เนชั่นทีวี

ข่าว

"ไทยช่วยไทย พลัส" ยืนหนึ่ง! คนขอเพิ่มวงเงิน-แก้วิกฤตค่าครองชีพ

24 ก.ค. 2569 | thunchanok_kul

"ไทยช่วยไทย พลัส" ยืนหนึ่ง! คนขอเพิ่มวงเงิน-แก้วิกฤตค่าครองชีพ

KPI Poll ชี้ "ไทยช่วยไทย พลัส" คว้าอันดับ 1 โครงการโดนใจประชาชนมากที่สุดในรอบ 3 เดือนแรกของรัฐบาล ขณะที่ ประชาชนกว่าครึ่งเรียกร้องเพิ่มวงเงิน รับมือภาระค่าครองชีพ

KPI Poll ชี้ "ไทยช่วยไทย พลัส" คว้าอันดับ 1 โครงการโดนใจประชาชนมากที่สุดในรอบ 3 เดือนแรกของรัฐบาล ขณะที่ ประชาชนกว่าครึ่งเรียกร้องเพิ่มวงเงิน รับมือภาระค่าครองชีพ

KEY

POINTS

  • ไทยช่วยไทย พลัส ครองใจ: คว้าอันดับ 1 โครงการที่ประชาชนชื่นชอบที่สุดในรอบ 3 เดือนแรกของรัฐบาล
  • ขอเพิ่มวงเงิน-แก้ค่าครองชีพด่วน: 56.1% ร้องขออัพวงเงินช่วยเหลือต่อเดือน และ 58.6% จี้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาค่าครองชีพเป็นวาระแรก
  • อุปสรรคแอป-ลงทะเบียนเกินครึ่ง: ปัญหาความยุ่งยากของแอปพลิเคชัน การลงทะเบียน และร้านค้าไม่ครอบคลุมรวมกันสูงถึง 51.4%

24 กรกฎาคม 2569 สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 30 เรื่อง “เสียงประชาชนต่อไทยช่วยไทย พลัส และโจทย์ค่าครองชีพในระยะต่อไป” ซึ่งทำการสำรวจระหว่างวันที่ 10-13 กรกฎาคม 2569 จากกลุ่มตัวอย่างอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ  จำนวน 2,000 ตัวอย่าง

โดยมีบทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้

1. อุปสรรคสำคัญที่สุดของการเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส คืออะไร? (สำรวจโดย x Line Today)

  • 19.7% ระบุว่า ไม่มีอุปสรรคสำคัญ เป็นคำตอบที่มีสัดส่วนสูงที่สุด ใกล้เคียงกับ 19.1% ที่เห็นว่า การต้องใช้แอปพลิเคชันทำให้บางกลุ่มเข้าถึงได้ยาก
  • รองลงมา 14.6% เห็นว่าเงื่อนไขการใช้สิทธิยังจำกัดเกินไป, 
  • 14.2% ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการยังไม่ครอบคลุมหรือไม่สะดวกต่อการใช้จ่าย
  • 12.3% ขั้นตอนลงทะเบียนหรือยืนยันตัวตนยุ่งยาก
  • 9.7% กังวลเรื่องการเก็บภาษีย้อนหลังของร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ
  • 5.5% พบความยุ่งยากในขั้นตอนชำระเงิน
  • 3.3% กังวลเรื่องความโปร่งใสหรือการใช้สิทธิไม่ถูกต้อง 
  • 1.6% ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น


รายภูมิภาค: ภาคใต้ (39.0%) ภาคเหนือ (29.7%) และ ภาคตะวันออก (28.8%) ระบุว่า “ไม่มีอุปสรรคสำคัญ” มากที่สุด 
โดยกรุงเทพมหานคร (30.0%) และภาคกลาง (27.2%) ระบุ “ขั้นตอนลงทะเบียนหรือยืนยันตัวตนยุ่งยาก” เป็นอุปสรรคมากที่สุด 

ขณะที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอุปสรรคอันดับหนึ่งร่วมกัน คือ ต้องใช้แอปพลิเคชันทำให้บางกลุ่มเข้าถึงได้ยาก (21.6%) และร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการยังไม่ครอบคลุมหรือไม่สะดวกต่อการใช้จ่าย (21.6%)
.
ประชาชนมีประสบการณ์ต่อ “ไทยช่วยไทย พลัส” แตกต่างกันอย่างชัดเจนทั้งภาพรวมและรายภูมิภาค 

"ไทยช่วยไทย พลัส" ยืนหนึ่ง! คนขอเพิ่มวงเงิน-แก้วิกฤตค่าครองชีพ

อย่างไรก็ตาม เมื่อรวมปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงและการใช้งาน ได้แก่ การใช้แอปพลิเคชัน ความครอบคลุมของร้านค้า การลงทะเบียน และขั้นตอนชำระเงิน มีสัดส่วนรวมกันกว่าครึ่ง (51.4%) สะท้อนว่า ความสะดวกตลอดกระบวนการใช้สิทธิยังเป็นโจทย์สำคัญ เพื่อลดอุปสรรคตั้งแต่การสมัครจนถึงการใช้จ่ายจริง


2. กว่าครึ่งอยากให้ “เพิ่มวงเงิน” หากเดินหน้าโครงการต่อ โจทย์ต่อไปคือความเพียงพอและความครอบคลุม

