เนชั่นทีวี

Nation Story

STORY: บางนามีที่ให้หายใจได้ลึกขึ้นแล้ว จากทางผ่านสู่โอเอซิส 30 ไร่ ที่วัดความสุขของคนเมืองด้วยความรู้สึก

21 ส.ค. 2569 | NATESAIY

STORY: บางนามีที่ให้หายใจได้ลึกขึ้นแล้ว จากทางผ่านสู่โอเอซิส 30 ไร่ ที่วัดความสุขของคนเมืองด้วยความรู้สึก

เคยสงสัยไหมว่า... ในวันที่เมืองมีทางเลือกมากมาย ทั้งห้างและคาเฟ่ที่ผุดขึ้นรายวัน บางทีสิ่งที่เราโหยหาจริงๆ อาจไม่ใช่แค่ 'ที่ไปแห่งใหม่' แต่เป็น 'สถานที่ที่ทำให้รู้สึกดี' จนอยากใช้เวลานานขึ้น หลายคนเริ่มตั้งคำถามถึงนิยามของเมืองที่น่าอยู่ อย่างการทดลองที่บางนา ที่กำลังปรับเปลี่ยนภาพจำของย่านทางผ่าน สู่พื้นที่สีเขียว 30 ไร่ที่พยายามหยิบเอา 'ความสุข' มาเป็นโจทย์ตั้งต้นแทนความครบครันแบบเดิมๆ

ลองนึกภาพเช้าวันหยุดที่ไม่มีปลายทางแน่ชัดในหัว ไม่ใช่เพราะขี้เกียจวางแผน แต่เพราะกรุงเทพฯ มีตัวเลือกให้ไปมากจนเลือกไม่ถูก ทั้งร้านอาหารใหม่ คาเฟ่ใหม่ ห้างใหม่ หรือแลนด์มาร์กใหม่ที่ผุดขึ้นแทบทุกเดือน แต่เมื่อทางเลือกมีมากขึ้น คำถามที่น่าสนใจอาจไม่ใช่แค่ "วันนี้จะไปไหน" แต่อยู่ที่ว่าสถานที่เหล่านั้น "ทำให้ชีวิตของเราดีขึ้นจริงหรือเปล่า?"

เพราะบางวันสิ่งที่เราต้องการ ไม่ใช่ที่ที่มีอะไรให้ทำเยอะที่สุด แต่เป็นที่ที่พอเดินเข้าไปแล้วรู้สึกว่า หายใจได้ลึกขึ้น ได้พักผ่อน ได้ใช้เวลากับคนที่รัก ได้อยู่ใกล้ธรรมชาติ หรืออย่างน้อย... ได้มีช่วงเวลาที่ไม่ต้องรีบไปไหน นี่จึงเป็นเหตุผลที่พื้นที่เชิงพาณิชย์ยุคใหม่ เริ่มขยับจากการออกแบบเพื่อ "ความสะดวกและครบครัน" ไปสู่คำที่จับต้องยากกว่าอย่าง ประสบการณ์ สุขภาวะ ความสัมพันธ์ และความสุข


🔵 [ลบภาพจำ "ทางผ่าน" สู่พื้นที่ให้หายใจลึกขึ้น]


"บางนา" คือย่านที่คนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่คุ้นเคยในฐานะเส้นทางไปสนามบิน หรือถนนที่ต้องขับผ่านตอนไปต่างจังหวัด มากกว่าจะเป็นจุดหมายปลายทางของวันหยุด แต่ถ้าลองจินตนาการถึงพื้นที่สีเขียวผืนใหญ่ที่เชื่อมต่อกับผืนป่ากว่า 30 ไร่ พร้อมลมเย็นๆ ที่พัดผ่านต้นไม้ในเมือง (ที่หาได้ยากขึ้นทุกวัน) ภาพของบางนาอาจไม่ได้เป็นแค่ทางผ่านอีกต่อไป

นี่คือสิ่งที่ Happitat กำลังทดลองทำ ภายใต้แนวคิด "Happiness-Led Destination" หรือการออกแบบพื้นที่ที่เริ่มต้นจากคำถามว่า "จะทำอย่างไรให้คนที่เข้ามาใช้พื้นที่รู้สึกดีขึ้น?" เพื่อพิสูจน์ว่า แม้แต่ย่านที่คนมักนึกถึงในฐานะย่านธุรกิจหรือทางผ่าน ก็สามารถมีพื้นที่ที่ถูกออกแบบมาเพื่อการพักผ่อนโดยเฉพาะเกิดขึ้นได้เช่นกัน

