เนชั่นทีวี

ข่าว

KPI Poll ชี้ กกต. ความเชื่อมั่นรั้งท้าย ศาลรัฐธรรมนูญอันดับ 1

21 ส.ค. 2569 | titayu_pur

KPI Poll ชี้ กกต. ความเชื่อมั่นรั้งท้าย ศาลรัฐธรรมนูญอันดับ 1

KPI Poll ครั้งที่ 34 เผยประชาชนเชื่อมั่น กกต. น้อยสุด 3.8% สวนทางศาลรัฐธรรมนูญอันดับ 1 ที่ 31.3% เสียงส่วนใหญ่จี้เปิดคดี-แจงเหตุผลตัดสินอย่างโปร่งใส

KPI Poll ครั้งที่ 34 เผยประชาชนเชื่อมั่น กกต. น้อยสุด 3.8% สวนทางศาลรัฐธรรมนูญอันดับ 1 ที่ 31.3% เสียงส่วนใหญ่จี้เปิดคดี-แจงเหตุผลตัดสินอย่างโปร่งใส

KEY

POINTS

  • กกต. ความเชื่อมั่นรั้งท้าย-ศาลรัฐธรรมนูญนำอันดับ 1: KPI Poll ครั้งที่ 34 ระบุประชาชนเชื่อมั่น กกต. น้อยที่สุดเพียง 3.8% ขณะที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ความเชื่อมั่นสูงสุด 31.3% แต่กลุ่มไม่แน่ใจยังสูงถึง 27.7%
     
  • ประชาชนกว่า 51% จี้เปิดคดีและแจงเหตุผลตัดสิน: เสียงส่วนใหญ่ต้องการให้องค์กรอิสระเปิดเผยความคืบหน้าเรื่องร้องเรียน (32.8%) และชี้แจงหลักเกณฑ์/เหตุผลคำวินิจฉัย (18.2%) เพื่อให้ตรวจสอบได้
     
  • กกต. สอบตกด้านความเป็นอิสระทางการเมือง: ประชาชน 51.9% ประเมิน กกต. ระดับน้อย-น้อยที่สุดด้านความเป็นอิสระจากการแทรกแซง ย้ำโจทย์ใหญ่ต้องเร่งเร่งสร้างการสื่อสารสองทางกู้ความไว้วางใจ

21 สิงหาคม 2569 สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 34 เรื่องความเชื่อมั่นต่อ องค์กรอิสระ และการทำงานของ กกต. จากประชาชนกลุ่มตัวอย่าง 2,000 รายทั่วประเทศ ผลสำรวจสะท้อนวิกฤตศรัทธาอย่างน่าตกใจ เมื่อประชาชนเชื่อมั่น กกต. น้อยที่สุดเพียง 3.8% สวนทาง ศาลรัฐธรรมนูญ ที่คว้าอันดับหนึ่งด้วยคะแนน 31.3% ขณะที่กลุ่มไม่แน่ใจสูงถึง 27.7% โดยประชาชนกว่า 51% ส่งสัญญาณจี้ให้ทุกองค์กรเร่งเปิดเผยความคืบหน้าคดีและแจงเหตุผลการตัดสินอย่างเปิดเผย เพื่อกู้ความเชื่อมั่นและสร้างระบบสื่อสารสองทางให้สังคมตรวจสอบได้จริง

 

สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “ความเชื่อมั่นต่อองค์กรตามรัฐธรรมนูญและมุมมองต่อการทำหน้าที่ของ กกต.” โดยมุ่งเน้นความ “เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์” มีมาตรฐานวิชาการ ไม่มุ่งเน้นให้เกิดการชี้นำการเมือง แต่จัดทำเพื่อ “ฟัง” การเมืองจากเสียงของประชาชน


การแถลงผลการสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 34 ที่ศูนย์ฯ ได้ทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 7-10 สิงหาคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง โดยมีบทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้
 

1. ท่านต้องการให้ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระเปิดเผยข้อมูลเรื่องใดมากที่สุด (สำรวจโดย LINE Today)

 

• 32.8% ต้องการให้เปิดเผยความคืบหน้าของคดีและเรื่องร้องเรียนสูงสุด


• รองลงมา ได้แก่ 18.2% ต้องการทราบเหตุผลของผลการพิจารณาหรือคำวินิจฉัย 15.3% การใช้จ่ายงบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้าง 11.2% หลักเกณฑ์ที่ใช้พิจารณาและตัดสินใจ 7.2% ช่องทางร้องเรียนและติดตามผลที่เข้าถึงง่าย 5.2% ต้องการทราบผลงานและผลสำเร็จที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม 4.7% มาตรการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน 3.9% ต้องการทราบระยะเวลาและขั้นตอนการดำเนินงาน ขณะที่ 1.5% ไม่มีความเห็น 


เมื่อรวมสองอันดับแรก พบว่า 51.0% ต้องการรู้ทั้งความคืบหน้าของคดีและเหตุผลของการตัดสินใจ สะท้อนว่า คนกว่าครึ่งอยากติดตามคดีและเข้าใจเหตุผล มากกว่ารู้เพียงผลตัดสิน จึงควรมีการอธิบายเหตุผลอย่างเข้าใจง่ายให้ประชาชนทราบและตรวจสอบได้

2. ศาลรัฐธรรมนูญนำด้านความเชื่อมั่น แต่กลุ่มไม่แน่ใจตามมาติด ๆ

 

