นายรังสิมันต์ ยังกล่าวถึงการชี้มูลความผิดจากข้อมูลของตัวแทน นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่เบื้องต้น ชี้มูลบุคคลหลายคนกระทำความผิด เช่น มศว. , รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนึ่งทางภาคใต้ , อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น , รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนึ่งทางภาคอีสาน , อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 2 คน แต่การตรวจสอบนี้ไม่ได้ย้อนหลังไปตั้งแต่ยุคที่มหาวิทยาลัยบูรพาได้งานสอบ และยังไม่ได้ตรวจสอบ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายทองเจือ ชาติกิจเจริญ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี และเป็นที่น่าสังเกตว่า การตรวจสอบที่นำโดย นายปกรณ์ จะจำกัดเฉพาะกรณี มศว ได้งานเท่านั้น ทั้งที่มหากาพย์การโกงครั้งนี้ เริ่มต้นตั้งแต่การเขี่ยมหาวิทยาลัยบูรพาออกไปตั้งแต่ต้น
นายรังสิมันต์ ระบุต่อว่า จากข้อมูลที่นายปกรณ์ ส่งไปให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีแล้วนั้น ยังไม่ทราบว่า มีการส่งต่อไปยัง ป.ป.ช.หรือตำรวจแล้วหรือไม่ ซึ่งภาพรวมทั้งหมด เห็นได้ว่า ปรากฏถึงความเชื่อมโยงว่า ฝ่ายการเมืองอาจมีส่วนไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบครั้งนี้อย่างแน่นอน ในฐานะประธานกรรมาธิการการกฎหมายฯ จะติดตามเรื่องนี้ต่อไป และที่ต้องการทราบตอนนี้ ป.ป.ช. มีหนังสือเรียก นายอนุทิน นายทรงศักดิ์ หรือนายทองเจือ ไปให้ข้อมูลแล้วหรือยัง เพราะ 3 คนนี้มีความสำคัญ เพราะนายทองเจือ มีการติดต่อประสานงานกับ มศว สงสัยว่า มีภารกิจเกี่ยวข้องอย่างไรกับเรื่องนี้ และเหตุใดจึงไปติดต่อ ส่วน นายอนุทิน ที่เป็นจุดเปลี่ยนเรื่องนี้ มีการไปยกเลิกไม่ให้มหาวิทยาลัยบูรพาได้งาน โดยตั้งคำถามว่า เหตุใดไม่มีหน่วยงานใด เรียกไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งที่เป็นจุดตั้งต้น ที่ทำให้เรื่องราวปมทุจริตสอบ กลายเป็นเงื่อนงำ และมหากาพย์การโกงที่สำคัญบนผืนแผ่นดินไทย ส่วนนายทรงศักดิ์ ต้องการทราบว่า มีข้อมูลอย่างไรบ้างเกี่ยวกับปัญหาการทุจริตสอบท้องถิ่น เนื่องจากเคยเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
ส่วนที่กระทรวงมหาดไทย ยืนยันการเอาผิดผู้ทุจริตสอบท้องถิ่น วันที่ 31 สิงหาคมนี้ แต่ยังไม่สามารถสั่งไปถึงบุคคลเบื้องหลังรวมถึงเรื่องเส้นเงินได้นั้น นายรังสิมันต์ ย้อนถามกลับว่า วันที่ 31 สิงหาคมนี้ ตกลงเป็นวันตัดตอนหรือไม่ เพราะการสอบข้อเท็จจริงของนายปกรณ์ ก็ยังสอบสาวไม่ถึงมหาวิทยาลัยบูรพา ที่เป็นจุดเริ่มต้น ซึ่งหากไม่นำข้อมูลดังกล่าวเข้ามา อาจถูกมองได้ว่า เป็นการตัดตอนอย่างชัดเจน ซึ่งกรรมาธิการการกฎหมายฯ พร้อมให้ข้อมูลจากการสอบข้อเท็จจริง
ดังนั้น การที่ระบุว่า ในวันที่ 31 สิงหาคม จะได้ข้อสรุป จะเป็นการด่วนสรุปเกินไปว่าเรื่องนี้ต้องจบ ทั้งที่ยังรับฟังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ครบถ้วน และมีการออกหมายเรียกและแจ้งข้อกล่าวหากับบุคคลไม่กี่คน และข้อมูลก็ไม่ได้สอดคล้องกับข้อมูลนายปกรณ์ และส่วนสำคัญอยู่ที่นายกรัฐมนตรี หากไม่มีการส่งเรื่องไปดำเนินการก็ชัดเจนว่ายิ่งกว่าตัดตอน
นายรังสิมันต์ ยังย้ำว่า การตัดตอนมี 2 ภาค ภาคแรก คือ “ตัดตอนการเมือง” ไม่ให้ฝ่ายการเมืองมาเกี่ยวข้อง และให้ข้าราชการรับผิดไป ส่วนภาคสองคือ “ข้าราชการบางกลุ่มรอด บางกลุ่มซวย” พร้อมยอมรับว่า การติดตามเส้นเงิน ไม่สามารถเข้าถึงได้ อยู่ที่นายกรัฐมนตรี จะมีการกระตุ้นให้ ปปง.ดำเนินการอย่างไร เพราะบุคคลที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา ส่วนหนึ่งก็เป็นบุคคลที่ทำงานหน้าห้องนายอนุทิน ซึ่งการยกเลิกสัญญากับมหาวิทยาลัยบูรพา ก็มีคำกล่าวอ้างถึงนายอนุทิน
นายรังสิมันต์ ยังคาดว่า กรณีที่มหาวิทยาลัยบูรพาไม่ได้รับงานจัดสอบอาจ เป็นเพราะหัวแข็ง มากกว่าที่จะเป็นการทุจริตและไม่สามารถจัดการได้ ซึ่งจนถึงวันนี้ ยังไม่มีการดำเนินการใดกับมหาวิทยาลัยบูรพา ทั้งที่ถูกกล่าวหาว่า ทุจริตการจัดสอบ พร้อมย้ำว่า การทุจริตสอบท้องถิ่นเกิดขึ้นหลายด้าน ไม่ได้จำกัดเพียงข้อมูลในเอกสาร แต่มีการนัดคุย มีการติดต่อประสานงานจากหลายฝ่าย ซึ่งบุคคลเหล่านี้อาจไม่ใช่เป็นคนที่มีตำแหน่งที่ชัดเจน แต่มีบางคนที่สูงกว่าอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และคนอื่น ๆ ที่เซฟเฮ้าส์