🔵 [ตอบโจทย์ทุกวัย ให้เวลาเดินช้าลง]


สถานที่ที่คนอยากใช้เวลาอยู่ด้วย อาจไม่จำเป็นต้องมีกิจกรรมมากที่สุด แต่ต้องทำให้คนรู้สึกว่า "อยากอยู่ตรงนี้นานขึ้น" Happitat ออกแบบให้คุณสามารถแบ่งวันหยุดพักผ่อนเป็นช่วงๆ ได้อย่างลงตัว

▪️ เช้า: เริ่มต้นด้วยการเดินเล่นสูดอากาศบริสุทธิ์ท่ามกลางพื้นที่สีเขียว
▪️ สาย: พาครอบครัวไปโซนแฟนตาซี ที่ออกแบบมาให้เด็กๆ ได้ปลดปล่อยจินตนาการอย่างเต็มที่
▪️ บ่าย: แวะพื้นที่ดิจิทัลและ Immersive Experience ที่ผสานเทคโนโลยีให้ทุกวัยเพลิดเพลินไปด้วยกันได้
▪️ เย็น: ปิดท้ายมื้อค่ำในร้านอาหารกว่า 100 แบรนด์ที่รวบรวมความหลากหลายไว้ในที่เดียว


🔵 [ค่ำคืนนี้! ฉลองเปิดตัวด้วยโดรน 2,222 ลำ]


วันนี้ (21 สิงหาคม) Happitat เปิดประตูต้อนรับทุกคนอย่างเป็นทางการ และถ้าใครกำลังมองหาเหตุผลให้แวะไปสัมผัสบรรยากาศครั้งแรก ช่วงค่ำของวันนี้อาจเป็นจังหวะที่ใช่ที่สุด เพราะมีหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงาน Grand Opening คือ การแสดงโดรนกว่า 2,222 ลำ ที่จะลอยขึ้นประกอบเป็นภาพตระการตาบนท้องฟ้าย่านบางนา เหนือพื้นที่สีเขียวที่เพิ่งเปิดตัว ซึ่งนับเป็นภาพที่อาจทำให้หลายคนยอมหยุดเดิน เพื่อแหงนมองฟ้าอีกครั้งในรอบหลายปี

🔵 [เมื่อ "ความสุข" กลายเป็น KPI ของเมือง]


แน่นอนว่าจำนวนร้านค้า ขนาดพื้นที่ หรือเทคโนโลยีใหม่ๆ ยังเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือคำถามที่แนวคิดนี้โยนกลับมาหาเมืองทั้งเมืองว่า ในอนาคต "ความสุข" จะกลายเป็นหนึ่งใน KPI ของการออกแบบพื้นที่ได้หรือไม่?

จากเดิมที่เราวัดความสำเร็จด้วยจำนวนผู้ใช้บริการ ยอดขาย หรือปริมาณคนที่เดินผ่าน บางทีวันหนึ่งเราอาจต้องมีตัวชี้วัดอีกแบบหนึ่งคือ..."คนที่เดินออกจากสถานที่แห่งนี้ รู้สึกดีกว่าตอนที่เดินเข้ามาหรือเปล่า?"

เพราะหากคำตอบคือ "ใช่" นั่นอาจทำให้คำว่า Destination มีความหมายมากกว่าการเป็นสถานที่ที่เราแวะไป แต่กลายเป็นสถานที่ที่เรา "อยากกลับไปอีก" เพราะยังจำความรู้สึกบางอย่างจากที่นั่นได้ สุดสัปดาห์นี้ หากยังไม่มีปลายทาง บางนาอาจเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่ได้ให้แค่ "ที่ไป" แต่ให้ความรู้สึกดีๆ กลับบ้านไปด้วย.

💬 สำหรับคุณ "สถานที่ที่ทำให้รู้สึกดี" หน้าตาเป็นแบบไหน? คือที่ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ ผู้คน หรือความเงียบสงบ? และมีย่านไหนที่พอได้ลองแวะกลับกลายเป็นที่ที่อยากกลับไปอีก?

ข่าวล่าสุด