัฐบาลนี้โดยที่วันแรกๆ ดิฉันก็ยังเชื่อว่าท่านยังยืนตั้งหลังตรง จะเข้ามาทำสิ่งดีๆ ให้กับประเทศนี้ แต่วันนี้ดิฉันตั้งคำถาม กระดูกสันหลังของท่านมันค่อยๆ ค่อยๆ เลื้อย ค่อยๆ คด หรือว่าท่านค่อยๆ ถอดมันออกหรือเปล่า แล้วสุดท้าย ท่านก็ถอดกระดูกสันหลัง ถอดทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วก็รับใช้ระบบสีน้ำเงินนี้อย่างเต็มที่ไปเลยแบบนั้นหรือไม่นะคะ“ น.ส.รักชนก กล่าว