• 31.3% เลือกศาลรัฐธรรมนูญเป็นองค์กรที่เชื่อมั่นสูงสุด รองลงมาใกล้เคียงกัน 27.7% ไม่แน่ใจหรือไม่มีความเห็น

 

• 13.2% เชื่อมั่นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 10.9% คณะกรรมการ ป.ป.ช. 6.6% คตง./สตง. 6.5% ผู้ตรวจการแผ่นดิน ขณะที่เชื่อมั่นต่อ กกต. น้อยที่สุด (3.8%)


• รายภูมิภาค: “ศาลรัฐธรรมนูญ” มีสัดส่วนผู้เลือกสูงสุดในภาคเหนือ (44.8%) ภาคใต้ (37.5%) และภาคตะวันออก (29.6%) ขณะที่ คตง./สตง. มีสัดส่วนสูงสุดในกรุงเทพมหานคร (28.9%) ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (38.4%) และภาคกลาง (33.5%) กลุ่มไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็นมีสัดส่วนสูงสุด ทั้งนี้ ในภาคใต้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีสัดส่วนตามมาใกล้เคียง (34.7%)

 

แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะมีสัดส่วนผู้เลือกสูงสุด แต่ยังไม่ถึงหนึ่งในสาม และสูงกว่ากลุ่มไม่แน่ใจเพียงเล็กน้อย สะท้อนว่า ความเชื่อมั่นยังไม่กระจุกตัวอยู่ที่องค์กรใดอย่างชัดเจน ขณะที่กลุ่มไม่แน่ใจซึ่งมีสัดส่วนค่อนข้างสูง แสดงให้เห็นว่ายังมีพื้นที่ให้แต่ละองค์กรสร้างความเข้าใจและทำให้ประชาชนเห็นผลการทำงานมากขึ้น

 

3. ประสิทธิภาพจัดการเลือกตั้งของ กกต. เด่นกว่าด้านอื่น แต่ความเป็นอิสระยังเป็นโจทย์สำคัญ

 

• 23.7% ประเมินระดับ “มาก–มากที่สุด” ในด้านประสิทธิภาพ ความเชี่ยวชาญ ความรวดเร็ว และความประหยัดในการจัดการเลือกตั้ง สูงที่สุด รองลงมา 21.3% ความสามารถในการจัดการเลือกตั้งให้สุจริตเที่ยงธรรม 18.5% การวินิจฉัยคดีเลือกตั้งด้วยความเป็นกลางและเป็นธรรม 18.2% ความโปร่งใสและตรวจสอบได้ 17.7% การสื่อสารและเปิดรับความคิดเห็นจากประชาชน และ 16.7% ความเป็นอิสระจากการแทรกแซงทางการเมือง

 

• เมื่อพิจารณาระดับ “น้อย–น้อยที่สุด” พบว่า 51.9% ประเมินด้านความเป็นอิสระจากการแทรกแซงทางการเมืองในระดับดังกล่าว สูงที่สุดในหกด้าน รองลงมา คือ 50.8% ความเป็นกลางและเป็นธรรมในการวินิจฉัยคดีเลือกตั้ง 48.1% ความโปร่งใสและตรวจสอบได้ 45.5% การสื่อสารและเปิดรับความคิดเห็น 38.3% ประสิทธิภาพในการจัดการเลือกตั้ง และ 34.6% ความสามารถในการจัดการเลือกตั้งให้สุจริตเที่ยงธรรม

 

ด้านประสิทธิภาพในการจัดการเลือกตั้งมีผลดีกว่าด้านอื่นเมื่อเปรียบเทียบกัน แต่ยังไม่มีด้านใดที่มีผู้ประเมินระดับ “มาก–มากที่สุด” ถึงหนึ่งในสี่ ขณะที่ระดับ “น้อย–น้อยที่สุด” เป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดใน 5 จาก 6 ด้าน โดยเฉพาะความเป็นอิสระและความเป็นกลางในการวินิจฉัยคดีเลือกตั้ง สะท้อนว่า กกต. ไม่เพียงต้องเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการเลือกตั้ง แต่ต้องทำให้ประชาชนเห็นว่ากระบวนการทำงานและการตัดสินใจมีความเป็นอิสระ เป็นกลาง โปร่งใส และตรวจสอบได้

 

บทสรุปจาก KPI Poll ครั้งที่ 34

 

ผลสำรวจสะท้อนว่า การสร้าง “ความเชื่อมั่น” ไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงกับการทำงานให้เกิดผล แต่โจทย์สำคัญขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ คือ การทำให้ประชาชนมองเห็นว่ากระบวนการทำงานมีเหตุผล ใช้มาตรฐานเดียวกัน เป็นอิสระ เป็นธรรม และสามารถตรวจสอบได้ สำหรับ กกต. ควรเร่งสร้างความเชื่อมั่นผ่านการเปิดเผยหลักเกณฑ์และเหตุผลของคำวินิจฉัย การสื่อสารแบบสองทาง และการรายงานผลการจัดการเลือกตั้งอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ประชาชนสามารถประเมินการทำงานได้จากข้อมูลที่ชัดเจนและตรวจสอบได้จริง 



KPI Poll ชี้ กกต. ความเชื่อมั่นรั้งท้าย ศาลรัฐธรรมนูญอันดับ 1

ข่าวล่าสุด