  • 56.1% ระบุ หากจะดำเนินโครงการในลักษณะของ "ไทยช่วยไทย พลัส" ต่อไป ควรเพิ่มวงเงินช่วยเหลือต่อเดือน สูงสุด 
  • รองลงมา 12.9% ต้องการให้ขยายจำนวนประชาชนที่ได้รับสิทธิ
  • 7.3% ต้องการปรับระบบลงทะเบียนและการใช้งานให้ง่ายขึ้น
  • 5.3% ต้องการเพิ่มประเภทของร้านค้าและบริการที่เข้าร่วมโครงการ
  • 5.1% ต้องการให้สิทธิเฉพาะผู้มีรายได้น้อยหรือผู้เดือดร้อนจริง
  • 4.9% อื่น ๆ 
  • โดยมีเพียง 1.6% ที่เห็นว่าไม่ควรดำเนินโครงการลักษณะนี้ต่อ 
  • 6.8% ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น


สะท้อนว่า ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการเปลี่ยนโครงสร้างของโครงการ แต่ต้องการเพิ่มระดับความช่วยเหลือให้มีผลต่อรายจ่ายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเพิ่มวงเงินและขยายสิทธิย่อมเกี่ยวข้องกับภาระงบประมาณ จึงควรพิจารณาควบคู่กับการกำหนดกลุ่มเป้าหมายให้เหมาะสม การทำให้ระบบใช้งานง่าย การเพิ่มร้านค้าและบริการ ตลอดจนการมีช่องทางร้องเรียนและมาตรการตรวจสอบที่น่าเชื่อถือ

3. “ไทยช่วยไทย พลัส” ขึ้นแท่นโครงการที่คนชอบที่สุด แต่ “ค่าครองชีพ” ยังเป็นโจทย์ใหญ่ในระยะต่อไป

  • 71.6% ระบุ “ไทยช่วยไทย พลัส” เป็นโครงการที่ชื่นชอบที่สุดในช่วง 3 เดือนแรกของรัฐบาลรอง• ลงมา 12.4% ชื่นชอบมาตรการลดค่าพลังงาน ลดค่าไฟฟ้า และควบคุมราคาน้ำมัน
  • 4.8% การช่วยเหลือแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตร
  • 4.3% การแก้ไขปัญหาชายแดนกับกัมพูชา 
  • 6.9% โครงการ/มาตรการอื่น ๆ


สำหรับสิ่งที่ต้องการให้เร่งทำมากที่สุดใน 3 เดือนข้างหน้า 

  • 58.6% ระบุ ต้องการให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาค่าครองชีพมากที่สุด 
  • 16.5% ต้องการให้จัดการปัญหาทุจริตและคอร์รัปชันอย่างจริงจัง
  • 8.2% ต้องการให้ปราบปรามยาเสพติดและปัญหาอาชญากรรม
  • 6.0% ต้องการให้แก้ไขปัญหาชายแดนอย่างยั่งยืน
  • 4.3% ต้องการโครงการขนาดใหญ่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงาน 
  • 6.4% เรื่องอื่นๆ  

โครงการที่เกี่ยวข้องกับรายได้และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้รับความสนใจจากประชาชนมากกว่างานด้านอื่นอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม แม้ "ไทยช่วยไทย พลัส" จะเป็นโครงการที่คนชื่นชอบมากที่สุด แต่ประชาชนยังมองว่า ปัญหาค่าครองชีพต้องได้รับการแก้ไขเพิ่มอีก อาจสะท้อนว่า โครงการช่วยบรรเทาภาระได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ทำให้ความกังวลด้านค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันลดลงทั้งหมด 

ขณะเดียวกัน การจัดการทุจริตและปัญหายาเสพติดยังเป็นความคาดหวังสำคัญรองจากประเด็นเศรษฐกิจปากท้อง
 

บทสรุปจาก KPI Poll ครั้งที่ 30

ผลสำรวจสะท้อนว่า “ไทยช่วยไทย พลัส”

เป็นโครงการที่ประชาชนชื่นชอบอย่างเด่นชัด เพราะตอบโจทย์ความต้องการด้านเศรษฐกิจปากท้อง อย่างไรก็ตาม ประชาชนแต่ละกลุ่มและแต่ละพื้นที่ยังเผชิญอุปสรรคแตกต่างกัน 

ขณะเดียวกัน ยังคงต้องการให้เพิ่มระดับความช่วยเหลือและเร่งแก้ไขปัญหาค่าครองชีพในภาพรวม ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันด้านรายจ่ายในชีวิตประจำวัน ดังนั้น โจทย์ต่อไปจึงไม่ใช่เพียงการดำเนินโครงการต่อหรือไม่ แต่รวมถึงการพิจารณาความเพียงพอของวงเงิน ความครอบคลุมของผู้ได้รับสิทธิ และการลดอุปสรรคที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้มาตรการช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนได้ง่ายและเกิดประโยชน์มากขึ้น โดยควรดำเนินการควบคู่กับมาตรการแก้ไขค่าครองชีพในภาพรวม ไม่ให้การบรรเทาภาระของประชาชนพึ่งพาโครงการร่วมจ่ายเพียงมาตรการเดียว

.

ผลสำรวจ

https://resource.nationtv.tv/media/attach_file/2026/07/tjBciEGaJ31ojzV6oEcZ.pdf

ข่าวล่าสุด